เผยโฉมสัตว์เทพเรียกทรัพย์"งูเหลือมปากเป็ด-ขนนกการะเวก"

คอลัมน์... ตามรอย...ตำนานแผ่นดิน โดย... เอก อัคคี (facebook.com/ake.akeakkee)

 

 

          เมื่อไม่นานผมได้มีโอกาสพบกับนักธุรกิจชาวปักษ์ใต้คนหนึ่งที่พำนักอยู่แถบชานเมืองของกรุงเทพฯ เพราะทราบมาว่า เขาได้ครอบครองสัตว์เทพนำโชคในตำนานตามความเชื่อของชาวปักษ์ใต้ คือ งูเหลือมปากเป็ด หรือที่เรียกกันว่าขนนกการะเวกมานานแล้ว ซึ่งเชื่อกันว่า ใครมีไว้บูชาจะโชคดีและมีทรัพย์สินเงินทองมั่งคั่ง

 

 

          ซึ่งการได้มานั้นก็ต้องแล้วแต่วาสนาของคนคนนั้น เพราะงูเหลือมปากเป็ดจะมาหาเองไม่สามารถไปตามจับหรือเสาะแสวงหาเองได้ งูเหลือมปากเป็ดจะมีลักษณะคล้ายๆ กับไส้เดือน มีปากที่แบนยาวคล้าย ปากเป็ด ผิวดำ ลำตัวยาวมากสุดก็ไม่เกิน 7–10 เซนติเมตร

 

          มีเรื่องเล่ากันว่า งูเหลือมปากเป็ดเกิดจากเทวดาแปลงกายเพื่อมาให้ลาภสักการะแก่ผู้มีบุญที่ยังตกยาก บางคนก็เล่ากันว่า เกิดจาก ขนนกการเวก ซึ่งเป็นนกในชั้นสวรรค์ที่หลุดร่วงลงมาสู่ดินแดนมนุษย์ในชั้นเบื้องล่าง แล้วก็กลับกลายเป็นงูเหลือมปากเป็ดดังกล่าว


          มีความเชื่อกันว่า เมื่อใครที่พบงูเหลือมปากเป็ดเข้าจะถือว่าท่านได้พบสมบัติเศรษฐีเข้าแล้ว โบราณท่านกล่าวว่า ชายหญิงอ้ายอีใดที่ได้พบงูเหลือมปากเป็ดให้รีบนำเงินนำทองมาช้อนขึ้นพร้อมตั้งจิตอธิษฐานให้มั่นอัญเชิญไปอยู่กับตัว ให้จัดแต่งที่อยู่เป็นพานเงินพานทอง ลาดรองด้วยผ้าขาวบางเนื้อนิ่ม ประดิษฐานไว้ในเบื้องสูง แล้วให้นำน้ำอบน้ำปรุงขึ้นมาประพรมให้สมกับที่เป็นของสูง หมั่นกราบไหว้บูชาด้วยธูปเทียนดอกไม้สด เช้าเย็น และให้ถือพรตทรงศีลอย่าได้ขาด ไม่เกิน 3 วัน 7 วัน ลาภพระยาจะมากองหน้าบ้านทบเท่าทวีคูณ


          บางพื้นที่เมื่อเขาได้งูเหลือมปากเป็ดมาแล้ว เขาจะจัดการแกงกินกันภายในครอบครัวเพื่อดำรงสภาวะลาภพระยาไว้กับตัว แม้แต่กลิ่นที่แกงก็จะไม่ให้เล็ดลอดออกจากบ้านเด็ดขาด จึงมีการปิดประตูหน้าต่างทุกบานรวมทั้งปิดฝาหม้อขณะที่ทำการแกงและกิน ซึ่งจากหลากหลายข้อมูลที่ทราบมาพบตรงกันว่า ว่ากันว่า อานุภาพของงูปากเป็ดนั้นเป็นเลิศทางด้านเจริญโภคทรัพย์มหาสมบัติเรียกเงิน เรียกทอง เมตตา เตือนภัย ผู้ใดได้ครอบครองเป็นเจ้าของประดุจได้ไว้ซึ่งขุมทรัพย์ของเทพเทวา ชีวิตจะไม่พบกับคำว่าตกอับหรือยากจนเลย มีแต่จะพบกับความเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป ขึ้นกับบุญกุศลเก่าและการดูแลรักษาบูชางูเหลือมปากเป็ดด้วย




          "ผมได้มาหลายปีแล้วครับ เขาเลื้อยมาที่ลานจอดรถหน้าบ้าน ผมเห็นก็รีบเอาแบงก์พันช้อนขึ้นมาทันที แล้วหาก้อนสำลีมานำเขาไปวางไว้ ปรากฏว่าแข็งตายทันที แล้วไม่กี่วันต่อมาก็ชูขึ้นมาแบบที่เห็น แล้วผมก็ได้มาอีกหลายตัวครับ บูชาไว้ก็ดีครับชีวิตการงานการเงินราบรื่น แต่เป็นความเชื่อส่วนตัวนะครับ ผมเป็นคนใต้ก็ได้ยินเรื่องนี้มาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย จำได้เคยเห็น พอเจอเลยแยกแยะออกระหว่างไส้เดือน งูดิน หรือว่า งูเหลือมปากเป็ด"


          และหลังจากที่ได้มาครอบครอง เจ้าตัวบอกว่ารู้สึกได้ว่ากิจการงานที่ทำอยู่ก็เจริญรุ่งเรืองดี เงินทองก็ไหลมาเทมา จนมีฐานะมั่งคั่งคนหนึ่ง ซึ่งจะว่าเป็นเหตุบังเอิญก็เป็นได้ หรือจะคิดว่าเป็นผลจากการได้ครอบครองสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็คงจะเป็นไปได้เช่นกัน แต่เขาเชื่อมั่นว่า สัตว์เทพแห่งโชคลาภนี้น่าจะมีส่วนที่ทำให้ชีวิตของเขาเจริญก้าวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้


          ผมนั่งฟังมุมมองความรู้สึกของผู้ครอบครองงูเหลือมปากเป็ด สัตว์เทพแห่งโชคลาภชาวปักษ์ใต้แล้วสัมผัสรับรู้ได้ถึงความภาคภูมิใจที่เขามี ซึ่งจากที่ผมสังเกตอย่างใกล้ชิดก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องประหลาดดีแท้ แต่ก็นึกคำที่ตัวเองเคยเขียนเอาไว้นานแล้วว่า "ความเชื่อนำมาซึ่งพลังแห่งศรัทธาและพลังแห่งศรัทธาจะนำมาซึ่งปาฏิหาริย์" การที่นักธุรกิจท่านนี้มีความเชื่อในสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำให้เขามีกำลังใจในการทำงานด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธาในการทำงาน ผลจากการทำงานอย่างมีสติย่อมก่อให้เกิดความสำเร็จในการทำงาน ดอกผลของการงานจึงตอบแทนกลับมาให้กิจการเจริญรุ่งเรือง


          ไม่ใช่เรื่องที่ยากต่อการทำความเข้าใจเลยนะครับ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็น สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สัตว์เทพหรือว่าสิ่งใดก็ตามที่ผู้คนใช้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ เพื่อเติมเต็มขวัญและกำลังใจของตัวเอง แม้ว่าคนอื่นจะมองว่า งมงายไร้สาระ แต่ผมว่า ตราบใดที่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร ไม่ไปเบียดเบียนผู้ใด ทำไปเถอะครับ


          เพราะถ้าทำแล้วสบายใจก็ไม่มีปัญหา นี่เป็นมุมมองส่วนตัวของผมนะครับ ไม่ได้ต้องการจะเขียนเพื่อชี้นำหรือว่า จะทำให้คนอ่านมีความงมงายในเรื่องไร้สาระ เพราะว่าในเรื่องของความเชื่อ เรื่องของความศรัทธาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถ้าไม่มีความจริงเจือปนอยู่เสียเลยนับตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน


          ผมว่าเจ้าสัวทั้งหลาย นักธุรกิจทั้งหลายหรือว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านนี้เมืองนี้คงไม่มีใครกราบไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ เลย นายธนาคารผู้มั่งคั่งอยู่แล้ว, เจ้าสัวหมื่นล้านแสนล้านทั้งหลายคงจะไม่ต้องไปเชิญซินแสค่าตัวสูงๆ มาดูฮวงจุ้ยหรือพระเครื่อง พระบูชาราคาแพงลิบลิ่วคงจะไม่มีใครเช่าบูชากันอย่างแน่นอน


          แต่ที่เห็นและเป็นอยู่คือ ของดี ของแท้ ของศักดิ์สิทธิ์ ก็ยังมีคนแสวงหามาครอบครองอยู่ทุกยุคสมัย ไม่ว่าจะต้องเสียเงินทองไปมากมายเท่าไรก็ยินดีจะจ่ายไปเพื่อให้ได้ครอบครอง นี่แสดงว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง พุทธคุณมีจริงใช่ไหมครับ !?!


          ภาพที่เขาถ่ายไว้ เมื่อครั้งที่ได้มาใหม่ๆ


          ปัจุบันเขามีครอบครองอยู่หลายตัวและมีลักษณะที่แตกต่างกัน เมื่อวางบูชาไว้นานๆก็เหมือนว่าเขาจะชูหัวขึ้นมาแล้วแห้งตายไปในท่าทางนั้น
 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่