คุณแม่แชร์ประสบการณ์วิธีรักษา หลังลูกสาวถูกงูกัดหวิดเสียขา

คลิปเด็ด  :  12 ต.ค. 2561

ประสบการณ์ของคุณแม่เมื่อลูกสาวถูกงูกัด เพื่อเป็นวิทยาทานให้ความรู้กับสังคม

ประสบการณ์ของคุณแม่เมื่อลูกสาวถูกงูกัด วันนี้ขอเล่าเพื่อเป็นวิทยาทานให้ความรู้กับสังคมเพราะเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ทางที่ดีควรมีสติและศึกษาวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ถูกต้อง

 

" เรื่องราวจากประสบการณ์จริง

เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว เหตุเกิดกับลูกสาวเราเองเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2561 เวลา 06:50 ตอนเช้าวันนั้น #น้องมีนา ได้เข้าห้องน้ำเพื่อจะอาบน้ำไปโรงเรียน และเราก็รีดเสื้อผ้าอยู่นั้น ก็มีเสียงกรี๊ดอย่างดังเราตกใจมากเมื่อมองไปเห็นงูกำลังกัดท้าวลูกอยู่ เห็นงูดิ้นไปมา(ด้วยความกลัวมากของเด็กก็จับงูออกจากท้าวเอง)งูก็เข้าไปที่ท่อระบายน้ำทิ้งในห้องน้ำ เรารีบวิ่งปรี๊เข้าไปหาลูกแล้วอุ้มลูกออกมาจากห้องน้ำทันที จากนั้นก็มองไปที่ท้าวของลูกก็เห็นแผลมีเลือดออกลักษณะแผลมี2เขี้ยวก็รู้ทันทีว่าเป็นงูมีพิษ เรารีบหาผ้ามาพันเหนือแผลทันที แล้วบอกให้ลูกอยู่นิ่งๆห้ามขยับ ลูกก็ร้องไห้ด้วยความตกใจและกลัว แล้วก็เรียกสามีที่กำลังกรีดยางอยู่หลังบ้าน บอกว่าลูกโดนงูกัด พอสามีมาถึงก็หาตัวงู เราก็โทรศัพท์ไปที่ #1669ทันที แล้วสามีก็เจอก็ตีงูเพื่อนำไปด้วย จากนั้นหน่วยกู้ภัก็มาปฐมพยาบาลเบื้องต้น แล้วนำส่งโรงพยาบาล

เมื่อมาถึง รพ.ระยอง ก็เข้าห้องฉุกเฉิน เราร้องไห้ตลอดลูกก็ร้อง(แม่หนูเจ็บๆ)เราเหมือนใจสลายเหมือนตายทั้งเป็น กลัวมากกลัวกังวลว่าลูกจะเป็นอะไร หมอก็ให้แอดมิดแล้วดูอาการ ซึ้งอาการน้องตอนนั้นจะง่วงจะหลับตลอดเวลา เราก็จะพยายามปลุกลูกตลอดไม่ให้หลับ หมอก็ดูอาการแล้วก็บอกว่าเป็น #งูเห่า เรานี่ตกใจมากกลัวไปหมด กว่าหมอจะวินิจฉัยว่าเป็นงูเห่าก็เป็นเวลาเที่ยง ด้วยความกลัวว่าลูกจะเป็นอะไรเราก็ว่าหมอทำไมไม่ฉีดยาเซรุ่มให้ลูกซักที ตอนนั้นหมอก็น่าจะเครียดเหมือนกัน หมอใด้บอกกับเราว่า (คุณแม่ใจเย็นก่อนนะ ถ้าฉีดยาให้น้องเลยถ้าน้องแพ้ยาก็เสียชีวิตใด้เลยนะ)จากนั้นหมอก็นำยาเซรุ่มมาเทสที่แขนน้องดู5นาที น้องไม่แพ้ไม่มีผื่น หมอก็ฉีดเซรุ่มให้ทันที ตอนนั้นเวลา 12:17 น.หมอก็ยังสังเกตอาการหลั่งฉีดเซรุ่มเข้าไป อาการน้องตอนนั้นก็ดีขึ้นเรื่อยๆนน้องโชคดีมากไม่มีอาการอะไรให้น่าเป็นห่วง 23:00น.น้องก็เข้าห้องผ่าตัด จากนั้นอาการก็ดีขึ้นตามลำดับ อยู่ รพ.เป็นเวลา2เดือน2วัน เราจะเอาวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่เราก็เพิ่งได้รับความรู้จากประสบการณ์ครั้งนี้เพื่อเป็นวิทยาทานให้ความรู้กับทุกคนนะค่ะ

 

วิธีการปฐมพยาบาลเมื่อถูกงูกัด

 

อันดับแรกเมื่อถูกงูกัด คือต้องมีสติก่อนเลยค่ะ ควรให้คนที่โดนกันอยู่นิ่งๆพยายามไม่ให้ขยับมากที่สุด นำสำลีที่สะอาดปิดปากแผลเพื่อไม่ให้เชื้อโรคเข้าแผล จากนั้นให้เอาไม้ดามส่วนที่โดนกัด นำผ้ามาพันไม้กับแขนหรือขาที่โดนกัด ดามเหมือนคนแขนขาห้ก #ห้ามทำอะไรกับบาดแผลหรือใช้ปากดูดพิษ เพราะไม่ใด้ทำให้พิษออกมาอาจเป็นอันตรายกับคนที่ดูดแผลแล้ว บาดแผลอาจติดเชื้ออีก แล้วโทร1669แล้วถ่ายรูปงูหรือจำลักษณะงูที่กัด ให้อยู่ห่างงูแล้วนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด แล้วโทร1699เป็นหน่วยงานที่จับงูโดยตรง เพื่อไม่ให้โดนงูกัดซ้ำ 

มีระบบทำลายร่างการอยู่2ระบบคือ
1.ระบบปราสาท มี งูเห่า จงอาง ทับสมิงคลา สามเหลี่ยม 
2.ระบบเลือด มี งูกะปะ งูแมวเซา งูเขียวหางไหม้
22345
22567

อาการคนที่โดนงูเห่ากัด เป็นกลุ่มงูทำลายระบบปราสาท
จะมีอาการปวดที่บาดแผลร่วมด้วยอาการบวม จะมีอาการหนังตาตก ระบบร่างกายล้มเหลวหายใจลำบากหรือหยุดหายใจ เสียชีวิตในที่สุด

การรักษา
สังเกตอาการ ผู้ป่วยจะมีอาการหายใจลำบากก็จะให้เครื่องช่วยหายใจโดยการหย่อนสายลงไปที่ลำคอ ฉีดยาเซรุ่ม

ฝากเป็นวิทยาทานเป็นความรู้กับคนที่ยังไม่เข้าใจกับเรื่องงูเห่าด้วยนะค่ะ เราก็เพิ่งเข้าใจ เพราะแต่ก่อนก็เข้าใจผิดมาตลอด ว่าต้องพันเชือกเหนือแผล ซึ่งมันจะทำให้เนื้อส่วนที่พันตายเพราะไม่มีเลือดไปเลี้ยงนั่นเอง อาจถึงต้องตัดส่วนนั้นทิ้งเลยนะ การดูดพิษเราก็คิดว่าจะดูดพิษเหมือนกัน555เพราะเห็นในละคร แต่เป็นความรู้ที่ผิด พิษจะฝังเข้าสู่ร่างกายแล้วเราก็ทำอะไรไม่ใด้หรอก หากมีข้อผิพลาดประการใดหรือมีอะไรแนะนำก็เม้นมาคุยได้เลยนะค่ะ ขอบคุณที่อ่านจบนะค่ะ "

 

คุณแม่แชร์ประสบการณ์วิธีรักษา หลังลูกสาวถูกงูกัดหวิดเสียขา

 

ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก : Pachgeera Bunsattha