วิสาขบูชาปุณมี๑๐๐ปีชาตกาลอาจารย์ชา สุภัทโทกำเนิดวัดหนองป่าพง

วิสาขบูชาปุณมี๑๐๐ ปี ชาตกาล อาจารย์ชา สุภัทโทกำเนิดวัดหนองป่าพงเพราะโยมแม่ โดย... พิสุทธิ์ เกรียงบูรพา

 

          จารึกไว้ในดวงจิตของศิษยานุศิษย์ทุกรูปทุกคนว่า ปี พ.ศ.๒๕๖๑ นี้ เป็นปีครบ ๑๐๐ ปีชาตกาล พระเดชพระคุณหลวงพ่อชา (ลูกศิษย์ฝรั่ง มักเรียกท่าน อาจารย์ชาฯ) สุภัทโท

 

          ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๙๗ หลวงพ่อชาได้พอใจในดินแดนที่ท่านและพระ ๔-๕ รูป มาปักกลด ปฏิบัติเข้มในป่ารกชัฏ ที่มีหนองน้ำใกล้บ้านเกิด วารินชำราบ จ. อุบลราชธานี ตามคำอาราธนาของโยมแม่ แห่งนี้จึงก่อตั้งเป็น วัดหนองป่าพง ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาตราบจนปัจจุบัน มีวัดหนองป่าพงมากกว่า ๓๐๐ สาขา ทั่วประเทศไทยและทั่วโลก

          ด้วยระบบสังฆะที่เข้มแข็ง ที่หลวงพ่อชา ได้สืบทอด ต่อเนื่องกันมา นโยบายของท่าน ไม่ยอมย่อหย่อนต่อการผิดเพี้ยนต่อพระธรรมวินัยเลย แม้จะเป็นมหานิกาย แต่วัตรปฏิบัติ เข้มประหนึ่งพระป่า ฉันเอกา มีความเคารพบูชาต่อพระธรรมวินัย ต่อพระพุทธเจ้าอย่างสุดชีวิตจิตใจ

          พูดน้อย นอนน้อย กินน้อย ให้ปฏิบัติมากๆ ... ปรารภความเพียรให้มากๆ ท่านมักพูดเสมอ การเจริญภาวนา เป็นสิ่งที่ต้องทำเสมอ ขี้เกียจก็ทำ ขยันก็ทำ, ยามปกติสุข (สงบ) ก็ทำ ยามจิตวุ่น (ไม่สงบ) ก็ยิ่งต้องทำ

          “ปรารภความเพียร” ... คำครูบาอาจารย์ตั้งแต่รุ่นอาจารย์ใหญ่ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ก็เน้นย้ำสั่งสอนกันมา เป็นสิ่งสำคัญ หลวงพ่อชา นำมาตอกย้ำ ด้วยคำง่ายๆ แต่โดนใจเหลือเกิน โดยเฉพาะเวลาผู้เขียนภาวนา แล้วรู้สึกไม่ก้าวหน้าอะไรมากมาย ... คำของท่านที่ก้องในหูของผม เสมอคือ ...

          ไม่ดี ก็ให้มันตาย (ไปเลย) ถ้าไม่ตาย ก็ให้มันดี!

          เมื่อนึกถึงคำนี้ทีไร มันกระทบต่อใจมาก หากกำลังนั่งสมาธิอยู่ ก็จะนั่งต่อไปอย่างมั่นคง หากกำลังเดินจงกรมอยู่ แม้จะเหนื่อย เมื่อยล้าอย่างไร ก็จะยังคงเดินจงกรมต่อไป แม้เดินจงกรมจนแข้งพับ ก็จะไม่ยอมหยุดเดินก่อนเวลา ถึงตายก็ยอม

          ท่านอาจารย์อนันต์ อกิญฺจโน พระอาจารย์ของผู้เขียน เจ้าอาวาสวัดมาบจันทร์ (หนองป่าพง ๗๓) เคยสอนว่า ... สมันบวชใหม่ๆ เวลาตั้งใจภาวนาแล้ว มันไม่คืบ หรือเกิดอาการง่วงขึ้นมา ท่านเคยทดลอง ทำตามที่หลวงพ่อชา เทศน์ไว้ คือ เอาไม้พาด ปากบ่อน้ำ หรือไปนั่งบนที่สูงเลย กะว่า ถ้าจิตมันไม่เป็นสมาธิ หรือไม่หายง่วง ก็ให้มันตอบ่อ ตกเหว ตายๆ ไปเลย! แล้วพระอาจารย์อนันต์ เอง ยังกล่าวตบท้าย แบบขำๆ ว่า อาตมาเอง คิดย้อนไปแล้ว ก็เสี่ยงเหมือนกันนะ เพราะถ้าตกลงไปจริงๆ ก็คงตายไปแล้วล่ะ

          อย่างไรก็ดีตราบจนวันนี้ท่านอาจารย์อนันต์ก็ยังมีชีวิตอยู่ บารมีของท่านยังทำให้วัดมาบจันทร์เจริญก้าวหน้าเป็นที่ภาคภูมิใจของจังหวัดระยอง

          นี่แหละครับ ... ปฏิปทา การปฏิบัติธรรมแบบเอาชีวิตแลกเป็นแลกตาย กันเลย

          ไม่ดี ก็ให้มันตาย หากไม่ตาย ก็ให้มันได้ดี
          ปฏิบัติภาวนานี้ ยอมกันง่ายๆ ได้ไฉน
          ให้อดข้าวกัน สักมื้อ คนเราบ่นแทบตาย
          ฝึกจิตเป็นอาหารใจ กลับไม่ใคร่ใส่ใจจะทำกัน
          อาจารย์ชา ว่า บรรลุธรรมได้ ต้องแลกด้วยชีวี
          หากไม่ตาย ก็ให้มันดี อย่าเหหัน
          ฉันมื้อเดียว ปรารภความเพียรกันทั้งวัน
          จึงจะห้ำหั่น สังสารวัฏ กิเลสมารได้เอยฯ

          แม้จะผ่านมาแล้ว ๒๖ ปี ของการมรณภาพของพระเดชพระคุณหลวงพ่อชา และก็ครบ ๑๐๐ ปี ชาตกาลในปี พ.ศ.๒๕๖๑ นี้ วัดหนองป่าพงแห่งนี้กลับมีศิษยานุศิษย์หลั่งไหลเข้ามากราบกรานอย่างไม่ขาดสาย ทุกๆ วันที่ ๑๖ มกราคม ของทุกปี นอกจากไม่ลดลงแล้ว ยังมีจำนวนบรรพชิตและฆราวาสมาเยอะมากขึ้นๆ ด้วยซ้ำ

          ดังจะเห็นมีศิษยานุศิษย์ คนรุ่นใหม่ ที่ไม่เคยเห็นหลวงพ่อชาองค์เป็นๆ แต่ได้รับการถ่ายทอดผ่านหนังสือยูทูปหรือ คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ก็มาเดินร่วมเวียนเทียนที่นี่มากขึ้นเช่นกัน

          สังขารร่างกายของท่านดับขันธ์ไป ตามธรรมดา แต่บารมีคำสั่งสอนของท่าน ยังมีชีวิตอยู่ ยังส่งผลอย่างไม่จืดจางไปไหน และคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ยังไม่ล้าสมัย เป็นอกาลิโกที่ทนต่อการพิสูจน์ได้เสมอ จริงๆ