เผย 5 ผลงานยอดเยี่ยมจากบ้านเกิด "ป๋า"

เผยผลการเฟ้นหา 5 ศิลปินยอดเยี่ยมรุ่นใหม่ที่มีผลงานเด่นชนะการประกวดศิลปกรรม "ศิลปะสัญจร" 

          กองทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะ “มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์” เผยผลการเฟ้นหา 5 ศิลปินยอดเยี่ยมรุ่นใหม่ที่มีผลงานเด่นชนะการประกวดศิลปกรรม “ศิลปะสัญจร” (Art Camp) ประจำปี 2561 เพื่อรับรางวัลและโอกาสส่งผลงานเข้าประมูลร่วมกับศิลปินแห่งชาติและศิลปินชั้นเยี่ยมปลายปีนี้ เพื่อหาทุนมอบให้กับรุ่นน้อง

เผย 5 ผลงานยอดเยี่ยมจากบ้านเกิด "ป๋า"

ศิลปินทำงานอย่างมุ่งมั่น

          อ.ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ และประธานคณะกรรมการดำเนินงานกองทุน เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กองทุนได้นำอดีตนิสิต-นักศึกษาที่เคยได้รับทุนกว่า 200 คน ร่วมจัดกิจกรรมศิลปะสัญจร ประจำปี 2561 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ได้รับทุนศึกษาศิลปะทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องได้มีโอกาสพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ทำงานร่วมกัน และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ได้จากท้องถิ่นที่ไปเยือน พร้อมได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคม โดยจัดประกวดวาดภาพให้กับนักเรียน เพื่อสนับสนุนกิจกรรมศิลปะในท้องถิ่น

          การไป จ.สงขลา ในครั้งนี้มีการสำรวจและวางแผนเพื่อที่จะนำเด็กไปสร้างสรรค์ผลงานในสถานที่ที่งดงามจำนวน 4 แห่ง แห่งที่ 1 “หาดสมิหลา” ที่ท่องเที่ยวริมทะเลชื่อดัง มีรูปปั้นนางเงือกลือชื่อ แต่เป็นเรื่องน่าแปลกใจที่หาดสมิหลากลับมีคนมาน้อยกว่าที่คาด ผลงานที่ได้ก็น้อยกว่าที่คิดมีเพียง 20 ผลงาน จากผลงานรวม 350 ผลงาน ที่สำคัญไม่มีผลงานใดที่ได้รับรางวัลจากการประกวด สถานที่แห่งที่ 2 “เกาะยอ” มีศิลปินหนุ่มสาวมาเยือนมากขึ้น ผลงานมีจำนวนมาก แต่ทุกรูปกลับเหมือนเดิม คือไม่มีผลงานใดได้รับการคัดเลือกให้เป็นผลงานยอดเยี่ยม ทำให้ทุกคนใจหายว่ามันเกิดอะไรขึ้น?

เผย 5 ผลงานยอดเยี่ยมจากบ้านเกิด "ป๋า"

กลุ่มศิลปินที่ทำงานที่หาดเก้าเส้ง ซึ่งที่ 2 จากขวา คือ วีรพงษ์ แสนสมพร เจ้าของผลงาน “เก้าเส้ง” 

          ดังนั้นทุกคนจึงมีใจจดจ่อกับสถานที่แห่งที่ 3 ที่ “หาดเก้าเส็ง” เป็นสถานที่ที่งดงามด้วยหาดและสีสันของเรือกอและ ที่เป็นวิถีชีวิตของชาวประมง ดังนั้นผลงานที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นอันดับ 1 ใน 5 ผลงานยอดเยี่ยมจึงเกิด ณ ที่แห่งนี้ จากผลงานมีชื่อว่า “วิถีชีวิตหาดเก้าเส้ง” ผลงานของ วีระพงษ์ แสนสมพร ศิลปินอาศัยร่มเงาไม้ริมหาดสร้างสรรค์ผลงานให้เห็นความเป็นอยู่ของคนและเรือกอและ ที่ถูกนำขึ้นมาเกยตื้นรอการซ่อมบนหาด บนเรือที่มีธงพลิ้วปลิวไสวด้วยแรงลม ที่สะท้อนวีถีชีวิตวิถีธรรมชาติริมหาดเก้าเส้ง

เผย 5 ผลงานยอดเยี่ยมจากบ้านเกิด "ป๋า"

 ลุยสร้างผลงานในเมืองเก่า

          สถานที่สุดท้ายคือบ้านเกิดป๋า ที่ “เมืองเก่าสงขลา” มีศิลปินหนุ่มสาวมาชุมนุมที่นี่มากที่สุด ทำให้มีผลงานที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผลงานยอดเยี่ยมจำนวนถึง 4 ผลงาน ผลงานที่ได้รับเลือกผลงานแรกเป็นของ สกล มาลี ศิลปินหนุ่มจากอีสานที่จบปริญญาตรีจากเพาะช่าง ปริญญาโทจากศิลปากร ด้านศิลปะไทย เมื่อมาถึงสงขลาได้เห็นความงามหลายๆ มุมของสงขลา จึงสร้างงานสร้างชื่อผลงานว่า “เมืองเก่าสงขลา” ซึ่งเขาได้เล่าถึงสิ่งที่ตัวเองมองเห็นในสงขลาด้วยฝีแปรงและสีเหลือง บอกเล่าความเป็นอยู่ บ้านเรือนในเมืองเก่าสงขลาที่เขาประทับใจอยู่กับประตูไม้บานเฟี้ยมที่มีดาษดื่นทั่วไปหมด บอกเล่าถึงเรือหาปลาขนาดใหญ่ที่จอดซ่อนตัวอยู่ในมุมต่างๆ ของทะเลสาบที่เงียบสงบ ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจของผู้มาเยือนอย่างเขาเป็นอย่างยิ่ง

เผย 5 ผลงานยอดเยี่ยมจากบ้านเกิด "ป๋า"

พณิช ผู้ปรารถนา กับผลงาน “ท่าเรือบ้านนครนอก”

          ผลงานชิ้นที่ 2 เป็นของ พณิช ผู้ปรารถนา อาจารย์หนุ่มเด็กทุน “ป๋า” อาจารย์สอนศิลปะจากวิทยาลัยช่างศิลป ได้สร้างผลงานชื่อ “ท่าเรือบ้านนครนอก” โดย อ.พณิช อาศัยซอยที่ไม่ใหญ่นักจากถนนนครนอก นำไปสู่ท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์พิทักษ์ของทะเลสาบสงขลา ให้ไปพบกับเรือหาปลาลำใหญ่ที่มีสีสันสวยงามจอดเทียบท่าอยู่ ที่กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานชิ้นนี้แบบตรงไปตรงมา เห็นอย่างไรวาดอย่างนั้นจากของที่มีตัวตนจริงๆ ที่มีอยู่ตรงหน้า

เผย 5 ผลงานยอดเยี่ยมจากบ้านเกิด "ป๋า"

ผลงานชื่อ “เรือ” โดย วีรพงษ์ ศรีตระกูลกิจการ

          ต่อมาเป็นผลงานชิ้นที่ 3 เป็นของ วีรพงษ์ ศรีตระกูลกิจการ ที่อาศัยโต๊ะหลังร้านกาแฟ “Café Der See” เป็นที่วางเฟรม วิวที่ได้จากที่นั่งตรงนั้นที่มองตรงไปด้านหน้าจะเห็นทะเลสาบและเรือเดินสมุทรที่จอดลอยลำได้ผลงานชื่อ “เรือ” เนื่องจากศิลปินคนนี้เป็นคนชอบเรือ ชอบทะเล จึงทำให้ผลงานชิ้นนี้ออกมางดงามมาก จนเจ้าของร้านกาแฟอดทนไม่ไหวได้แอบเดินมากระซิบขอซื้อขณะที่เขาสร้างสรรค์ผลงานใกล้เสร็จ

เผย 5 ผลงานยอดเยี่ยมจากบ้านเกิด "ป๋า"

อ.ปัญญา วิจินธนสาร มอบรางวัลให้กับ อ.พรรษา พุทธรักษา

          ผลงานที่ 4 เป็นผลงาน อ.พรรษา พุทธรักษา จาก ม.ศิลปากรชื่อ “บ้านสงครามโลก” ผลงานชิ้นนี้ศิลปินเจตนาที่จะเขียนบอกเล่าประวัติความเป็นไปของตึกเก่า 3 ชั้นหลังนี้ที่อยู่บนถนนนครนอก ว่าเคยผ่านศึกสงครามระดับโลกในสงความโลกครั้งที่ 2 มาแล้วอย่างโชกโชน ที่สงครามเข้าขั้นแตกหัก ระหว่างสัมพันธมิตรกับกองทัพญี่ปุ่นที่ยึดครองตึกหลังนี้เป็นศูนย์บัญชาการ ทำให้ตึกหลังนี้ต้องถูกทิ้งระเบิดอย่างรุนแรง ถึง 3 ครั้ง กระจุยกระจายเหลือตึกไว้ให้เห็นอยู่เพียงซีกเดียว เช่นทุกวันนี้ 

          ทั้งนี้ผลงานที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผลงานยอดเยี่ยมจำนวน 5 ผลงานนี้จะได้นำไปแสดงร่วมกับผลงาน จากศิลปะสัญจรสงขลาปีนี้อีกจำนวน 350 ผลงาน ที่หอศิลป์แห่งชาติ ถนนเจ้าฟ้า ให้ได้ชื่นชมตลอดเดือนกันยายน 2561 โดยจะมีการเปิดนิทรรศการอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 4 กันยายน 2561 โดย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นประธานในพิธี