รำลึกในหลวง ร.9 ณ พระราชวังพญาไท

"พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์ ณ พระราชวังพญาไท" ​ เรียนรู้พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจในหลวง ร.9

รำลึกในหลวง ร.9 ณ พระราชวังพญาไท

       เพื่อให้ประชาชนที่พลาดโอกาสในการเข้าชมนิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” ณ พระนั่งทรงธรรม และนิทรรศการพระเมรุมาศพิมานนฤมิต ณ ท้องสนามหลวง เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม พ.ศ.2560 ได้มีโอกาสชื่นชมนิทรรศการดังกล่าวอีกครั้ง กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จึงร่วมกับ กรมการแพทย์ทหารบก และมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท เปิดนิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์ ณ พระราชวังพญาไท” โดยมี วีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี ที่พระที่นั่งพิมานจักรี พระราชวังพญาไท บ่ายวันก่อน

รำลึกในหลวง ร.9 ณ พระราชวังพญาไทวีระ โรจน์พจนรัตน์ ชมนิทรรศการ


       อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อเดือนพฤศจิกายนและเดือนธันวาคม พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา ประกอบด้วยนิทรรศการสองส่วน ได้แก่ นิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” นำเสนอพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ ณ พระที่นั่งทรงธรรม และนิทรรศการพระเมรุมาศพิมานนฤมิต ซึ่งนำเสนอรายละเอียดและขั้นตอนงานศิลปกรรมการจัดสร้างพระเมรุมาศและสิ่งประกอบพระราชพิธีโดยละเอียด มีประชาชนจากทั่วประเทศเข้าชมนิทรรศการทั้งสองส่วนราว 4 ล้านคน ทั้งนี้เมื่อจบนิทรรศการแล้ว กรมศิลปากร จึงมอบนิทรรศการทั้งชุดจำนวน 54 บอร์ด รวมสิ่งของจัดแสดง และสื่อมัลติมีเดีย ให้กับกรมแพทย์ทหารบกและมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท นำมาจัดแสดงบริเวณโถงพระที่นั่งพิมานจักรี พระราชวังพญาไท เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจในหลวงรัชกาลที่ 9 และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานกำเนิดเป็นสถาบันผลิตแพทย์ทหารแห่งเดียวในประเทศไทย และเคยเสด็จพระราชดำเนินหลายครั้ง

รำลึกในหลวง ร.9 ณ พระราชวังพญาไทพลโท นายแพทย์ ธำรงค์รัตน์ แก้วกาญจน์-พลตรี นิมิตร์ สะโมทาน-อนันต์ ชูโชติ


       ด้าน พลตรี นิมิตร์ สะโมทาน ผอ.โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า ในฐานะผู้รับผิดชอบดูแลพื้นที่ได้วางแผนจัดวางนิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์ ณ พระราชวังพญาไท” ประกอบด้วยเนื้อหา สื่อมัลติมีเดีย และสิ่งของจัดแสดงบางส่วน แบ่งออกเป็น 5 โซน คือ ​โซนที่ 1 เมื่อเสด็จอวตาร ​แสดงพระราชประวัติ พระราชจริยาวัตร ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ในส่วนที่เกี่ยวเนื่องด้วยวังสระปทุมซึ่งเป็นที่ประทับแห่งแรกในประเทศไทย หลังจากโดยเสด็จสมเด็จพระบรมราชชนก และสมเด็จพระบรมราชชนนีจากสหรัฐอเมริกานิวัตประเทศไทยตั้งแต่พระชนมพรรษา 1 พรรษา ทรงได้รับการอภิบาลจากสมเด็จพระบรมราชชนนี และสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทั้งด้านการศึกษา และอบรมให้มีพระอุปนิสัยและพระราชจริยาวัตรอันงดงาม ตราบเมื่อทรงเจริญพระชนมพรรษาและทรงครองสิริราชสมบัติ จึงทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ประเสริฐ
       ​โซนที่ 2 รัชกาลที่ร่มเย็น ​นำเสนอเรื่องราว “อุปกรณ์ทรงงาน” ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ใช้ในการพัฒนาประเทศ ซึ่งมิได้หมายถึงเพียง กล้องถ่ายรูป อุปกรณ์ยุคแรกทรงงาน แผนที่ ซึ่งเป็นภาพแทนแผ่นดินไทย ดินสอ ที่ทรงใช้ระบุพิกัดโครงการในพระราชดำริ เพื่อช่วยเหลือราษฎรยามฉุกเฉินเท่านั้น หากยังหมายรวมถึง พระราชพาหนะ ที่นำพาเสด็จพระราชดำเนินไปในถิ่นทุรกันดาร เครื่องใช้ในพระราชพิธี ซึ่งเป็นมรดกแผ่นดินที่แสดงเอกลักษณ์ชาติ ตลอดจนการเตรียมพระวรกาย และเตรียมพระราชหฤทัย ด้วยการฝึกพระสติที่ประกอบด้วยธรรม อันเป็นฐานแห่งความสำเร็จในการทรงงานตลอดรัชสมัยอันรุ่งเรือง

รำลึกในหลวง ร.9 ณ พระราชวังพญาไท
       ​โซนที่ 3 เพ็ญพระราชธรรม ​นำเสนอเรื่องราวของธรรมมิกมหาราชาผู้ทรงครองแผ่นดินด้วย ทศพิธราชธรรม เพื่อยังประโยชน์สุขแก่พสกนิกรผู้อาศัยใต้ร่มพระบารมี การที่ ทรงพระผนวช โดยพระราชศรัทธาปสาทะในพระพุทธศาสนา การที่ทรงเป็นพุทธมามกะด้วยความเลื่อมใส ทั้งได้ทรงออกแบบสร้าง พระพุทธนวราชบพิตร พระราชทานเป็นขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชบริพาร ทหาร ตำรวจ ผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อแผ่นดิน และการที่ทรงเป็น อัครศาสนูปถัมภก ศาสนาหลักในประเทศไทยตามที่รัฐธรรมนูญรับรอง ได้แก่ ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาซิกข์ และศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ทั้งหลายเหล่านี้ มีผลให้แผ่นดินไทยสงบร่มเย็น มายาวนานตลอด 70 ปี
       ​โซนที่ 4 นำพระราชไมตรี ​นำเสนอการทรงงานด้านการต่างประเทศของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 นับตั้งแต่ พ.ศ. 2502 (เสด็จเยือนเวียดนาม) และประเทศในเอเชีย จากนั้นจึงมีการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกา ต่อด้วยนานาประเทศในทวีปยุโรป และประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศ จนถึงครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินเปิดสะพานข้ามแม่น้ำโขง หนองคาย-เวียงจันทน์ (พ.ศ. 2537) ผลจากการเสด็จพระราชดำเนินเยือน นอกจากนำมาซึ่งสัมพันธไมตรีที่ดีกับมิตรประเทศ ก่อให้เกิดความร่วมมืออีกมากมาย
       ​หลักการในการพัฒนาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ เป็นที่ประจักษ์ไม่เพียงแต่ในหมู่ประชาชนชาวไทย แต่ยังเป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก สถาบันและองค์กรต่างประเทศได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลสดุดีพระเกียรติคุณมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการน้อมนำศาสตร์ของพระราชา รวมถึงหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย ซึ่งได้มีการน้อมนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมถึงโครงการต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และส่วนบุคคล อันเป็นการขจัดความยากจน สร้างอาชีพ ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยการน้อมนำเอาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ครบ 4 มิติ คือ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม อันจะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งเป็นพันธกิจร่วมกันของทุกประเทศทั่วโลกในปัจจุบัน

รำลึกในหลวง ร.9 ณ พระราชวังพญาไท
       ​โซนที่ 5 พระจักรีนิวัตฟ้า ​ประมวลภาพหลังจากการประกาศของสำนักพระราชวัง โดยประชาชนชุดดำนับหมื่นนับแสนหลั่งไหลเพื่อให้ได้เฝ้าส่งเสด็จขบวนพระบรมศพ จากโรงพยาบาลศิริราชมายังพระบรมมหาราชวัง รวมทั้งภาพประชาชนจากทั่วประเทศเดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระประมุข และผู้นำประเทศต่างๆ ต่างร่วมรับรู้ความรู้สึกสูญเสียบุคคลสำคัญของโลก โดยมีพระราชสาส์น สาส์น และแถลงการณ์แสดงความอาลัย มายังพระบรมวงศานุวงศ์และประชาชน ชาวไทยโดยทั่วกัน   

รำลึกในหลวง ร.9 ณ พระราชวังพญาไท
       ​ทั้งนี้ นิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์ ณ พระราชวังพญาไท” ​เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับการเข้าชมเป็นหมู่คณะและทำการนัดหมายล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ ก่อนวันเข้าชม กรุณาแต่งกายสุภาพ ​สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : สำนักงานมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท โทร. 0-2354-7987 และ 0-2354-7732