ความเป็นไทยใน "ธงไตรรงค์ ธำรงไทย"

นิทรรศการ "ธงไตรรงค์ ธำรงไทย" รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานธงไตรรงค์เป็นธงประจำชาติไทย

ความเป็นไทยใน "ธงไตรรงค์ ธำรงไทย"

ธงชาติไทยปัจจุบันกับธงราชนาวี

      “ธงชาติและเพลงชาติไทย เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย เราจงร่วมใจยืนตรงเคารพธงชาติ ด้วยความภาคภูมิใจในเอกราชและความเสียสละของบรรพบุรุษไทย”

     หากฟังผิวเผิน ก็คือคำกล่าวเตือนให้เตรียมตัวเคารพธงชาติทุกเช้าเย็น แต่หากเราลองคิดตาม ทุกคำพูด ทุกประโยค ล้วนตอบคำถามว่า ทำไมเราจึงต้อง “ยืนตรงเคารพธงชาติ”...?

ความเป็นไทยใน "ธงไตรรงค์ ธำรงไทย"

ธงชาติไทยในยุคต่างๆ 

      ความสำคัญของธงมีมาตั้งแต่โบราณ ในสมัยพระนารายณ์แห่งกรุงศรีอยุธยา มีเรือค้าขายของฝรั่งเศสพร้อมราชทูต เดินทางมาถึงป้อมวิไชยเยนทร์ ปากคลองบางกอกใหญ่ และตามธรรมเนียม เรือที่มาเยือนจะต้องชักธงประเทศของตนเอง เพื่อแสดงสัญลักษณ์ว่า “มาถึงแล้ว” สยามก็จะยิงสลุตคำนับ ขณะเดียวกันสยามก็ต้องชักธงขึ้นเพื่อตอบกลับว่า “ยินดีต้อนรับ” แต่ตอนนั้นสยามไม่มีธงสัญลักษณ์ที่ใช้เป็นธงชาติมาก่อน จึงคว้าผ้าสีแดงที่หาได้ง่ายชักขึ้นแทน ฝรั่งเศสจึงยิงสลุตคำนับตอบ

ความเป็นไทยใน "ธงไตรรงค์ ธำรงไทย"

ภายในนิทรรศการ

     เหตุการณ์ดังกล่าวจึงถือกันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ “ประวัติศาสตร์ธงชาติไทย”

     ธงสีแดงล้วน สู่ ธงไตรรงค์ ริ้วขาว แดง น้ำเงิน หรือธงชาติไทยในปัจจุบัน มีความเป็นมายาวนาน โดยประเทศไทยได้ฉลองครบรอบ 100 ปีธงไตรรงค์ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2560 และในปีที่ 101 นี้ คณะอนุกรรมการดำเนินโครงการจัดกิจกรรมธงไตรรงค์ ธำรงไทย ร่วมกับมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์ และวชิราวุธวิทยาลัย จึงได้จัดนิทรรศการ “ธงไตรรงค์ ธำรงไทย” ขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานธงไตรรงค์เป็นธงประจำชาติไทย รวมถึงการให้ความรู้ ความสำคัญของธงชาติแก่เยาวชนและบุคคลทั่วไป

      นิทรรศการเริ่มจาก การแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางด้านความเชื่อของคนโบราณ ระหว่างสีและวิถีชีวิต เช่น การใส่สีเสื้อผ้าเพื่อให้เกิดความโชคดี มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู และความเจริญรุ่งเรือง ยึดโยงไปถึงสีของธงที่แสดงความเป็นชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์, พัฒนาการของธงชาติไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน, ข้อปฏิบัติต่างๆ ต่อธงชาติไทย, วิธีการใช้ การชัก และการประดับธงในโอกาสต่างๆ

ความเป็นไทยใน "ธงไตรรงค์ ธำรงไทย"

ธงชาติกับประวัติศาสตร์ช่วงต่างๆ 

       พัฒนาการของธงชาติไทย ถือเป็นโซนสำคัญ อย่างที่บอกแล้วว่า ผ้าพื้นสีแดงล้วนถูกนำมาใช้เป็นธงครั้งแรก ซึ่งธงสีแดงถูกใช้อย่างแพร่หลายทั้งเรือหลวงและเรือค้าขายของราษฎร ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 1 ได้นำรูปจักรสีขาวมาประดับกลางธงผ้าพื้นแดงเพื่อแสดงความแตกต่างระหว่างเรือของพระมหากษัตริย์กับเรือของราษฎร

     ในสมัยรัชกาลที่ 2 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เพิ่มรูปช้างเข้าภายในวงจักรของเรือหลวงไว้ด้วย อันมีความหมายว่า พระเจ้าแผ่นดินอันมีช้างเผือก เนื่องจากได้ช้างเผือกเอกมา 3 ช้าง ส่วนเรือพ่อค้ายังคงใช้ธงแดงตามเดิม

      ต่อมา พ.ศ.2398 มีการทำสนธิสัญญาเบาริ่งกับอังกฤษ รัชกาลที่ 4 มีพระราชดำริว่า สยามจำเป็นต้องมีธงชาติตามธรรมเนียมชาติตะวันตก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ธงพื้นสีแดงมีรูปช้างเผือกเปล่าอยู่ตรงกลางเป็นธงชาติสยาม ใช้ทั้งเรือหลวงและเรือราษฎรโดยยกรูปจักรออก เนื่องจากจักรเป็นเครื่องหมายเฉพาะพระองค์พระมหากษัตริย์และธงพื้นสีแดงที่เอกชนสยามใช้ทั่วไปซ้ำกับประเทศอื่นในการติดต่อระหว่างประเทศ

ความเป็นไทยใน "ธงไตรรงค์ ธำรงไทย"

     “ธงช้างเผือกเปล่า” ได้ใช้เป็นธงชาติสยามสืบมาจนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนรูปแบบธงชาติ เป็นธงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีแถบยาวสีแดง 3 แถบ สลับกับแถบสีขาว 2 แถบ ซึ่งเหมือนกับธงชาติไทยในปัจจุบัน แต่มีเพียงสีแดงสีเดียว ซึ่งธงนี้เรียกว่า ธงแดงขาว 5 ริ้ว หรือธงค้าขาย แต่สำหรับหน่วยงานราชการของรัฐบาลสยามยังคงใช้ธงช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ แต่ใช้รูปช้างเผือกแบบทรงเครื่องยืนแท่น

     กระทั่งปี 2460 รัชกาลที่ 6 ได้เพิ่ม “สีน้ำเงินขาบ” (สีน้ำเงินเข้มเจือม่วง) สีประจำวันพระราชสมภพวันเสาร์อีกสีหนึ่ง เพื่อความสง่างามและให้เป็นทำนองเดียวกับธงชาติของประเทศฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ธงชาติแบบใหม่นี้ได้อวดโฉมต่อสายตาชาวโลกครั้งแรกในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ซึ่งไทยเข้าร่วมเป็นฝ่ายพันธมิตร และใช้มาจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงธงไชยเฉลิมพล ที่มีการเพิ่มรูปช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่นในวงกลมสีแดง

ความเป็นไทยใน "ธงไตรรงค์ ธำรงไทย"

นักเรียนวชิราวุธสาธิตการพับธงอย่างถูกต้อง

      ขณะเดียวกันก็มีการออกพระราชบัญญัติและกฎหมาย เพื่อรองรับธงชาติในแต่ละยุคสมัย เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ธงชาติได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ความรู้อีกอย่างที่เชื่อว่าน้อยคนนักจะทราบก็คือ การทำลายธงชาติเก่าที่ชำรุดและเสื่อมสภาพ วิธีการก็คือให้ตัดผืนธงชาติให้ริ้วสีแยกออกจากกัน เพื่อให้สิ้นสภาพ หรือสัญลักษณ์อันเป็นผืนธงชาติ หรือวิธีการพับธงชาติที่ถูกต้อง จะต้องพับให้เป็นรูปสามเหลี่ยม โดยให้เห็นแถบสีทั้งสามของธงชาติด้วย

       ธง จึงไม่ใช่แค่เพียงผืนผ้า แต่มีนัยถึงความเป็นเอกราชบนแผ่นดินไทยอันยาวนาน ที่บรรพบุรุษเสียสละเลือดเนื้อรักษาไว้ให้ และทุกครั้งที่ธงไตรรงค์ปลิวไสวบนยอดเสา เราคนไทยจะพร้อมใจยืนตรงเพื่อธำรงความเป็นไทยได้...นิทรรศการจัดแสดงที่ อาคารนวมภูมินทร์ วชิราวุธวิทยาลัย ถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้ เวลา 09.00-15.00 น. (ยกเว้นวันพุธ วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)