กุมารทองเรียกทรัพย์ดิน๗ป่าช้าแม่นาคพระโขนง วัดมหาบุศย์

กุมารทองเรียกทรัพย์ดิน๗ป่าช้าแม่นาคพระโขนง วัดมหาบุศย์ : คอลัมน์...  ตามรอย...ตำนานแผ่นดิน  โดย...  เอก อัคคี (facebook.com/ake.akeakkee) 



 

          ในช่วงที่กระแสพระขุนแผนพรายต่างๆ กำลังมาแรงมาในรอบสองสามปีที่ผ่านมา ผมได้ข่าวว่า ทางวัดมหาบุศย์ ที่มีศาลแม่นาคพระโขนงก็มีดำริสร้างพระเครื่องขุนแผนพรายแม่นาคพระโขนงและกุมารทองเรียกทรัพย์ออกมาให้ผู้ที่เคารพศรัทธาได้เช่าบูชา เพื่อหาปัจจัยบูรณะหลังคาพระอุโบสถ แต่สารภาพตามตรงด้วยความจริงใจว่า ไม่ได้ตามข่าวเรื่องนี้เลย จนเมื่อต้นปีที่ผ่านมาสังคมไทยฮือฮากันมาเรื่อง “เด็กเทพ” ผมก็นึกขำๆ

 

 

          เพราะเด็กเทพที่ไหนจะมาแรงอมตะยาวนานยืนยงคงกระพันเท่ากับกุมารทอง...!!


          จนเมื่อหลายเดือนก่อนมีเหตุต้องไปวัดมหาบุศย์ เพื่อเคารพศพนักข่าวสายกีฬารุ่นพี่ที่เคยร่วมชายคาเดียวกันเลยไปได้ “ของดี” กลับมาด้วย ความจริงผมเองก็เคยไปวัดมหาบุศย์หลายครั้งในอดีต ไปถ่ายทำรายการ, ไปทำรายงานพิเศษเรื่องศาลย่านาค, ไปจุดธูปเทียนขออนุญาตเขียนหนังสือ, จัดพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับเรื่องราวของย่านาค ในช่วงที่ภาพยนตร์เรื่อง “นางนาก” ของพี่อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร กำลังโด่งดัง

 

          แต่วันนี้เราไม่ได้มาคุยกับเรื่อง “แม่นาคพระโขนง”...เอาล่ะ ผมจะเล่าถึงของดีที่ได้มานั่นคือ “กุมารทองเรียกทรัพย์” ที่ออกมาในชุดเดียวกับพระขุนแผนพรายแม่นาคพระโขนงนั่นแหละ แต่เท่าที่ทราบมาคือ กุมารทองชุดนี้ผสมมวลสารดิน ๗ ป่าช้าทั้งหมด--ตรงนี้น่าสนใจสำหรับคนที่ชอบ “ของแรง” ถามว่าน่าสนใจยังไง...คือก่อนอื่นเราต้องทำความรู้จักก่อนว่า กุมารทองคือ เครื่องรางของขลังประเภทหนึ่งของคนไทยเรา เป็นมรดกตกทอดทางวัฒนธรรมมายาวนานหลายร้อยปีแล้ว แต่ที่มาโดดเด่นสุดๆ ก็หลังจากมีอิทธิพลมาจากงานวรรณคดี “ขุนช้าง-ขุนแผน” สมัยอยุธยา ต่อมาก็มีพระเกจิอาจารย์ จอมขมังเวทย์ต่างๆ สร้างเครื่องรางชนิดนี้ขึ้นมา โดยเชื่อกันว่า มีวิญญาณของเด็กสิงสถิตอยู่ (อันนี้โปรดใช้วิจารณญานในการอ่านนะครับ)

 

 



          อย่างที่บอกว่า ที่เห็นชัดก็ในวรรณคดีเรื่องขุนช้าง-ขุนแผน เพราะได้เขียนถึงกำเนิดของกุมารทองไว้ตอนหนึ่งว่าหลังจากที่ขุนแผนจับได้ว่านางบัวคลี่เมียของตน ลูกสาวของขุนโจรคิดวางยาพิษเพื่อจะฆ่าตนจึงได้ลงมือฆ่านางบัวคลี่แล้วจึงผ่าท้องของนางเพื่อเอาบุตรชายภายในท้องนั้นมาทำเป็นกุมารทอง


          โดยทำพิธีย่างศพเด็กและปิดทองคำเปลวจนกระทั่งกลายเป็นกุมารทองแล้วใส่ห่อผ้าไว้ไปไหนพาไปด้วย กุมารทองจัดได้ว่า เป็นผู้ช่วยสำคัญของขุนแผนแสนสะท้านมาก เพราะกุมารทองก็คือลูกคนหนึ่งของขุนแผนนั่นเองที่ตายเพราะพ่อและไม่ได้ไปผุดไปเกิดเพราะพ่อสะกดวิญญาณไว้ด้วยคาถาอาคม จะถูกจะผิดไปคิดกันเอาเอง !!


          แต่ที่แน่ๆ ความเชื่อ ความศรัทธาและค่านิยมในการสร้างกุมารทองก็ฝังรากลึกในกลุ่มคนที่นิยมในเรื่องราวของเครื่องรางของขลัง มีบันทึกเอาไว้ในยุคหลังว่า กุมารทองที่มีการจัดสร้างกันนั้นก็แบ่งออกเป็นสองสายเหมือนวิชาไสยศาสตร์ทั้งไปคือ "สายดำ“ กับ ”สายขาว" คือ สายที่เน้นพุทธคุณกับสายที่เน้นเวทย์มนตร์ดำ ว่ากันว่าประเภทแรกกุมารทองจะดุร้ายมาก เป็นสายเพชฌฆาต มีฤทธิ์ทางด้านทำร้ายศัตรู คือ ๑.เพชรมั่น ๒.เพชรดับ ๓.เพชรคง ๔.เพชรสูญ กุมารทั้ง ๔ แบบนี้เรียกโดยรวมว่า “เพชรปราบ” มีไว้ทำร้ายศัตรูโดยเฉพาะ ตามตำรากล่าวไว้ว่าการสร้างกุมารทองชนิดนี้จะใช้การเชิญพวกผีตายโหงหรือปีศาจให้มาสถิตอยู่ในหุ่นกุมารทอง ซึ่งแต่ละภูตนั้นจะมีวิธีการทำร้ายศัตรูที่ต่างกันไป กุมารทองจำพวกนี้ ยังนิยมกันอยู่มากในเฉพาะนักไสยเวทย์มนต์ดำที่เก่งกล้าหรือแถบเขมร ไม่ได้นิยมในหมู่นักสะสมเครื่องรางทั่วไป

 

          ส่วนอีกประเภทคือ สายขาว กุมารทองโชคลาภเมตตามหานิยมกุมารทองประเภทนี้มีไว้เฝ้าบ้าน เรียกลูกค้า เป็นเมตตามหานิยมไม่มีชื่อเรียกโดยเฉพาะ โดยทั่วไปนั้นผู้บูชาจะตั้งชื่อเอง โดยจะตั้งชื่อที่เป็นมงคล เรียกทรัพย์ต่างๆ กุมารทองสายนี้จะไม่ดุร้ายไม่มีอันตรายเหมือน

 

          กุมารทองด้านเมตตาที่โด่งดังมาก สร้างโดยอาจารย์รุ่นเก่าที่คือ หลวงพ่อเต๋วัดสามง่าม เมืองนครปฐม ถือเป็นกุมารทอง ยอดนิยมอันดับหนึ่ง กุมารทองของท่านรุ่นแรกๆ ราคาเช่าหาทุกวันนี้เป็นแสน แต่ปัจจุบันนี้คือหลวงปู่แย้มซึ่งเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อเต๋ก็เรียนวิชาสร้างกุมารแบบครบสูตรมีความเข้มขลัง ศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน  กุมารทองทางเมตตานี้จะมีความศักดิ์สิทธิ์ในด้านของการเฝ้าบ้าน เรียกลูกค้าเข้าร้านช่วยค้าขายดี
ซึ่งต่อมาค่านิยมในการสร้างกุมารทองก็แพร่หลายไปตามวัดวาอารามและสำนักตักศิลาผู้มีวิชาต่างๆ การสร้างก็มีการนำมวลสารหลากหลายมาผสมกันเพื่อขึ้นรูปแบบองค์กุมารทอง แต่ที่นิยมอีกรูปแบบหนึ่งและทางวัดมหาบุศย์ก็สร้างคือ สร้างด้วยดิน ๗ ป่าช้า ผสมผงพรายกุมารผสมกับผงอิทธิเจและปถมัง กุมารประเภทนี้จะแรงที่สุด กุมารประเภทนี้ต้องเซ่นไหว้ให้ดีจะมีพุทธคุณสูง


          แต่การที่กุมารทองจะมีฤทธิ์มาก ฤทธิ์น้อย ท่านผู้รู้บอกผมว่าขึ้นกับการปลุกเสกของครูบาอาจารย์ที่นั่งปรกปลุกเสกให้ ถ้าต้องการให้ช่วยเรื่องค้าขายกุมารทองอาจจะใช้วิธีเข้าไปแฝงอยู่ในจิตความคิดของผู้คนได้ เขาอาจจะดลใจ ให้เข้ามาหาร้านค้าของเราโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว จะเหมือนเดินเข้าไปธรรมดา หรือไปกระซิบข้างหูซึ่งคนที่ถูกกระซิบก็จะไม่ได้ยิน แต่จะเกิดความรู้สึกเคลิ้มอยากได้ อยากซื้อทั้งที่ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน ซื้อกลับไปบ้านเห็นของแล้วเสียดายเงินแทบแย่(ฮา)


          เอาเป็นว่า...ผมขอปิดท้ายด้วยคาถาบูชากุมารทอง ตามตำราของหลวงพ่อเต๋ วัดสามง่ามก็แล้วกัน ซึ่งความจริงแล้วก็สามารถใช้ได้กับกุมารทองทั่วไป ตั้งนะโม (3 จบ) “พุท ธัสสะ บูชา ธัม มัสสะ บูชา สัง ฆัสสะ บูชา ปติ ปติ บูชา ภะวันตุเม อุกาสะอุกาสะ ข้าพเจ้าขอไหว้ตุ๊กตาทอง ขอจงมาบังเกิดอยู่ในจักขุทวาร ในมะโนทวารในกายทวารแห่งข้าพเจ้า ขอเดชเดชะ ข้าพเจ้าได้ทำบำเพ็ญกุศลมาแต่อเนกอนันตชาติเกิดด้วยตุ๊กตาทอง ลาภทุกประการ จงมาบังเกิดกับข้าพเจ้าทั้ง 8 ทิศเนืองๆ ขอจงมาทุกวัน อย่าได้ขาดแคลน ลาภ สักการะ นั้นเลยให้เหมือนดั่งเช่นตุ๊กตาทองนี้เถิด”