"สยาม เฮอริเทจ" พิพิธภัณฑ์อัญมณีไทย 360ํํ

เน้นนำเสนอด้วยสื่อผสมและโดมภาพยนตร์ 360 องศาที่ทันสมัยที่สุด

"สยาม เฮอริเทจ" พิพิธภัณฑ์อัญมณีไทย 360ํํ

          “สยามเจมส์ เฮอริเทจ” พิพิธภัณฑ์และศูนย์การเรียนรู้อัญมณีไทยแห่งแรกในประเทศไทย ที่นำเสนอด้วยสื่อผสมและโดมภาพยนตร์ 360 องศาที่ทันสมัยที่สุดจัดแสดงอัญมณีและเครื่องประดับหลากหลายประเภทเปิดให้คนไทยเข้าชมฟรี ตั้งแต่วันนี้จนถึง 16เมษายน 2560

"สยาม เฮอริเทจ" พิพิธภัณฑ์อัญมณีไทย 360ํํ

          เอกลักษณ์และความยิ่งใหญ่ของ สยามเจมส์ เฮอริเทจ สามารถสัมผัสได้ตั้งแต่จุดต้อนรับ ที่ทุกคนได้พบกับ ประติมากรรมช้างทองคำพ่อลูก (คุณทับทิม และพลายน้อย) รูปทรงงามสง่าหุ้มด้วยทองคำ 99.99 เปอร์เซ็นต์ และประดับเครื่องทรงด้วยแก้วนวรัตน์สีสด เยื้องย่างอยู่บนสายน้ำเจ้าพระยาโดยมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่บนหลังคุณทับทิม ชื่อว่า “พระพุทธมหาปารมีนุภาพพิสุทธิ์อนุตตรสังคามวิชัย” อันมีความหมายว่า พระพุทธเจ้าผู้ชนะสูงสุดเหนือสงครามมาร ด้วยพระพุทธานุภาพแห่งพระบารมีอันบริสุทธิ์ยิ่ง

"สยาม เฮอริเทจ" พิพิธภัณฑ์อัญมณีไทย 360ํํ

          สำหรับส่วนต่อไป ทุกคนจะได้ซึมซับคุณค่าของอัญมณีไทยผ่าน “สยามเจมส์ สเฟียร์ (SIAMGEMS Sphere)” โดมภาพยนตร์แบบ 360 องศาส ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง15 เมตร จัดแสดงภาพยนตร์เรื่อง “กำเนิดอัญมณี” โดยเรื่องราวจะเล่าถึงการกำเนิดของอัญมณีตามธรรมชาติ ตั้งแต่เป็นสายแร่ที่ได้รับความร้อนและแรงดันจากแกนโลกจนถูกพาขึ้นมาสู่พื้นผิวโลก กว่าจะได้รับการเจียระไนและออกแบบเป็นเครื่องประดับอันเลอค่าที่ทุกคนต่างหมายปอง ด้วยเทคนิคการฉายภาพยนตร์ระบบ 4K จากเครื่องฉายถึง 8 ตัว ให้มุมมอง 360 องศาพร้อมแสงสีเสียงที่ได้รับการออกแบบจากทีมงานด้านเทคนิคจากเยอรมนี จนรู้สึกเสมือนเข้าไปอยู่ร่วมในเรื่องราวอย่างแท้จริง

"สยาม เฮอริเทจ" พิพิธภัณฑ์อัญมณีไทย 360ํํ          เมื่อออกจากโดมภาพยนต์ขนาดยักษ์แล้ว จะเข้าไปสู่ส่วนพิพิธภัณฑ์ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 5 โซนย่อยได้แก่โซนที่ 1 คือ ห้องมณีนิรันดร์ เป็นส่วนที่ให้ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์เครื่องประดับของโลก โดยจำลองเครื่องประดับในยุคต่างๆทั่วโลกมาจัดแสดง โดยเปรียบเทียบตามยุคต่างๆ ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคประวัติศาสตร์ จนถึงยุคปัจจุบัน ซึ่งได้เปรียบเทียบตามเวลาในแต่ละยุคกับการพัฒนาเครื่องประดับของไทยควบคู่กัน เพื่อให้เห็นพัฒนาการของการใช้อัญมณีและโลหะมีค่าของมนุษย์ในยุคต่างๆอย่างเข้าใจง่าย

"สยาม เฮอริเทจ" พิพิธภัณฑ์อัญมณีไทย 360ํํ

          โซนถัดไปคือ ห้องมณีประกายที่จัดแสดงและให้ความรู้เรื่องการเจียระไนอัญมณีในแบบต่างๆ รูปร่างของอัญมณีแต่ละชนิด รวมถึงการจัดแสดงอัญมณีในกลุ่มต่างๆ ทั้งที่เห็นโดยทั่วไป และกลุ่มอัญมณีหายาก อาทิ กลุ่มคอรันดัม (Corundum) อาทิทับทิม ไพลิน บุษราคัม กลุ่มเบริล (Beryl) เช่นมรกต อความารีน และ บิกซ์ไบต์(Bixbite) ซึ่งบางคนจะเรียกว่า “มรกตสีแดง” จัดเป็นอัญมณีที่หายากมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลกนอกจากอัญมณีสวยงามหายากแล้ว ยังตื่นตาตื่นใจกับการใช้เทคโนโลยี มิราสโคป (Mira Scope) ที่จะสะท้อนรูปทรงการเจียระไนของอัญมณีในรูปทรงต่างๆให้เห็นรอบด้านแบบ 3 มิติอีกด้วย

"สยาม เฮอริเทจ" พิพิธภัณฑ์อัญมณีไทย 360ํํ

           โซนจัดแสดงที่ 3 คือห้องมณีมงคล จัดแสดงอัญมณีที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อของคนไทย 9 ชนิด หรือ นพเก้า ที่เชื่อกันว่าถ้าผู้ใดมีไว้ในครอบครองจะเป็นสิริมงคลอย่างสูงสุด อันได้แก่  เพชร ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน ไพลิน มุกดา เพทาย และไพฑูรย์ โดยจัดเซ็ทเครื่องประดับที่ทำจากอัญมณีทั้ง 9ชนิดในรูปแบบที่สวยงามทันสมัยให้ได้ชมความงดงามกันอีกด้วย

"สยาม เฮอริเทจ" พิพิธภัณฑ์อัญมณีไทย 360ํํ

          โซนที่ 4 จัดว่าเป็นที่สุดคือ ห้องปัทมราณี จัดแสดงผลงานชิ้นเอกของ สยามเจมส์ เฮอริเทจ นั่นคือ“เดอะเทียร่า ออฟ สยามเจมส์” เป็นมงกุฎประดับยอดด้วยทับทิมสยาม ขนาด 21.09 กะรัตอันถือเป็นราชาแห่งอัญมณีทั้งปวง โดยมีทับทิมสีแดงเป็นบริวารอีก24 เม็ด และรายล้อมมงกฎด้วยเพชรแท้กว่า1,946 เม็ด ได้รับรังสรรค์ผลงานด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดกับฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ของช่างไทยไว้เป็นหนึ่งเดียว

"สยาม เฮอริเทจ" พิพิธภัณฑ์อัญมณีไทย 360ํํ

          โซนสุดท้ายคือ ห้องมณีวิทยา นิทรรศการที่ให้ความรู้อย่างกระชับในเรื่องการออกแบบการขึ้นตัวเรือนของเครื่องประดับ โดยบอกถึงขั้นตอนการผลิต เริ่มต้นจากการออกแบบ ซึ่งมีทั้งการออกแบบด้วยมือและคอมพิวเตอร์ การเจียระไนรูปแบบต่างๆ การขึ้นรูปตัวเรือน และการฝังอัญมณีรวมถึงจัดแสดงอุปกรณ์ และเครื่องมือที่ใช้ในแต่ละขั้นตอนการทำงาน และยิ่งไปกว่านั้นคือ ทุกคนยังได้ลองออกแบบอัญมณีบนจอทัชสกรีนด้วยตัวเองผ่านโปรแกรมพิเศษอีกด้วย
          ผู้สนใจสามารถเข้าชม สยามเจมส์ เฮอริเทจ พิพิธภัณฑ์และศูนย์การเรียนรู้อัญมณีไทยแห่งแรกในประเทศไทย ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เวลาทำการตั้งแต่ 12.00 น.- 17.00 น. (รอบสุดท้ายเข้าชมเวลา 16.00 น.) และเพื่อเป็นการฉลองเปิดอย่างเป็นทางการ คนไทยทุกคนสามารถเข้าชมฟรี ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 16เมษายนนี้ 


เปิดอ่าน