ยกระดับ "สุวรรณภูมิ" ให้ปลอดภัยสูงสุด

ยกระดับ "สุวรรณภูมิ" ให้ปลอดภัยสูงสุด : คอลัมน์...  เปิดซองส่องไทย 

 

          ถึงเวลาที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะได้กลับมาติดอันดับ 1 ใน 5 ของท่าอากาศยานระดับโลกอีกครั้ง เมื่อมีการขยายเฟส 2 และ 3 รองรับการเดินทางและนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นให้ได้มากกว่า 60 ล้านคน โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยของผู้เดินทาง ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่แห่งอนาคตของการตรวจสอบ “สัมภาระของผู้โดยสาร” ที่สนามบินนานาชาติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของผู้โดยสารที่มากขึ้นด้วย

          การเตรียมเครื่องตรวจสอบใหม่นี้จะต้องตัดสินใจก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 2 ปี บริษัทที่ปรึกษาของการท่าอากาศยาน ได้ศึกษาแล้วมีความเห็นเสนอต่อผู้บริหารว่า ให้ซื้อรุ่นใหม่ที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้ามากกว่ารุ่นที่ใช้ปัจจุบัน เพราะเป็นท่าอากาศสุวรรณภูมิ มีความสำคัญเป็นสนามบินระดับโลก จึงควรมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ารุ่นใหม่ โดยใช้วิธีการเสนอเปิดประมูลเพื่อพิจารณา มากกว่าที่จะใช้วิธีการ “จัดซื้อแบบพิเศษ” เพื่อยกระดับสนาบินสุวรรณภูมิให้มีความปลอดภัยในระดับสากลในอีกสองปีข้างหน้า ปัจจุบันท่าอากาศยานใหม่ที่เกิดขึ้น ก็เริ่มมีการใช้เทคโนโลยีใหม่ เรียกว่า เครื่องตรวจวัตถุระเบิดรุ่นใหม่ 0.5 เมตรต่อวินาที ใช้อยู่ประมาณ 100 เครื่องตามสถานีทั่วโลก สนามบินที่ขยายอาคารใหม่ ก็ใช้เครื่องรุ่นใหม่ ถ้าตัดสินใจวันนี้ เครื่องจะได้รับอีกสองปีข้างหน้า

 

ยกระดับ "สุวรรณภูมิ" ให้ปลอดภัยสูงสุด

 

          สนามบินนานาชาติที่ติดตั้งแล้ว ได้แก่ สนามบินเคนไซ, ฟูกุโอกะ, ชิบะ, ชูบุ, นาฮา, เจนีวา, เบลฟาสต์,  ลีดส์, ตุรกี, นอร์เวย์, คูเวต, อินเดีย, มุมไบ, บังกาลอร์, เนเธอร์แลนด์, เยอรมนี, โมร็อกโก โดยทุกเครื่องต้องผ่านมาตรฐานทั้งของยุโรป และมาตรฐาน TSA รับรองความปลอดภัย ในการตรวจสัมภาระผู้โดยสารในสนามบิน และต้องใช้เทคโนโลยีใหม่แห่งอนาคตด้วย

          โอกาสการ “ยกระดับ” สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิด้วยข้อมูลทางเทคนิคเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด ที่มีความเร็วสายพาน 0.5 เมตรต่อวินาที ประกอบไปด้วย 3 รุ่น คือ

          1.HI-SCAN 10080 XCT เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท Smiths Detection ซึ่งผ่านการรับรองจากองค์กรการบินระหว่างประเทศทั้งของสหรัฐอเมริกา คือ TSA และของสหภาพยุโรป คือ ECAC

          2.MV3D เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท L3 Technology ซึ่งผ่านการรับรองจากองค์กรการบินระหว่างประเทศทั้งของสหรัฐอเมริกา คือ TSA และของสหภาพยุโรป คือ ECAC

          3.CTX9800 DSi เป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้การดูแลโดยบริษัท Smiths Detection ซึ่งรุ่นนี้มีความเร็วสายพานให้เลือก 3 แบบ คือ 0.2, 0.3 และ 0.5 เมตรต่อวินาที ซึ่งที่ความเร็วสายพาน 0.5 เมตรต่อวินาที ผ่านการรับรองจากองค์กรการบินระหว่างประเทศเฉพาะของสหภาพยุโรป คือ ECAC เท่านั้น ส่วนองค์กรการบินระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา หรือ TSA นั้น ยังไม่ผ่านการรับรอง

          ข้อมูลสำหรับเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด เป็นรายละเอียดของเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดที่สนามบินนานาชาติต่างๆ ใช้มาตรฐานที่อ้างอิงสำหรับการเลือกใช้และเทคโนโลยีของเครื่อง ที่มีการพัฒนาในปัจจุบัน

 

 

ยกระดับ "สุวรรณภูมิ" ให้ปลอดภัยสูงสุด

 

          สนามบินที่มีการใช้งานเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดที่ความเร็วสายพาน 0.5 เมตรต่อวินาที เป็นแนวโน้มที่แสดงให้เห็นว่า หลายๆ สนามบินมีการขยายตัวโดยเปลี่ยนไปใช้เครื่องที่มีความเร็วสายพาน 0.5 เมตรต่อวินาที เพื่อรองรับการขยายตัวของผู้โดยสารที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปีในทุกภูมิภาคทั่วโลก หากเป็นตามนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะมีความพร้อมเพียงพอที่จะเป็นฐานการบินและเป็นฮับการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

          จากแนวโน้มการขยายตัวของธุรกิจการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตขึ้นจากเดิม หลายๆ ประเทศในภูมิภาคนี้ต่างขยายขีดความสามารถในการรองรับปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มสูงขึ้น เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เป็นต้น ทำให้หลายฝ่ายต่างจับตามองว่าประเทศไทยมีความพร้อมเพียงพอที่จะรองรับโอกาสจากการเติบโตของธุรกิจการบิน เป็นฐานการบินและฮับการบินในภูมิภาคเพื่อขยายเส้นทางไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ ทั้งในภูมิภาคอาเซียนและเอเชียมากน้อยเพียงใด

 

ยกระดับ "สุวรรณภูมิ" ให้ปลอดภัยสูงสุด

 

          หลังจากที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ได้เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2549 จนถึงปัจจุบัน ถือว่ามีการพัฒนาคุณภาพการให้บริการของท่าอากาศยานไปในทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนติดอันดับ 1 ใน 10 ท่าอากาศยานที่มีคุณภาพการบริการที่ดีที่สุดของโลก ในกลุ่มท่าอากาศยานที่มีผู้โดยสารมากกว่า 40-50 ล้านคนต่อปีขึ้นไป