ตามรอย พระกีสนาคมหาเถระอุปคุต ปราบมาร พลิกชะตาชีวิตรับปีใหม่

คอลัมน์...  ตามรอย...ตำนานแผ่นดิน  โดย.  เอก อัคคี (facebook.com/ake.akeakkee)

 

 

          สวัสดีปีใหม่ 2562 ปีหมูทองครับคุณผู้อ่านคอลัมน์ตามรอยตำนานแผ่นดินทุกท่าน สัปดาห์นี้สัปดาห์แรกของปีหมูทอง เรามาตามรอยตำนานของ พระอรหันต์ที่มีนามว่า พระกีสนาคมหาเถระอุปคุต ซึ่งถือว่าเป็นพระอรหันต์ที่มีคุณอันวิเศษในด้านโชคลาภ โภคทรัพย์และขจัดปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของท่านกันดีกว่า

 

 

          ถามว่าทำไมถึงน่าสนใจ ต้องบอกว่าเพราะตอนนี้ทางวัตรป่าเจ้าสัว เมืองอุบลราชธานี ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ให้แวดวงนักสะสมพระเครื่องวัตถุมงคลทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ ด้วยการสร้างพระขุนแผนพรายกัญญาและพระกริ่งล้านช้างจนเป็นที่ฮือฮาในเรื่องพุทธคุณมาแล้ว คราวนี้ได้จัดสร้างเหรียญพระกีสนาคมหาเถระอุปคุต ปางปราบมารมัดมาร ประทับนั่งบนบัลลังก์นาคสักการะชนะเหนือพญามาร (ราหู) ออกมาให้ผู้ที่เคารพศรัทธา นำไปพกพาบูชาติดตัวเพื่อความเป็นสิริมงคล นับว่าน่าสนใจมาก


          เพราะเป็นงานพุทธศิลป์สกุลช่างล้านช้าง-อุบลฯ ซึ่งพระญาคูจุณฑ์ แห่งวัตรป่าเจ้าสัว เป็นผู้ออกแบบเองและดำเนินงานสร้างทุกขั้นตอน โดยออกแบบให้หลังเหรียญประทับพระยันต์โสฬสมหามงคลพิชัยสงคราม

 

          กล่าวสำหรับพระกีสนาคมหาเถระอุปคุต ปางปราบมารนั้น ในตำนานระบุว่าในพิธีฉลองสมโภชพระมหาเจดีย์ ได้มีพญามารมาป่วนสร้างความวุ่นวายหมายจะทำลายพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ พระกีสนาคมหาเถระอุปคุต จึงได้เนรมิตร่างหมาเน่าขึ้นมาตัวหนึ่ง แล้วดึงประคตจากเอวของท่าน ออกมาผูกร่างหมาเน่านั้นคล้องคอพญามารไว้ แล้วสำทับว่าไม่ว่าใครก็ตาม (นอกจากท่านเอง) จะเอาหมาเน่านี้ออกจากคอพญามารไม่ได้ แล้วขับพญามารออกไปจากบริเวณงานทันที พญามารเห็นดังนั้นจึงจำใจต้องกลับไปหาพระเถระ อ้อนวอนให้ช่วยเอาซากหมาเน่าออกจากคอให้แล้วจะไม่มารบกวนการจัดงานอีก พระอุปคุตเถระก็อนุโลมตาม แต่ยังไม่ไว้ใจพญามารนัก เกรงพญามารจะกลับมาทำลายพิธีในภายหลัง จึงเดินนำพญามารไปยังเขาใหญ่ลูกหนึ่งแล้วเอาร่างหมาเน่าทิ้งลงเหว และเนรมิตให้สายประคตยาวขึ้น แล้วพันคอพญามารไว้กับเขาลูกนั้น พร้อมทั้งแจ้งว่าเมื่อเสร็จพิธีฉลองสมโภชพระมหาเจดีย์สิ้นสุดลงแล้วจึงจะแก้โซ่ออก ปล่อยให้พญามารเป็นอิสระ (7 ปี 7 เดือน 7 วัน)

 

 

 

ตามรอย พระกีสนาคมหาเถระอุปคุต ปราบมาร พลิกชะตาชีวิตรับปีใหม่



          เมื่อพญามารถูกผูกมัดติดกับภูผาบรรพต ใจก็รันทดเศร้าสร้อยที่ต้องจากทิพยวิมานของตนมาทนทุกข์ทรมานแสนสาหัส เมื่อเริ่มคลายความพยศโหดร้ายจึงเริ่มหวนนึกถึงพระพุทธคุณด้วยการกล่าวรำพันออกมาว่า


          “เมื่อพระพุทธองค์ทรงสถิตเหนือรัตนบัลลังก์ภายใต้มหาโพธิบัลลังก์ ข้าพระบาทเกิดความริษยาขว้างจักราวุธอันคมกล้า สามารถตัดวชิรบรรพตให้ขาดลงได้ แต่ทรงอาศัยพระพุทธานุภาพ จักรนั้นก็กลายเป็นพวงดอกไม้บูชา อาวุธทั้งหลายที่บริวารของข้าพระบาทขว้างไปก็กลับกลายเป็นพวงบุปผาชาติตกลงมายังพื้นพสุธา ข้าพระบาทผู้ชื่อว่ามาราธิราช ก็ถึงแก่ความพ่ายแพ้ ขอพระองค์จงทรงเป็นที่พึ่งแก่ข้าพระองค์ในกาลบัดนี้เถิด แต่ปางก่อนข้าพระองค์ได้หลงผิดไปทำอันตรายพระชินสีห์ แต่พระพุทธองค์ไม่เคยทำโทษข้าพระองค์แม้เพียงน้อยนิด มาบัดนี้สาวกของพระองค์ช่างไม่มีความกรุณาเอาเสียเลย ทรมานให้ข้าพระองค์เสวยทุกข์ทรมานแสนสาหัสถึงปานนี้”


          พญามารวสวัตดียิ่งคิดก็ยิ่งโศกเศร้า คิดพลางกระทืบบรรพตภูผาเสียงดังสนั่น พลางรำพันขึ้นว่า “หากข้าพเจ้ามีกุศลสมภารได้สั่งสมบุญเอาไว้ในอนาคตกาล ขอให้ข้าพเจ้าได้เป็นพระพุทธเจ้าผู้มีมหากรุณาต่อสัตว์อันไม่มีประมาณด้วยเถิด”

 

 

ตามรอย พระกีสนาคมหาเถระอุปคุต ปราบมาร พลิกชะตาชีวิตรับปีใหม่

 


          เมื่อพญามารเปล่งวาจาปรารถนาพุทธภูมิเช่นนั้น พระอุปคุตเถระซึ่งแอบฟังคำรำพึงรำพันของพญามารอยู่ ก็ปรากฏกายขึ้นทันที แล้วกล่าวว่า “ท่านจงอดโทษแก่อาตมาด้วยเถิด ประโยชน์ของท่านคือการปรารถนาพุทธภูมิ อาตมาก็ได้ให้บังเกิดขึ้นแล้ว”


          พญามารถามด้วยความน้อยใจว่า “พระคุณเจ้าเป็นพุทธสาวก แต่ทำไมจึงไม่มีใจกรุณาปรานี มาทำโทษข้าพเจ้าแสนสาหัสถึงปานนี้”


          พระอุปคุตเถระตอบว่า “เรากับท่านเป็นคู่ปรับกัน เพราะเราปรารถนาดีต่อท่าน เราจึงมิได้แสดงมหากรุณาต่อท่านเหมือนดังพระพุทธองค์ เราจำเป็นต้องทำโทษท่านครั้งนี้เพื่อให้ท่านมีจิตยินดีปรารถนาพุทธภูมิ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปท่านจงหมั่นอบรมบ่มบารมีให้แก่รอบเพื่อมุ่งโพธิญาณเถิด”


          ตั้งแต่นั้นมาท้าววสวัตดีมารก็มีจิตเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ในอนาคตกาลท่านจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระนามว่า พระพุทธธรรมสามี เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์เดียวในกัปนั้น มีไม้รังเป็นโพธิสถานรองรับการตรัสรู้ธรรมของพระองค์ ซึ่งในยุคสมัยนั้นท่านจะได้สั่งสอนเวไนยสัตว์ให้บรรลุอมตธรรม


          กล่าวสำหรับพระญาคูจุณฑ์นั้น เมื่อออกแบบเหรียญนี้ขึ้นมาเพื่อให้เป็นปริศนาธรรมแล้ว ท่านก็ได้ออกแบบหลังเหรียญให้เป็นยันต์โสฬสมหามงคลพิชัยสงคราม


          เพราะยันต์โสฬสมหามงคลนั้นมีพุทธคุณโดดเด่นมากในด้านพลิกชะตาชีวิต ซึ่งยันต์อริยสัจจ์โสฬสมีบันทึกเอาไว้ว่า พระคาถาอริยสัจจ์โสฬสนี้บรรจุอยู่ในพระมหาเจดีย์ที่พระเจ้าอโศกมหาราชทรงสร้างเอาไว้ ภายหลังนักปราชญ์ท่านผู้รู้ทั้งหลายจึงเขียนผูกขึ้นมาเป็นยันต์อริยสัจจ์โสฬสมงคล พระยันต์นี้มีคุณานุภาพมาก อาจป้องกันบำบัดเสียซึ้งอุปัทอันตรายทั้งปวง ก่อให้เกิดลาภสักการะการมงคล คุ้มครองป้องกัน ให้ได้รับความสุขสวัสดี เป็นมหาวิเศษนักเป็นทั้งทางอยู่ยงคงกระพันและเป็นเมตตามหานิยมด้วย ก่อทำให้เกิดโภคทรัพย์เงินทองตามแต่จิตของผู้เคารพศรัทธาจะตั้งจิตอธิษฐาน เรียกว่ายันต์นี้สามารถใช้ได้ทุกประการ เรียกว่าเป็นสุดยอดมหายันต์ที่ศักดิ์สิทธิ์มาก มีการถอดรหัสออกมาเป็นตัวเลขดังนี้


          โสฬสมังขะสัญเจวะ 16 นะวะโลกุตตะระธัมมะตา 9 จัตตาโร จะมะหาทีปา 4 ปัญจะพุทธามหามุนิ 5 ตรีปิฎก ธัมมักขันธา 3 ฉะกามาวะจะราตะถา 6 ปัญจะทะสะภะเวสัจจัง 15 ทะสะมังสิละเมวะจะ 10 เตรัสสะธุตังถาจะ 13 ปาฏิหารัญจะทะวาทัสสะ 12 เอกะเมรุจะ 1 สุราอัฏฐะ 8 ทะเวจันทังสุริยัง สักขา 2 สัตตะโพชฌังขาเจวะ 7 จุททัสสะจักกะวัตติจะ 14 เอกาทะสะวิษณุราชา 11


          …....สัพเพเทวามัง ปลายันตุสัพพะทา เอเตนะมังขะละเตเชนะ สัพพะโสตถีภะ วันตุเม

 

................


          โดยมีการจัดสร้างเหรียญเป็นชุดเนื้อดำราหูหน้าทอง-หน้าเงิน 1,000 ชุด, เหรียญเนื้อทองแดง 6,000 เหรียญ, เหรียญเนื้อทองฝาบาตร 10,000 เหรียญ รวมทั้งสิ้น 16,000 เหรียญ และสร้างแจกทานตามวัดต่างๆ อีก 15,000 เหรียญ ออกร่วมบุญ 1,000 เหรียญ


          เพราะฉะนั้นในการณ์ที่พระญาคูแห่งวัตรป่าเจ้าสัว เมืองอุบลราชธานี สร้างสรรค์งานพุทธศิลป์ล้านช้างขึ้นมาตามรูปแบบปริศนาธรรมงานพุทธศิลป์ญาคู จึงถือว่าพระกีสนาคมหาเถระอุปคุต ปางปราบมารมัดมาร เสกประคตมัดมาร ถือบาตร ในบาตรมีดอกบัวที่มารถวาย พระยานาคน้อมถวายสักการะซ้ายขวา เป็นบัลลังก์ หรือบัลลังก์นาค ประทับนั่งบนมารหรือพระราหู อันมีพุทธคุณ มหาลาภ ปราบมาร พลิกชะตาชีวิต สมควรจะเสาะหามาบูชาพกพาติดตัวยิ่งนัก


          นี้คืองานพุทธศิลป์สกุลช่างล้านช้าง-อุบล ที่มีความงดงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตนที่ต่อไปจะกลายเป็นตำนานและถ้าใครได้ครอบครองถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่ที่ล้ำค่าจริงๆ ครับ