สมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว อุปเสโณ)

สมเด็จเกี๋ยว, สมเด็จพระพุฒาจารย์, เกี่ยว, อุป, อุปเสโณ

สร้างพระพุทธรูปที่มีชีวิต งานเผยแผ่พระพุทธศาสนา จะว่าไปก็เป็นงานที่อาภัพ?

บายไลน์ - พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร)

เหตุที่ตั้งคำถามเช่นนั้น เพราะงานเผยแผ่มักไม่ได้อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ อาจเป็นเพราะว่า จับต้องโดยรูปธรรมไม่ค่อยได้ และประเมินเป็นผลงานออกมาเป็นรูปธรรมยาก เนื่องจากเป็นเรื่องของจิตใจ แต่ถ้าเป็นงานการศึกษาก็พอประเมินผลได้ เช่น เรียนบาลี ก็ประเมินได้ว่า เรียนกี่รูป สอบได้กี่รูป ปริยัติสามัญก็ยังมีจำนวนนักเรียน มีการจบการศึกษาเป็นเครื่องวัด โรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนาก็เช่นกัน หรือการสร้างวัด สร้างโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่จับต้องได้ แต่เมื่อเป็นงานเผยแผ่กลับจับต้องไม่ได้ วัดค่าไม่ได้ ก็เลยถูกมองข้ามความสำคัญไป มีพระหนุ่มเณรน้อยจำนวนมากซุกตัวทุ่มเททำงานเผยแผ่อยู่เงียบๆ แต่กลับไม่ได้รับการเอาใจใส่

ที่จริงแล้ว งานเผยแผ่ก็เป็นงานหลักของพระเณร เป็นความมั่นคงพระศาสนา ที่ให้คุณค่าทางด้านจิตใจ มีผลเป็นความสุข ความเอิบอิ่มใจ

ผู้ที่จะทำงานเผยแผ่ ถ้าตกลงใจจะทำ ต้องมองลึกลงไปในใจว่า เราต้องการอะไร แล้วเอาความสุข ความเอิบอิ่มใจ เป็นหลักในการทำงาน

หลวงพ่อสมเด็จ มองเห็นปัญหานี้ จึงได้ตั้งสำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ ขึ้นมา เพื่อเป็นแกนกลาง เป็นกำลังใจ เป็นจุดเชื่อมต่อการทำงานเผยแผ่ของพระหนุ่มเณรน้อย ด้วยปรารภเหตุผลว่า เป็นห่วงสถานการณ์พระพุทธศาสนา ห่วงคณะสงฆ์ และห่วงสังคม

สิ่งสำคัญก็คือ มาถึงวันนี้ เมื่อมองลึกลงไป พระพุทธศาสนาไม่ปกติ คณะสงฆ์ก็ไม่ปกติ แม้บ้านเมืองเองก็ไม่ปกติ คือ ภัยคณะสงฆ์มีมาก รุมล้อมเข้ามารอบด้าน โดยเฉพาะภัยจากทัศนคติ พระเณรจะอ่อนแอ ไม่ตื่นตัวต่อภัยจากทัศนคตินี้ไม่ได้ ผู้ที่จะกอบกู้ภาพลักษณ์พระศาสนาก็คือ พระเณรเรานี่แหละที่จะช่วยกัน อยู่ในจังหวัดไหน อำเภอไหน ตำบลไหน วัดในหมู่บ้านไหน ทำที่นั่น

ในเบื้องต้น ต้องดูแลชุมชนของตัวเองก่อน หมู่บ้านคือฐานที่สำคัญ ต้องรักษาฐานของตัวเองให้แข็งแกร่ง ซึ่งจะเป็นฐานรากให้พระศาสนามั่นคง ดูแลทั้งชาวบ้านจนถึงนักเรียน นำพาเขาสร้างบุญกุศล ปฏิบัติธรรม เจริญจิตตภาวนา แล้วค่อยๆ ขยายออกจากหมู่บ้านไปสู่ตำบล สู่อำเภอ หากทำได้อย่างนี้ ความมั่นคงของพระพุทธศาสนาก็จะเกิดขึ้นในใจของแต่ละคน ทีละคน ทีละหมู่บ้าน

จะทำได้เช่นนี้ พระเณรต้องปลูกสำนึกรักบ้านเกิดให้เกิดขึ้น เกิดบ้านไหนกลับไปทำบ้านนั้น โดยถือหลักญาติสังคหะ ให้มองคนในหมู่บ้านในชุมชนเป็นญาติพี่น้องที่ต้องสงเคราะห์โดยธรรม ยกจิตให้สูงขึ้นจนเป็นความเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

ที่จริงแล้ว พระเราทำงานหนักมาก แทบจะทุกพื้นที่มีพระอุทิศตนเคลื่อนไหวทำงานไปตามความเคลื่อนไหวของสังคม แต่น่าแปลกทำไมคนยังมีทัศนคติที่ไม่ดีกับพระ กับคณะสงฆ์ เมื่อนึกตรึกตรองดู ก็พบว่า พระทำงาน แต่คนไม่เห็นงานของพระ คือ พระทำงานแบบใจพระโพธิสัตว์ มองว่า ทำความดี ก็เป็นความดี ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นเห็น ไม่ต้องให้คนอื่นรู้ ก็เป็นความดี

คราวนี้ ต้องเปลี่ยนทัศนคติกันบ้าง คือ ทำความดี ต้องเผยแพร่ความดี เพื่อให้คนเห็นความดีที่พระทำ จะได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในชุมชน สังคม ในการที่จะทำความดีต่อไป

 

 


เปิดอ่าน

5 อันดับ ความรู้ฮิต