จากตำนานวรรณคดีไทยสู่สถาปัตยกรรม

โรงละครวรรณคดีไทยชั้นยอด

      จะเป็นอย่างไร??... หากวรรณคดีที่เราอ่านเมื่อสมัยเด็ก กลับกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมา... หลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ของ โรงละคร“สิงห์ ดีลักษณ์ ซีเนมาติก เธียเตอร์” ใจกลางพัทยา บนพื้นที่รวมกว่า 10 ไร่ ภายใต้การแสดงสดที่นำเทคนิคระดับโลกมาผสานกับเรื่องราววรรณคดีไทยชั้นยอด รวมไปถึงการผสมผสานกับศิลปะแห่งการออกแบบทั้งอนิเมชั่น เครื่องแต่งกาย ศาสตร์การแสดงและเคลื่อนไหว ทั้งนาฏยศิลป์ กายกรรม การเต้นรำร่วมสมัย นับเป็นการสะท้อนความฝันและจินตนาการ ผ่านการตกแต่งพื้นที่ กระทั่งได้รับคำกล่าวขานถึง ความงดงาม อลังการ ของโรงละครแห่งนี้

จากตำนานวรรณคดีไทยสู่สถาปัตยกรรม

ภายนอกอาคารโรงละคร สิงห์ ดีลักษณ์ ซีเนมาติก เธียเตอร์

จากตำนานวรรณคดีไทยสู่สถาปัตยกรรม

ห้องโถงชั้นล่าง ภายในตัวอาคาร

       ศศิวิมล สินธวณรงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ บริษัท จาร์เค็น จำกัด กล่าวว่า นับเป็นโจทย์ที่ท้าทายและน่าตื่นเต้น สำหรับทีมงานเป็นอย่างมาก ในครั้งแรกที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ต่อยอดความงดงามของสถาปัตยกรรมชิ้นนี้ คิดว่าต้องทำอย่างไรให้สถาปัตยกรรมภายในโรงละครสัมพันธ์กับตัวอาคารภายนอก รวมถึงการดึงเรื่องราวของความเป็นไทยและต้องเชื่อมโยงกับเนื้อหาของการแสดง โดยคอนเซ็ปต์ที่นำมาจากตัวเอกที่ชื่อ คาน คือ การพูดถึงการกำเนิดใหม่ของทุกๆ สิ่ง หมายถึงการก่อกำเนิดชีวิตทุกชีวิตที่เกิดขึ้นจากน้ำ จึงพัฒนาไปสู่การออกแบบดีไซน์ ในส่วนของสถาปัตยกรรมภายนอกของโรงละคร จะถูกสื่อสารในคอนเซ็ปต์ ภาพลวงตา ที่ออกมาในรูปแบบของอาคารที่ดูเหมือนยกตัวลอยได้ แต่ถ้าหากเจาะลึกลงไปในรายละเอียดของพื้นผิวด้านหน้าอาคาร มันคือแผ่นอลูมิเนียมสีทองรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ขนาดเล็กแขวนเรียงรายอยู่เต็มผนังด้านหน้ากว่า 30,000 แผ่น ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของศิลปะไทยเป็นอย่างดี เมื่อคราวสะท้อนแสงแดดและกระทบกับแรงลมนั้นก็จะเกิดเกลียวคลื่นสีทองแวววาวระยับ บนผืนอาคารที่งดงาม ไม่ใช่เพียงตัวโรงละครเท่านั้นที่ลอยได้ แต่ยังรวมถึงทุกรายละเอียดของงานออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน ที่ให้ความรู้สึกเหมือนลอยได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแสงเงา ฝ้า ผนัง กระจก และพื้นผิวต่าง ๆ

จากตำนานวรรณคดีไทยสู่สถาปัตยกรรม

ห้องน้ำหญิง

         ขณะที่ อรรถพล วิบูลยานนท์ ผู้อำนวยการงานออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน บริษัท จาร์เค็น จำกัด เผยว่า ในส่วนของการออกแบบตกแต่งภายใน ได้หยิบยกเอา “รำประเลง” ซึ่งเป็นนาฎยกรรมโบราณมาเป็นเเรงบันดาลใจในการสรรสร้างด้วย ส่่วนบริเวณพื้นอาคารชั้นล่างมีการใช้กระเบื้อง 2 ผิว คือแบบด้านและแบบมัน มาปูคละกันเพื่อให้เกิดลวดลาย เหมือนเป็นการกวาดลานเบิกฤกษ์ ก่อนที่จะต้อนรับผู้ชมเข้าสู่การแสดง นอกจากนี้ ยังดึงเอาลักษณะเส้นโค้งของสถาปัตยกรรมไทยอย่าง การย่อมุมไม้สิบสอง มาใช้ตกแต่งในส่วนของเพดานโถงล็อบบี้ โดยประยุกต์แบบมาจากลายขดขนหนุมานผสมกับลายกนก ขณะที่ตัวเพดานนั้นเกิดจากการนำเอาแผงอลูมิเนียมมาฉลุลาย ก่อนจะนำไปดัดโค้งแล้วซ้อนกันหลายแผ่น ส่วนของงานตกแต่งห้องน้ำภายในโรงละคร ได้ออกแบบโดยเชื่อมโยงกับคอนเซ็ปต์ การไหลของสายน้ำ ให้ความรู้สึกเหมือนได้หลุดเข้ามาอยู่ในมิติมายากล อีกจุดน่าสนใจที่มีการนำเอาลายไทยไปใช้ในการตกแต่งคือ บริเวณผนังด้านในโรงละคร ซึ่งเป็นผนังไม้ที่ขุดเป็นรูเล็กๆ เกิดเป็นลายไทยอันวิจิตร รูแต่ละรูนั้นจะฉาบสีทองลงไปคล้ายกับเทคนิคการลงรักปิดทองในสมัยโบราณ จนเกิดเป็นความงดงามที่ลงตัว

จากตำนานวรรณคดีไทยสู่สถาปัตยกรรม

บริเวณบันไดทางขึ้นชมละคร

        คาน พรีเซนต์ บาย สิงห์ คอร์เปอเรชั่น เปิดการแสดงที่ สิงห์ ดีลักษณ์ ซีเนมาติก เธียเตอร์ รอบ 17.00 น. และ 21.00 น. ทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ บัตรราคา 2,500 / 3,000 / 4,000 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.kaanshow.com หรือโทร 02-029-0092


เปิดอ่าน