อธิษฐานอย่างไร เมื่อทำบุญเสร็จ

โดย - พระไพศาล วิสาโล

ปุจฉา : หนูอยากทราบว่าเวลาทำบุญต่างๆ เสร็จแล้ว ควรจะอธิษฐานว่าอย่างไรจึงจะถูกต้อง หรือว่าไม่ต้องอธิษฐานคะ เพราะจะได้ไม่โลภ

วิสัชนา : คุณสามารถตั้งจิตอธิษฐานได้หลายอย่าง คนส่วนใหญ่มักขอให้ความสุขอย่างโลกๆ (โลกียสุข) บังเกิดแก่ตนเอง เช่น ร่ำรวย มีโชคลาภ ฯลฯ อย่างไรก็ตามการอธิษฐานดังกล่าวยังเจือด้วยกิเลส จะดีกว่าหากตั้งจิตอธิษฐานให้แก่ผู้อื่น เช่น อุทิศบุญกุศลให้แก่ผู้มีพระคุณที่ล่วงลับ หรือถ้าจะขอให้อานิสงส์บังเกิดแก่ตนเอง ก็ขอให้เป็นประโยชน์ทางธรรม เช่น มีความเพียรในการปฏิบัติธรรม จนกิเลสเบาบาง หรือเกิดปัญญาเห็นธรรมจนพ้นจากทุกข์

   คนแต่ก่อนจะอธิษฐานสั้นๆ โดยมุ่งปรมัตถธรรม นั่นคือ “นิพพานะ ปัจจโย โหตุ” แปลว่า ขอให้เป็นปัจจัยไปสู่พระนิพพาน เป็นคำอธิษฐานที่สั้น กระชับ แต่เข้าถึงแก่นของพุทธศาสนา และตรงกับคำสอนของพระสารีบุตรที่ว่า “บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมไม่ให้ทานเพราะเห็นแก่อุปธิสุข (โลกียสุข) ย่อมไม่ให้ทานเพื่อภพใหม่ แต่บัณฑิตเหล่านั้นย่อมให้ทานเพื่อกำจัดกิเลส เพื่อไม่ก่อภพต่อไป”

เตรียมตัวตายอย่างมีสติ ทำอย่างไร

ปุจฉา:   การหมั่นพิจารณามรณานุสติ ดีอย่างไร  และพิจารณาอย่างไร 

วิสัชนา  : การหมั่นพิจารณามรณสติ จะทำให้เรารู้จักใช้ประโยชน์จากการสูญเสียสิ่งรักสิ่งหวงแหน แทนที่จะเอาแต่ทุกข์เพราะเหตุการณ์ดังกล่าว ควรถือว่าความสูญเสียเหล่านั้นมิใช่อะไรอื่นหากคือสัญญาณเตือนภัยว่าสักวันหนึ่งเราจะต้องประสบกับความสูญเสียที่ใหญ่หลวงกว่านั้น

ถ้าหากเรายังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียสิ่งรักสิ่งหวงแหน เราจะรับมือกับความตายได้อย่างไร เพราะถ้าวันนั้นมาถึงเราจะต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่มี ไม่ว่าทรัพย์สมบัติ ครอบครัว คนรัก อำนาจ ตลอดจนชีวิตจิตใจและร่างกาย รวมทั้งโลกที่เรารู้จัก

นอกจากการระลึกถึงความตายอยู่เสมอแล้ว เรายังสามารถเตรียมตัวเผชิญความตายได้ด้วยการหมั่นทำความดีอยู่เสมอ เพราะความดีนั้นช่วยเสริมสร้างคุณภาพจิต ให้มีความสงบเย็น และเป็นปกติ ขณะเดียวกันการละเว้นความชั่วก็ทำให้จิตไร้สิ่งเศร้าหมอง คุณภาพจิตเหล่านี้มีความสำคัญมากในวาระสุดท้ายของชีวิตเพราะช่วยประคองใจไม่ให้อารมณ์อกุศลเข้ามาครอบงำจนเกิดความทุกข์ทรมาน ขณะเดียวกันความอิ่มเอิบปีติก็จะเกิดขึ้นเมื่อระลึกถึงบุญกุศลที่ได้เคยทำ ทำให้จากไปอย่างสงบ

ในทางตรงกันข้ามกับคนที่ทำความชั่วอยู่เป็นอาจิณ จิตจะเต็มไปด้วยอารมณ์อกุศล ในยามใกล้ตายบาปกรรมที่เคยกระทำจะมาปลุกเร้าอารมณ์อกุศลให้แผ่ซ่าน เช่น ความรู้สึกผิด ความหวาดกลัว ความตื่นตระหนก ความเคียดแค้นชิงชัง ซึ่งทำให้ทุรนทุรายและตายอย่างไม่สงบ

ควบคู่ไปกับการทำความดีหมั่นบำเพ็ญกุศล ก็คือฝึกจิตอย่างสม่ำเสมอให้มีสติที่เข็มแข็งฉับไวหรือมีความตื่นรู้อยู่เป็นนิจ ในยามที่ร่างกายใกล้แตกดับ จิตจะแปรปรวนและง่ายที่จะเข้าไปในอารมณ์ที่เป็นอกุศล ซึ่งทำให้ทุกข์และทุรนทุรายมากขึ้น สติที่ฝึกฝนไว้ดีแล้วจะเป็นเครื่องรักษาใจไม่ให้ถลำจมในอารมณ์อกุศลทั้งหลาย และช่วยให้จิตใจเกิดความสงบเย็นเป็นสมาธิได้ง่าย

ยิ่งศึกษาและปฏิบัติจนเกิดปัญญาคือความเข้าใจแจ่มชัดในความจริงของสิ่งทั้งปวง ก็จะปล่อยวางสิ่งต่างๆ ลงได้ง่ายดาย ไม่คิดเหนี่ยวรั้งสิ่งใดๆ ไว้แม้กระทั่งร่างกายหรือชีวิต เพราะตระหนักชัดว่าสิ่งทั้งปวงล้วนไม่เที่ยงและไม่น่ายึดถือแต่อย่างใด ความตายจึงไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวอีกต่อไป และดังนั้นจึงพร้อมรับความตายได้อย่างสงบ ไม่ต่างจากคนที่เมื่อได้ยินระฆังเลิกงานก็วางงานลงและกลับบ้านโดยไม่มีความรู้สึกอาลัยแต่อย่างใด

ล้อมกรอบ

สายด่วนให้คำปรึกษาทางใจผู้ป่วยระยะสุดท้าย โทร .๐๘-๖๐๐๒-๒๓๐๒


เปิดอ่าน