อุโบสถสำเภาแก้ว ๑๐๐ ล้าน

อุโบสถ100ล้าน, อุโบสถ, สำเภาแก้ว, ๑๐๐, ล้าน, อุโบสถสำเภาแก้ว, หลวงพ่อสมคิด, รวยไมหยุด

คิดเองและทำเองในแบบ “หลวงพ่อสมคิด”

วัดหินแท่นลำภาชี ต.หนองไผ่ อ.ด่านมะขาม จ.กาญจนบุรี ปัจจุบันมีพระครูถาวรกาญจนธรรม หรือหลวงพ่อสมคิด เป็นเจ้าอาวาส ท่านเป็นพระนักพัฒนา สนับสนุน ส่งเสริมงานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เมื่อพ.ศ.๒๕๔๙ พระครูมหาพุทธาภิรักษ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอินทรวิหารบางขุนพรม กทม. นำคณะศรัทธาพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ก่อสร้างอุโบสถบนสำเภาแก้ว มีความกว้าง ๓๐.๕ เมตร สูง ๓๕ เมตร และยาว ๗๔ เมตร พร้อมสร้างพระประธานชื่อสมเด็จพุทธรัตนมุนีศรีโสธร ที่ล้อมรอบด้วยอสีติมหาสาวก หรือพระสาวกผู้ยิ่งใหญ่ ๘๐ รูป

ด้านข้างทั้ง ๒ ของโบสถ์มีเรือสุพรรณหงส์ ๒ ลำ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เช่น หลวงพ่อโสธร หลวงพ่อวัดบ้านแหลม และหลวงพ่อวัดไร่ขิง เป็นต้น ด้านหลังของโบสถ์มีท้าวกุเวร หรือท้าวเวสสุวัณ เป็นอธิบดีแห่งอสูร หรือยักษ์ หรือเป็นเจ้าแห่งผีเป็นหนึ่งในบรรดาท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ผู้คุ้มครองและดูแลโลกมนุษย์สถิตอยู่บนสวรรค์

นอกจากนี้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดอีกอย่างหนึ่ง คือ ศาลาประดิษฐาน ๓ บูรพา พระมหากษัตริย์ในอดีต คือ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และพระปิยมหาราช หรือพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ ๕ แห่งราชวงศ์จักรี โดยผู้มีจิตศรัทธาสร้างถวาย โดยมีคติความเชื่อว่ากษัตริย์ ๓ พระองค์น่าจะเคยเสด็จผ่านสถานที่สร้างวัด

สำหรับแนวคิดในการสร้างโบสถ์แก้วประดิษฐานอยู่บนเรือหงส์นั้น หลวงพ่อสมคิดบอกว่า พระครูมหาพุทธาภิรักษ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอินทรวิหารบางขุนพรม ท่านนิมิตเห็นสถานที่ก่อสร้างจึงได้นำคณะศรัทธาหลวงพ่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) มาช่วยสร้าง ครั้งแรกได้ขอโบสถ์หลังเล็กๆ เท่านั้น แต่พระครูมหาพุทธาภิรักษ์บอกว่าเมื่อสร้างแล้วต้องใหญ่ โดยเริ่มสร้างมาเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๑ ใช้ปัจจัยไปกว่า ๑๐๐ ล้านบาท ซึ่งมาจากศรัทธาของหลวงพ่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตามระหว่างวันที่ ๒๗-๓๑ มกราคม ๒๕๖๐ วัดหินแทนลำภาชี ขอเชิญร่วมงานปิดทองฉลองอุโบสถสำเภาแก้ว สักการะพระบรมสารีริกธาตุ กราบพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อทันใจ หลวงพ่อดำ และหลวงพ่อโต โดยในวันที่ ๓๑ มกราคม เวลา ๑๙.๒๙ น. ร่วมพิธีเททองหล่อพระประจำวันเกิดเพื่อเสริมดวงบารมี

พร้อมทั้งบูชาวัตถุมงคล เหรียญพระอธิการใจ วัดพระญาติ ที่ออกโดยวัดหินท่านลำภาชี, เหรียญหลวงพ่อสมคิ พญาเต่าเรือน รุ่น “รวยไมหยุด” และพระกริ่งชินบัญชร สร้างจำนวน ๕๙๙ องค์ เพื่อสมทบทุนในการก่อสร้างศาลาการเปรียญ วัดหินแท่นลำภาชี ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบุญได้ที่ หลวงพ่อสมคิด โทร.๐๘-๕๒๙๖-๔๖๙๑ และ ๐๖-๒๑๙๓-๕๙๙๑

 

 

ปริศนาธรรมแห่งโบสถ์

 

 

หลวงพ่อสมคิด บอกว่า โบสถ์แก้วประดิษฐานอยู่บนเรือหงส์ มีความหมายดังนี้ สีขาวของโบสถ์ หมายถึงกระจกขาว หมายถึง พระพุทธเจ้าเป็นผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ที่เปล่งประกายไปทั่วโลกมนุษย์และจักรวาล ส่วนเรือสุพรรณหงส์ หมายถึงการนำพามนุษย์ข้ามวัฏสงสารมุ่งสู่พุทธภูมิ

พระคุณอันประเสริฐของพระพุทธเจ้ามี ๓ ประการ คือ ๑.พระปัญญาธิคุณ คือ พระพุทธองค์ทรงมีพระปัญญารอบรู้ถึงความจริงแห่งสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ความเป็นจริงของสิ่งเหล่านั้นว่าเป็นอย่างไร ก็ทรงทราบชัดถึงความจริงเหล่านั้น และนำความจริงเหล่านั้นมาเปิดเผยชี้แจงแสดงแก่โลก ตามพื้นเพแห่งอัธยาศัยของบุคคลเหล่านั้น

๒.พระบริสุทธิคุณ คือ พระพุทธองค์ทรงมีพระทัยบริสุทธิ์ สะอาดหมดจด จากอาสวะกิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งหลาย ไม่มีความขุ่นมัวเศร้าหมองภายในพระทัยทรงดำรงอยู่อย่างคงที่ ไม่แปรผัน ท่ามกลางอารมณ์ที่กระแทกกระทั้นจากภายนอก ไม่ว่าจะดีหรือร้าย แต่พระทัยของพระพุทธเจ้าก็บริสุทธิ์อยู่มั่นคงอยู่อย่างนั้นไม่แปรผัน

และ ๓.พระมหากรุณาธิคุณ คือ ทรงกอปรด้วยความกรุณาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ไม่ทรงเลือกชาติชั้นวรรณะแต่ประการใด แม้แต่ในศีลของพระองค์ก็ทรงบัญญัติให้คนงดเว้นไม่ทำสิ่งมีชีวิตให้ตกร่วงไป และทรงแนะให้แผ่เมตตาจิตต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายเพื่อให้อยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข อันเป็นเป้าหมายของการดำรงชีวิต

 

 

ศาสนาสถานภายในวัดหินแท่นลำภาชีนั้น ส่วนใหญ่หลวงพ่อสมคิดจะเป็นผู้ลงมือสร้างด้วยตัวเอง ทั้งนี้เพื่อประหยัดและใช้ปัจจัยที่ญาติโยมถวายมาอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะหลวงพ่อทันใจ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธ์ของวัด ท่านก็ลงมือสร้างเองทั้งองค์ ตั้งแต่ผูกเหล็ก เทปูน ปั้นพระพักตร์ โดยได้อัญเชิญญาณจากพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์จากทั่วประเทศมาประดิษฐานไว้ในส่วนพระเกศ

หลวงพ่อทันใจ ถูกตั้งทิ้งไว้กลางแจ้งอยู่ระยะหนึ่ง ไม่มีการสร้างวิหารครอบอย่างที่เห็นทุกวันนี้ แต่ด้วยความศักดิ์สิทธิ์มีคนมากราบไหว้อย่างต่อเนื่อง มีอยู่หลายครั้งที่ผู้มากราบไหว้ประสบความสำเร็จเรื่องโชคลาภจึงมาสร้างวิหารครอบถวายในภายหลัง 

หลวงพ่อสมคิดบอกว่า บวชมาเป็นพรรษาที่ ๒๑ แล้ว ตอนแรกตั้งใจจะบวชเพียง ๑๕ วันเท่านั้น โดยใน ๓ ปี แรกคิดสึกหลายครั้ง แต่เมื่อได้ปฏิบัติธรรม รวมทั้งได้ศึกษาธรรมจากครูบาอาจารย์ ได้ออกปริวาสกรรม เดินธุดงค์ด้วยเท้าเปล่า ๑๕ ปี ทำให้ได้พบสัจธรรมชีวิตและเข้าใจธรรมะหลายอย่างจึงบวชมาจนถึงทุกวันนี้

เมื่อได้รับแต่ตั้งเป็นเจ้าอาวาสมาตั้งแต่อายุ ๓๑ ปี ใครๆ ก็ตราหน้าว่าบวชไม่นานเมื่อเก็บสตางค์ได้คงสึก จึงลบคำสบประมาทด้วยการทำให้เห็นจริง โดยเริ่มมือก่อสร้างกุฏิ ศาลาปฏิบัติธรรม ด้วยมือตนเอง สิ่งหนึ่งที่ได้เห็นๆ คือประหยัด และสามารถสร้างศรัทธาให้ญาติโยมได้เห็น

“การถูกหมิ่นประมาท การถูกดูถูกเหยียดหยามเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์โลก ยิ่งเป็นพระอายุน้อยพรรษาไม่มากยิ่งต้องทำใจ ธรรมะง่ายๆ ของอาตมา คือ คิดดี พูดดี ทำดี เจริญดี แต่เหนือสิ่งอื่นใดต้องมีความอดทน มีความจริงใจก็จะผ่านพ้นอุปสรรคนั้นๆ ได้” หลวงพ่อสมคิดกล่าว


เปิดอ่าน

5 อันดับ ความรู้ฮิต