(คลิปข่าว)ผู้รับเหมาแฉ! ผอ.รร.ชักดาบค่าสร้างโรงเรียน 17 ล้าน

คลิปเด็ด  :  12 ก.ย. 2561

(คลิปข่าว)ผู้รับเหมาแฉ! ผอ.รร.ชักดาบค่าสร้างโรงเรียน 17 ล้าน

ผู้รับเหมาและคนงานก่อสร้างในจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอ้างอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนดัง ไม่จ่ายเงินค่าจ้างรับเหมาก่อสร้างในโรงเรียน 3 ปี วงเงิน 5 ล้านบาท และหากรวมกับที่ค้างจ่ายผู้รับเหมารายอื่น รวมวงเงินกว่า 17 ล้านบาท ขณะที่ผอ.ยันทุกโครงการตรวจสอบได้และไม่มีการทุจริต ระบุสาเหตุเป็นการขัดแย้งภายในและกลั่นแกล้ง พร้อมชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

(คลิปข่าว)ผู้รับเหมาแฉ! ผอ.รร.ชักดาบค่าสร้างโรงเรียน 17 ล้าน

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2561 นางวิจิตรา บุญรัตน์ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ 14 บ้านใหม่คำ ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้เหมาก่อสร้าง พร้อมคนงานกว่า 10 คน ได้เข้าพบนายไชยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ เพื่อสอบถามความคืบหน้าตามหนังสือร้องทุกข์ หลังจากได้เข้าร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรม และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 24 หรือ สพม.24 โดยอ้างว่าถูกอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในตัว อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ นายสุรปรีชา ลาภบุญเรือง ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนอนุกูลนารี ไม่จ่ายค่าจ้างเหมาทำงานในโรงเรียนมานาน 3 ปี รวมจำนวนเงิน 5 ล้านบาท พร้อมระบุว่าพยายามทวงถามหลายครั้ง

(คลิปข่าว)ผู้รับเหมาแฉ! ผอ.รร.ชักดาบค่าสร้างโรงเรียน 17 ล้าน

แต่ถูกบ่ายเบี่ยงจนถึงปัจจุบันผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าวย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการแห่งอื่นนางวิจิตรากล่าวว่า ตนประกอบอาชีพรับเหมาและมีส่วนร่วมพัฒนาโรงเรียนมานับ 10 ปี โดยทำงานให้กับโรงเรียนดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2549 ถือเป็นผู้รับเหมาเจ้าประจำที่โรงเรียนแห่งนี้ ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาติดขัดเรื่องงานและเงินค่าจ้าง ผู้อำนวยการโรงเรียนคนก่อนๆ ก็อนุมัติสั่งจ่ายตามกรอบเวลาหลังส่งมอบงาน พอมาในปี 2557 ที่ผู้อำนวยการคนนี้คือนายสุรปรีชา ลาภบุญเรือง เข้ามาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนก็เริ่มมีปัญหาติดขัดเรื่องเงินค่าจ้างรับเหมา จนมียอดรวมค้างจ่ายสะสมถึง 5 ล้านบาท"จากการที่ตนคุ้นเคยและทำงานให้กับโรงเรียนมาหลายปี จนเป็นที่ไว้วางใจกับผู้บริหาร คณะครู ผู้ปกครอง และนักเรียน จึงได้ถูกเรียกเข้ามาทำสัญญาทำงานรับเหมาในโรงเรียนแห่งนี้เป็นประจำ

(คลิปข่าว)ผู้รับเหมาแฉ! ผอ.รร.ชักดาบค่าสร้างโรงเรียน 17 ล้าน

โดยล่าสุดทำสัญญาในช่วงผู้อำนวยการคนนี้เป็นผู้บริหารสูงสุดในโรงเรียน ซึ่งส่วนที่ยังไม่ได้รับค่าจ้าง ทั้งๆที่คณะกรรมการตรวจรับงานไปแล้วมี 6 โครงการ คือถมดิน,ปรับปรุงลานพระพุทธรูปพร้อมปูพื้นด้วยกระเบื้อง,ปรับปรุงภูมิทัศน์,ปรับปรุงห้องเรียน,ปูอิฐตัวหนอน และทาสี งบประมาณโครงการละ 1-3 แสนบาท เมื่อค้างจ่าย 2-3 ปี หลายโครงการจึงเกิดการสะสมรวมยอดเงิน 5 ล้านบาทดังกล่าวทั้งนี้เคยเข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและพัสดุ รวมทั้งตัวผู้อำนวยการโรงเรียนหลายครั้ง ก็อ้างว่าเงินค่าจ้างยังไม่ได้อนุมัติมา ขอให้รอไปก่อน ทำให้ตนเดือดร้อน เพราะไม่มีเงินหมุนเวียนในกิจการ ทั้งต้องนำไปจ่ายค่าวัสดุอุปกรณ์ที่ไปเชื่อเขามา รวมทั้งค่าแรงคนงานด้วย จึงต้องวิ่งเต้นหากู้เงินทั้งในระบบและนอกระบบ เกิดมีหนี้สินกว่า 2 ล้าน 4 แสนบาท ขณะที่ยังค้างค่าวัสดุ 2 ล้าน 8 แสนบาท ค้างค่าแรง 8 แสนบาท และค้างค่าอาหารอีก 2 แสนบาท"นางวิจิตรากล่าวนางวิจิตรา กล่าวอีกว่า เมื่อผู้อำนวยการไม่อนุมัติเงินจ่ายค่างจ้างทำงาน และตนเองต้องติดหนี้จำนวนมาก จึงได้มาร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตั้งแต่เริ่มมีปัญหาเมื่อ 3 ปีก่อน แต่เรื่องยังไม่คืบหน้า จึงได้มาติดตามเรื่องอีกเพื่อขอความเป็นธรรมและขอพึ่งบารมีผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัด ได้เมตตาหาทางช่วยเหลือ และสั่งการให้อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสย คนดังกล่าวออกมารับผิดชอบ และอนุมัติเงินค่าจ้างให้ด้วย เพราะขณะนี้ตนกับลูกน้องคนงานเดือดร้อนมากนางวิจิตรา ระบุอีกว่า นอกจากตนจะไม่ได้รับเงินค่าจ้างจำนวน 5 ล้านบาทแล้ว ยังมีผู้รับเหมาอีกหลายราย ที่เข้ามาทำงานในช่วงที่ผู้อำนวยการคนนี้ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงปี 2558-2559 ที่ไม่ได้รับเงินค่าจ้างเหมือนกัน เช่น ตกแต่งภายใน เครื่องใช้สำนักงาน อุปกรณ์การเรียนการสอน และเครื่องปรับอากาศ จากการสอบถามทราบว่ามียอดเงินค้างจ่ายสูงถึง 17 ล้านบาททีเดียวด้านนายไชยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังทราบข้อร้องเรียน ได้ให้คำปรึกษาแก่ชาวบ้านที่มาร้องทุกข์ ให้ทำหนังสือร้องเรียนไปที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 24 และสำนักงานศึกษาธิการ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นส่วนราชการที่เป็นผู้บังคับบัญชาของฝ่ายผู้ถูกร้อง พร้อมทั้งแนะนำให้ไปหารือในเรื่องข้อกฎหมาย กับสำนักงานยุติธรรม จ.กาฬสินธุ์ ทั้งนี้ จากการพิจารณาข้อร้องเรียนและบุคคลผู้ถูกร้องแล้ว เข้าเกณฑ์ในส่วนของคดีแพ่ง และหากมีความจำเป็นต้องจ้างทนายความ ก็สามารถร้องขอทนายอาสา เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลปกครองได้อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังนายสุรปรีชา ลาภบุญเรือง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุกูลนารี อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสย เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยนายสุรปรีชา ยืนยันว่า สมัยที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสยเมื่อปี 2558-2559 นั้นตนมีความมุ่งมั่นที่จะมาพัฒนา ปรับปรุงโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนที่น่าอยู่ น่าเรียน ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นยืนยันว่าการดำเนินการทุกโครงการสามารถตรวจสอบได้และไม่มีการทุจริต แต่สาเหตุน่าจะเป็นการขัดแย้งภายในและเป็นการกลั่นแกล้งตน ซึ่งขณะนี้ตนกำลังรวบรวมเอกสารต่างๆเพื่อที่จะเตรียมชี้แจงเรื่องรวมทั้งหมดในเร็วๆนี้