นำสุนัขออกมาเดินที่สาธารณะสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน

นำสุนัขออกมาเดินที่สาธารณะสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน : คอลัมน์... เปิดซองส่องไทย 

 

          เรียนคุณลุงแจ่ม เปิดซองส่องไทย เนื่องจากชาวบ้านพหลโยธิน 11 ต้องขอขอบคุณเขตพญาไทมากที่มาทำท่อระบายน้ำตลอดจนทั้งทำถนนและฟุตบาทใหม่ให้ หลังจากใช้เวลาก่อสร้างมาอย่างยาวนานเกือบปี บัดนี้ได้ทางเท้าใหม่เหมาะแก่การสัญจรและออกกำลังกาย

          อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่ามีชาวบ้านบางบ้านที่เลี้ยงสุนัขแต่มักง่าย เห็นแก่ตัว ปล่อยสุนัขออกมาเดินและวิ่งบริเวณที่แห่งนี้ ซึ่งสุนัขนั้นได้อุจจาระตามฟุตบาทเลอะเทอะเยอะแยะไปหมด ทำให้สกปรกทั้งทางเท้าและหน้าบ้านคนอื่น 

          บางครั้งชาวบ้านคนเดินเท้าต้องลงมาเดินบนถนนที่รถสัญจรผ่านไปมา ซึ่งเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายจากอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนมาก เจ้าหน้าที่กวาดถนนก็ไม่กวาด อ้างว่าถ้ากวาดแล้วจะทำให้ติดไม้กวาด และจะทำความสะอาดยาก จึงเป็นหน้าที่ที่ต้องจำยอมของชาวบ้านที่ไม่ได้เลี้ยงสุนัข ต้องมาคอยกวาด ล้างถนน ล้างไม้กวาดของตนเอง

          ใคร่ขอหารือว่าการกระทำสิ่งปฏิกูลในที่สาธารณะแบบนี้ผิดพ.ร.บ. ใดบ้าง มีโทษอย่างไร ต้องแจ้งหน่วยงานใดให้มาจัดการกับปัญหานี้ และทางกทม. น่าจะจัดซื้ออุปกรณ์ให้เจ้าหน้าที่และพนักงานกวาดถนนด้วยจะดีมากเลย
กัญญา

ตอบ
          คุณพวงเพ็ญ ชื่นค้า ผู้อำนวยการเขตพญาไท ชี้แจงว่า เรื่องนี้ได้ส่งให้เจ้าหน้าที่ที่เป็นฝ่ายเกี่ยวข้อง คือ ฝ่ายสิ่งแวดล้อม และฝ่ายรักษาความสะอาด เข้าลงพื้นที่ไปตรวจสอบพื้นที่พหลโยธิน 11 โดยการแก้ไขปัญหาของทางเจ้าหน้าที่คือการลงไปตรวจสอบ ลงพื้นที่ และได้มีการประกาศขอความร่วมมือห้ามนำหรือปล่อยสัตว์เลี้ยงมาขับถ่ายในที่สาธารณะ ที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อน สร้างสิ่งสกปรก ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย มีกลิ่นเหม็น และเป็นแหล่งเพาะพันธ์ุเชื้อโรคต่างๆ ได้

          หากพบว่ามีการกระทำที่ฝ่าฝืน ซึ่งก่อให้เกิดความสกปรก ถือว่าเป็นการปล่อยให้สัตว์ถ่ายมูลบนถนน และไม่ได้ขจัดมูลดังกล่าวให้หมดไปนั้น โดยจะมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท ตามมาตรา 52 ตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 

          อีกทั้งยังผิดพระราชบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการควบคุมการเลี้ยงหรือการปล่อยสัตว์ พ.ศ.2545 และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข พ.ศ.2548 ซึ่งออกตามความตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ.2535 โดยมีโทษคือปรับไม่เกิน 25,000 บาท 

          นอกจากนี้ได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ลงมาดูแลตรวจสอบพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ และให้มีการทำความสะอาดพื้นที่ในส่วนนั้นอย่างต่อเนื่องอยู่เป็นประจำ และได้แก้ไขปัญหานี้ และปัญหาอื่นๆ อยู่ตลอดเวลาโดยไม่ละเว้นหน้าที่เลย