หลากรุ่นสะท้อนศิลป์ "แผ่นดินแม่"

ธนาคารออมสิน จัดประกวดผลงานศิลปะหัวข้อ "ออมมรดกศิลป์ แผ่นดินแม่" ชิงถ้วยพระราชทาน

       พระราชกรณียกิจนานัปการ ตลอดจนโครงการพระราชดำริน้อยใหญ่ใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ช่วยสร้างอาชีพและพลิกฟื้นความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้น เป็นแรงบันดาลใจให้ธนาคารออมสิน จัดกิจกรรมประกวดผลงานศิลปะภายใต้หัวข้อ “ออมมรดกศิลป์ แผ่นดินแม่” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยจัดพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด พร้อมนิทรรศการแสดงผลงาน บริเวณลานเวิร์ค แอนด์ เพลย์ ชั้น 1 เซ็นทรัล แกรนด์ พระราม 9 เมื่อวันก่อน 

หลากรุ่นสะท้อนศิลป์ "แผ่นดินแม่"

หลากรุ่นสะท้อนศิลป์ "แผ่นดินแม่"

อ.เฉลิมชัย เชื้อเชิญ อนุรักษ์ เสงี่ยมจิตร ชมนิทรรศการ

        หัวเรือใหญ่ของกิจกรรม อนุรักษ์ เสงี่ยมจิตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สายงานบริหารธุรกิจลูกค้าบุคคล ประธานในพิธีมอบรางวัลเปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าวจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว แสดงจุดยืนของธนาคารที่นอกจากจะทำหน้าที่เป็นสถาบันการเงิน ส่งเสริมความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย ยังได้ส่งเสริมศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของชาติให้ดำรงอยู่ในรูปแบบงานศิลปะสืบไป

       "กิจกรรมนี้เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในฐานะทรงเป็น “อัคราภิรักษศิลปิน” โดยแบ่งการประกวดออกเป็น 4 ประเภท ประกอบด้วย บุคคลทั่วไป และเยาวชนในสามช่วงอายุคือ 15-18 ปี 11-14 ปี และ 7-10 ปี ชิงถ้วยพระราชทาน พร้อมเงินรางวัลรวม 1.77 ล้านบาท มีผู้ส่งผลงานจำนวน 552 ภาพ แต่ละประเภทจะมีผู้ชนะเลิศ 1 รางวัล รองชนะเลิศ 2 รางวัล และชมเชยอีก 3 รางวัล ซึ่งปีนี้ได้เพิ่มกิจกรรมพิเศษทั้งการโรดโชว์และจัดบรรยายศิลปะที่เชื่อว่าจะเป็นอีกแรงช่วยส่งเสริมให้วงการศิลปะของไทยพัฒนาต่อเนื่อง ทั้งในฝั่งของผู้สร้างสรรค์และผู้ชื่นชอบงานศิลป์ด้วย" อนุรักษ์กล่าว 

หลากรุ่นสะท้อนศิลป์ "แผ่นดินแม่"

ศ.เกียรติคุณอิทธิพล ตั้งโฉลก-ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์-อ.วีรเดช พนมวัน ณ อยุธยา

      ด้าน ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ตัวแทนคณะกรรมการ กล่าวว่า ปีนี้ีมีคนเก่งๆ เยอะ หลายคนไม่เคยได้รับรางวัลพอมาครั้งนี้ก็สามารถคว้ารางวัลได้ รุ่นเด็กๆ น่ารักมาก ฝีมือดีหลายคน ทำให้คณะกรรมการพิจารณาตัดสินเหนื่อย จนอยากให้รางวัลเพิ่ม แต่การเพิ่มรางวัลก็ใช่ว่าจะดีเพราะยุ่งยากในการตัดสิน อย่างรางวัลชมเชยมีจำนวนมากไปก็ต้องตัดออก สำหรับรุ่นผู้ใหญ่มีคนเก่งๆ ทั่วประเทศส่งผลงานเข้ามา ก็มาพิจารณาอย่างละเอียด เป็นผลงานทรงคุณค่าทั้งสิ้น ถือว่าธนาคารออมสินได้สร้างสิ่งใหม่ๆ ให้วงการศิลปะ ส่วนหนึ่งเป็นกิจกรรมเทิดพระเกียรติที่แม้จะเพิ่งจัดมาได้เพียง 3 ปีแต่กลายเป็นสถาบันหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากศิลปินทั่วประเทศ ในภายภาคหน้าคาดว่าจะมีผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ สร้างความตื่นเต้นให้แก่คณะกรรมการที่ได้เห็นผลงาน และทำให้เห็นถึงการพัฒนาของวงการศิลปะไทย

หลากรุ่นสะท้อนศิลป์ "แผ่นดินแม่"

“มรดกศิลป์ แผ่นดินแม่” ของ เทพพงษ์ หงษ์ศรีเมือง

       สำหรับภาพชนะเลิศประเภทบุคคลทั่วไป ได้แก่ผลงาน “มรดกศิลป์ แผ่นดินแม่” ของ เทพพงษ์ หงษ์ศรีเมือง ได้รับเงินรางวัล 1 ล้านบาท พร้อมถ้วยพระราชทานและประกาศนียบัตร โดยหนุ่มอีสานฝีมือดีแย้มว่าตื่นเต้นและดีใจมากที่สามารถคว้ารางวัลที่ 1 ได้อีกครั้ง ก่อนหน้านี้เคยส่งผลงานเข้าร่วมประกวดและคว้ารางวัลชนะเลิศมาแล้ว ครั้งนี้รังสรรค์ผลงานภายใต้แนวความคิดเรื่องความงดงามมรดกศิลป์บนแผ่นดินไทยซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยพระราชดำรินานัปการของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ก่อให้เกิดการอนุรักษ์ สร้างสรรค์ ส่งเสริม และสืบทอดงานศิลปวัฒนธรรมให้ดำรงอยู่อย่างกลมกลืนกับบริบทของสังคมไทยยุคสมัยใหม่ซึ่งมีการผสมผสานที่หลากหลายในเชิงวัฒนธรรมของท้องถิ่น สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีเอกลักษณ์ นำมาสู่การพัฒนาให้เกิดรายได้และอาชีีพของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า

      “ภาพนี้ใช้เทคนิคภาพพิมพ์แกะไม้ ใช้เวลาทำประมาณ 2 เดือน ผมเป็นคนอีสานโดยกำเนิดจึงรับรู้เรื่องราวพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 มาตลอด จังหวัดต่างๆ ในแถบอีสานมีโครงการพระราชดำริของพระองค์มากมาย โดยเฉพาะงานศิลปหัตถกรรม เป็นอาชีพเสริมช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านเป็นอย่างดี ภาพนี้จึงไม่ยากหากจะถ่ายทอดสิ่งที่พระองค์ท่านออกมาเป็นงานศิลปะ” เทพพงษ์ เผย

หลากรุ่นสะท้อนศิลป์ "แผ่นดินแม่"

ณภัทร อาริยวัฒน์ กับผลงานชื่อ “การเปลี่ยนแปลงที่หม่นลง”

      มาที่รางวัลที่หนึ่งประเภทอายุ 15-18 ปี ณภัทร อาริยวัฒน์ จากผลงานสื่อผสมชื่อ “การเปลี่ยนแปลงที่หม่นลง” บอกว่าดีใจที่ผลงานถูกใจคณะกรรมการ ภาพนี้ใช้เวลาสร้างสรรค์พอสมควร โดยตีความผ่านแนวความคิดของการหม่นหมองของศิลปวัฒนธรรมกับเทคโนโลยีที่เข้ามาร่วมกันจากที่จะดีขึ้นแต่กลับถูกแต่งเติมจนหมองคล้ำลง 

     ส่วนผู้ชนะเลิศประเภทอายุ 11-14 ปี สุภาวดี อำปลอด ซึ่งรังสรรค์ผลงานสื่อผสมชื่อ “มรดกศิลป์ แผ่นดินแม่” บอกว่าตื่นเต้นมากๆ ไม่คิดว่าจะได้ที่ 1 ส่วนตัวรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงช่วยเหลือประชาราษฎร์ให้ชีวิตใหม่จากการตกทุกข์ได้ยาก โดยทรงจัดสร้างศูนย์ศิลปาชีพสอนอาชีพเสริมในท้องถิ่นของตัวเอง จึงนำหุ่นกระบอกและลูกปัดไทยที่ทรงส่งเสริมให้ราษฎรทำมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน 

หลากรุ่นสะท้อนศิลป์ "แผ่นดินแม่"

ที่ 1 ระดับอายุ 7-10 ปี นริสรา เลื่อนฤทธิ์ กับ “หุ่นกระบอกไทย”

     ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถตามไปชมผลงานต่างๆ ได้อีกครั้งที่หอศิลปะวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 18-28 ธันวาคมนี้