พระเกจิอาจารย์หมอสักหมอบ้านผู้ศึกษาไสยเวทลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

คอลัมน์...  ตามรอย...ตำนานแผ่นดิน   โดย...  เอก อัคคี  (facebook.com/ake.akeakkee)


 

          งานชุมนุมพระเกจิอาจารย์ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา จัดขึ้นเพื่อพุทธาภิเษกวัตถุมงคล ของวัดสุวรรณคีรี และฉลองพญานาคเก้าเศียร ที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัตถุมงคลของวัดสุวรรณคีรี ที่จัดสร้าง มีพระยอดขุนพล เหรียญพระประธานในโบสถ์วัดสุวรรณคีรี หลังพญานาค พระสมเด็จปรกโพธิ์ เหรียญหลวงปู่ทวด หลัง อ.ทิม เหรียญพ่อท่านคลิ้ง อดีตเจ้าอาวาส รุ่นแรก พิธีนี้ทางวัดสุวรรณคีรี และคณะผู้ดำเนินงานได้เปิดให้วัดอื่น สำนักต่างๆ ได้นำวัตถุมงคลเข้าร่วมพุทธาภิเษกในพิธีนี้มากกว่า ๓๐ รุ่น นับว่าเป็นพิธีใหญ่แห่งปี ๒๕๖๑ จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๗-๑๘ พฤศจิกายน โดยมีพระเกจิอาจารย์ อาจารย์ฆราวาส รวมกว่า ๑๐๘ ท่าน

 

 

 

พระเกจิอาจารย์หมอสักหมอบ้านผู้ศึกษาไสยเวทลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

 

 

          วัดสุวรรณคีรี ตั้งอยู่ ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา เป็นวัดโบราณ อายุมากกว่า ๒๒๐ ปี เป็นวัดประจำเมืองสงขลา ในสมัยที่เมืองสงขลาตั้งอยู่ฝั่งแหลมสน หัวเขาแดง ชาวบ้านจะเรียกว่า วัดออก เป็นวัดที่ใช้ทำพิธีถือน้ำสาบาน หรือน้ำพิพัฒน์สัตยาธิษฐาน ของเหล่าข้าราชการเมืองสงขลา ในช่วงปี พ.ศ. ๒๓๗๙ วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา และได้รับการบูรณะในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น หรือในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ ๑) สำหรับการสร้างวัดนี้ พระยาวิเชียรคีรี (เม่น ณ สงขลา) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลา คนที่ ๖ (พ.ศ.๒๔๐๘-๒๔๒๗) ได้แต่งโคลงไว้บทหนึ่งว่า


          วัด ไทธิเบศเจ้า จอมนรินทร์
          สุ สวรรค์คัลลัยถวิล สร้างไว้
          วรรณ ประโยชน์เพิ่มภิญ โญยศ กันนา
          คีรี ราบล้างลงได้ สร้างเชตุพนถวายฯ

 

 

พระเกจิอาจารย์หมอสักหมอบ้านผู้ศึกษาไสยเวทลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

 

 

          ตามคำโคลงนี้ ทำให้ทราบว่า เจ้าเมืองสงขลาคนใดคนหนึ่งเป็นผู้สร้างวัด ถ้าพิจารณาตามชื่อวัดแล้ว ผู้สร้างก็คือ หลวงสุวรรณคีรีสมบัติ (เหยี่ยง ณ สงขลา) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลา คนที่ ๑ (พ.ศ.๒๓๑๘-๒๓๒๒) หรือไม่ก็ หลวงสุวรรณคีรี (บุญฮุย ณ สงขลา) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลา คนที่ ๒ (พ.ศ.๒๓๒๒-๒๓๕๕) เพราะใช้ราชทินนามว่า สุวรรณคีรีสมบัติ ซึ่งเป็นนามพ้องกันกับชื่อวัด เพียงสองท่าน นอกจากนี้ยังมีหลักฐานคำจารึกที่พระเจดีย์ (ถะ เจดีย์แบบจีน) ที่ตั้งอยู่หน้าอุโบสถวัดสุวรรณคีรี ว่า เจ้าพระยาสงขลา (บุญฮุย ณ สงขลา) เป็นผู้สร้างเจดีย์ เมื่อ พ.ศ.๒๓๔๐ สำเร็จเมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๓๔๑  




          วัดสุวรรณคีรี มีโบราณสถานที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ อาทิ อุโบสถ อายุมากกว่า ๒๐๐ ปี พระประธานในอุโบสถ ภาพจิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถ เจดีย์หน้าวัด หอระฆัง วัดแห่งนี้เป็นวัดประจำตระกูล ณ สงขลา ต่อมา พ.ศ.๒๓๓๙ เมืองสงขลา ย้ายมาอยู่ฝั่งบ่อยาง ผู้คนย้ายไปอยู่ฝั่งบ่อยาง ทำให้วัดทรุดโทรมลงมาก จนเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ได้เริ่มมีการบูรณะครั้งใหญ่  

 

 

พระเกจิอาจารย์หมอสักหมอบ้านผู้ศึกษาไสยเวทลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

 

 

          งานชุมนุมพระเกจิ อาจารย์ ผู้ศึกษาไสยเวท แห่งดินแดนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ได้กราบนิมนต์พระเกจิอาจารย์ที่สืบทอดวิชาไสยเวทจากดินแดนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ไม่ว่าจะ สายเขาอ้อ สายปากพะยูน ที่อยู่ติดกับทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นทะเลสาบแห่งเดียวของประเทศไทย ได้เมตตามานั่งปรกอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคลของวัดสุวรรณคีรี รวมทั้งวัดและสำนักต่างๆ มากกว่า ๓๐ รุ่น และได้เชิญอาจารย์ฆราวาส หมอสัก หมอบ้าน ผู้ที่ศึกษาวิชาไสยเวท แขนงต่างๆ ได้มาร่วมปลุกเสกในครั้งนี้ด้วย นับว่าเป็นงานยิ่งใหญ่แห่งปี เกจิร่วมพิธี ทั้งสองวัน กว่าร้อยท่าน


          เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ได้กราบอาราธนานิมนต์พระเถระเจริญพระพุทธมนต์ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร และสวดพระคาถาต่างๆ ตั้งแต่ ๑๕.๐๙-๐๑.๓๙ น. วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พิธีบวงสรวงบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัด เทวดาฟ้าดิน ปู่พญานาค เวลา ๑๐.๐๙ น. พระเถระเจริญพระพุทธมนต์สมโภชฉลอง เวลา ๑๕.๓๙ น. จุดเทียนชัย พิธีพุทธาภิเษก โดย พระครูประศาสน์กิจโกศล (พ่อท่านมหาขาว) วัดพรุพ้อ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง อายุ ๙๖ ปี พรรษาสูงสุดของจังหวัดพัทลุง และดับเทียนชัย โดย พระครูสุเทพธรรมโชติ (พ่อท่านอิ้น) วัดนิคมเทพา อ.เทพา จ.สงขลา อายุ ๙๑ ปี

 

 

 

พระเกจิอาจารย์หมอสักหมอบ้านผู้ศึกษาไสยเวทลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

 


          โดย มี อ.เปลี่ยน หัทยานนท์ ฆราวาสอาวุโสสายเขาอ้อ เป็นประธานฝ่าย อาจารย์ฆราวาส พระครูสุวรรณคีรีสถิตย์ (มงคล) เจ้าอาวาสวัดสุวรรณคีรี ประธานจัดงาน เจ้าศรีรัตน์ ณ ลำปาง (ณ สงขลา) เป็นประธานในพิธีฝ่ายฆราวาส และมี สิบเอกชยณัฐ จำปาเรือง (โอ หาดใหญ่) ดำเนินงาน


          ช่วงเวลา ห้าโมงกว่าๆ ขณะทำพิธีได้เกิดปาฏิหาริย์ก้อนเมฆและแสงบนท้องฟ้า บริเวณวัดสุวรรณคีรี ได้เกิดเป็นรูปคล้ายพญานาค ๙ เศียร คล้ายกับที่วัดได้ปั้นขึ้นและฉลองในวัดนั้น เป็นที่ประจักษ์กับสายตาผู้ที่มาร่วมพิธี ทั้งคนไทย มาเลเซีย และ สิงคโปร์ ต่างพูดว่า มหัศจรรย์มาก ในคืนวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน หลังจากพระเถระสวดมนต์ใกล้เสร็จ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก จนต้องเก็บของในบริเวณรอบอุโบสถ เช้ามาก็ได้จัดไว้เหมือนเดิม พอก่อนเที่ยงท้องฟ้ามืดครึ้ม ต่างคิดว่าวันนี้ฝนตกหนักแน่ คณะผู้จัดงานได้จุดธูปขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดช่วย อย่าให้ฝนตกจนกว่าจะเสร็จพิธี หลังจากนั้นไม่นาน ฟ้าก็เปิด ท้องฟ้าสดใส และวันนั้นฝนก็ไม่ตกเลยมาตกในวันที่ ๑๙ นับว่าเป็นเรื่องแปลก เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่ฝนตกทุกวัน นับได้ว่าวัตถุมงคลที่ได้ผ่านพิธีพุทธาภิเษกพิธีนี้ทุกรุ่น เป็นวัตถุมงคลที่น่าบูชา ติดตัว จะแคล้วคลาดปลอดภัย มีพุทธคุณ ๑๐๘ เพราะเกจิอาจารย์แต่ละท่านก็จะประจุวิชาศาสตร์แขนงต่างๆ ที่ได้ร่ำเรียนมาลงไป


          นับว่าครบถ้วน ทั้ง คงกะพัน แคล้วคลาด มหาอุด เมตตา มหานิยม ส่วนวัตถุมงคล ที่เป็นของที่ระลึกในงานที่ถวายและมอบให้เกจิอาจารย์ คือ พระยอดขุนพล ซึ่งสร้างจำนวนน้อย แต่ผสมมวลสารจำนวนมาก และเข้าพิธีพุทธาภิเษกที่เข้มขลัง นับว่าเป็นประวัติศาสตร์และหายาก เพราะเป็นที่หวงแหนสำหรับผู้ที่ได้รับไป จะนำไปใช้เลี่ยมแขวนเวลาไปทำพิธีที่ต่างๆ


          สำหรับ ยอดเนื้อว่านที่ระลึกผู้ร่วมนั่งปรก สร้าง ๒๙๙ องค์ และมีเนื้ออื่นอีก ๔ เนื้อเนื้อละ ๓๙ องค์ ซึ่งถือว่ามีจำนวนน้อยมาก เรียกว่า ใครมีไว้ในครอบครองก็ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่ที่มีค่ายิ่ง