royal coronation
วันที่ 21 กรกฎาคม 2562
ความรู้

"หลวงพ่อเอียดดำ'วัดศาลาไพ พระขลังเมืองนครฯ

วันที่ 15 ธันวาคม 2561 - 00:00 น.
หลวงพ่อเอียดดำ,วัดศาลาไพ,ตามรอยตำนานแผ่นดิน
Shares :
เปิดอ่าน 1,035 ครั้ง

"หลวงพ่อเอียดดำ'วัดศาลาไพ พระขลังเมืองนครฯ : คอลัมน์...  ตามรอย...ตำนานแผ่นดิน  โดย...   เอก อัคคี (facebook.com/ake.akeakkee) 

 

 

          ในอดีต “วัดศาลาไพ” อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นั้นมีพระภิกษุผู้ที่มาร่ำเรียนวิชาจนได้เป็นพระเกจิอาจารย์ ผู้แก่กล้าและเชี่ยวชาญทางด้านพระเวทวิทยาคมสูงมากมาย อย่าง พ่อท่านเขียว วัดหรงบล, พ่อท่านเนียม วัดบางไทร, พ่อท่านวรรณ วัดเสาธงทอง หรือที่เป็นฆราวาสผู้เป็นที่รู้จักกันดีในนามจอมขมังเวทแดนใต้ ก็คือ “พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช” ท่านก็เป็นผู้รับการถ่ายทอดวิชาอาคมจาก ครูบาอาจารย์ แห่งวัดศาลาไพ มาเช่นกันก่อนจะไปร่ำเรียนวิชาไสยเวทต่อที่สำนักเขาอ้อ เมืองพัทลุง

 

 

          ในปี 2480 นอกจากสำนักเขาอ้อ จ.พัทลุง แล้วใน จ.นครศรีธรรมราชนั้น ในยุคก่อนก็นับว่ามีพระเกจิแก่กล้าวิชาอยู่มากมาย ขุนพันธรักษ์ราชเดชได้ศึกษาร่ำเรียนไสยเวทจาก อาจารย์ของท่านที่มีอยู่สองเอียดที่ถ่ายทอดสรรพวิชาอาคมให้ เอียดหนึ่งคือ พระอาจารย์เอียด วัดดอนศาลา พัทลุง และอีกเอียดหนึ่งคือ พ่อท่านเอียด วัดศาลาไพ


          ทั้งสองเอียดนี้เป็นเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในแคว้นแดนใต้ยุคนั้น ผมเคยได้ยินนาม พ่อท่านเอียดดำมานานแล้ว เพราะเหรียญรูปเหมือนของท่านมีค่านิยมสูงนับแสนบาท และนับเป็นเหรียญยอดนิยมหนึ่งในเหรียญเบญจภาคีของเมืองนครฯ กล่าวกันว่าวัตถุมงคลเครื่องรางของขลังซึ่งปลุกเสกโดยพ่อท่านเอียดดำมีพุทธคุณในด้านแคล้วคลาดคงกระพันสุดยอด เรียกว่า เหนียวชนิดแมลงไม่ได้กินเลือดเลยทีเดียว

 

 

 


          เมื่ออาจารย์เอียดอุปสมบทได้สักระยะหนึ่ง ท่านก็ออกธุดงค์ไปตามป่าเขาต่างๆ ค่ำที่ไหนปักกลดที่นั่น ผจญสัตว์ป่าและภยันตรายต่างๆ อาจารย์เอียดดำท่านธุดงค์หลายปีได้พบเจอแลกเปลี่ยนศึกษาวิชาอาคมกับพระอาจารย์ต่างๆ มามาก ท่านธุดงค์ไปจนถึงเขตประเทศพม่า และเมื่อท่านเดินทางกลับสู่ จ.นครศรีธรรมราช และได้จำพรรษาที่วัดศาลาไพ อาจารย์เอียดดำได้นำวิชาความรู้ด้านไสยเวทที่เชี่ยวชาญชำนาญการยิ่งสงเคราะห์ญาติโยมจนชื่อเสียงกิตติศัพท์โด่งดังไปกว้างไกล ดังนั้นในราวปี 2482 ชาวบ้านจึงขอให้ท่านสร้างวัตถุมงคลขึ้นบ้าง ซึ่งท่านก็ได้สร้างเสื้อยันต์ผ้าประเจียดตะกรุดและเครื่องรางของขลังต่างๆ อีกทั้งมอบหมายให้ นายไข่ คะงา ไปจัดทำเหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก ซึ่งสร้างจำนวนน้อยมากวัตถุมงคลทั้งหมด พ่อท่านเอียดดำประกอบพิธีปลุกเสกเดี่ยวตามลำพัง




          ซึ่งในห้วงนั้น ขุนพันธรักษ์ราชเดช รับหน้าที่เป็นเจ้าพิธีฝ่ายฆราวาส เมื่อเสร็จพิธีกรรม ประจุพุทธาคมแล้ว พ่อท่านเอียดดำก็ได้แจกวัตถุมงคลให้แก่ผู้เลื่อมใสศรัทธา ซึ่งก็ได้ปรากฏพุทธคุณเป็นที่เลื่องลือ ความเก่งกล้าในวิชาคาถาอาคมของพ่อท่านเอียดดำเป็นที่กล่าวขานกันไปทั่วนครศรีธรรมราช แม้กระทั่งพระอาจารย์เขียวก็ยังดั้นด้นมาขอศึกษาวิชาอาคม

 

 

 


          ซึ่งในยุคถัดมาพ่อท่านเขียว วัดหรงบน ก็มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ ครั้นในปี 2484 ได้เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพากองทัพทหารญี่ปุ่นได้ยกกำลังขึ้นที่บ้านท่าแพ นครศรีธรรมราช ทหารกล้าฝ่ายไทยก็ได้ยกกำลังเข้าต่อต้านและในห้วงระยะนี้เองที่วัดศาลาไพเนืองแน่นไปด้วยเหล่าทหารซึ่งมาขอของดีคุ้มภัย พ่อท่านเอียดดำก็ได้มอบให้ทุกรายเป็นผ้ายันต์บ้าง ตะกรุดบ้าง


          ปรากฏว่าบรรดาทหารกล้าที่มีของดีอาจารย์เอียดดำติดกายอยู่รอดปลอดภัย บางรายโดนทหารญี่ปุ่นยิงจนล้มคะมำ แต่ก็ลุกขึ้นสู้ต่อเพราะอำนาจกระสุนไม่สามารถต้านอำนาจพุทธคุณได้ ดังนั้นประโยคที่ว่ามีของดีอาจารย์เอียดดำ แมลงวันไม่ได้กินเลือด ก็ดังกระหึ่มไปทั่วแดนใต้


          ในยุคนั้นละแวกวัดศาลาไพนับเป็นถิ่นคนดุจนเรียกกันเป็นดงเสือแดนสิงห์ แต่หลวงพ่อเอียดดำก็ได้ใช้เมตตาธรรมอบรมสอนสั่งจนทุกคนประพฤติตนเป็นคนดีถ้วนทั่ว


          ท่านได้ละสังขารที่วัดในเขียวในปี 2495 และทางวัดได้เก็บรักษาสังขารของอาจารย์เอียดดำไว้จนถึงปี 2499 จึงได้ทำการฌาปนกิจ "หลวงพ่อเอียดดำ" ท่านเป็นที่นับถือของศิษยานุศิษย์และบุคคลทั่วไป เอกลักษณ์และคุณวิเศษที่เลื่องลือ คือการสรงน้ำ 7 วัน อาบน้ำ 1 ครั้ง โดยไม่มีใครเห็นและไม่มีกลิ่นตัว ท่านใช้พระคาถาปราบช้าง ขณะที่ช้างกำลังตกมันได้ ท่านใช้คาถาปราบสัตว์ที่ดุร้าย เช่น เสือ หมี งู และท่านสามารถห้ามฝนตกได้ ทุกครั้งที่แถวนั้นมีงานชาวบ้านมักจะนิยมไปบนบานบอกกล่าวกับรูปหล่อหลวงพ่อเอียดดำ ซึ่งแต่ละคนได้ประจักษ์เรื่องประสบการณ์ด้านค้าขายร่ำรวย โชคลาภและแคล้วคลาดปลอดภัยมากมาย พระเครื่องอาจารย์เอียดดำ และเครื่องรางที่ท่านหลวงพ่อเอียดดำสร้างเป็นที่ต้องการของทุกคน เพราะมีพุทธคุณในด้านแคล้วคลาดคงกระพันสุดยอดโดยเฉพาะเหรียญพ่อท่านเอียดดำ วัดศาลาไพ จ.นครศรีธรรมราช ปี 2480 หนึ่งในห้าเหรียญยอดนิยมของเมืองนครฯ เพราะได้เกิดปาฏิหารย์กับผู้ที่ได้รับของดีจากท่านมากมาย


          ใครมีไว้รักษาให้ดีนะครับ !!

Shares :
เปิดอ่าน 1,035 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ