ปฐมบทวิบากกรรมดับอนาคตพ่อฟ้า 'ธนาธร'

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของคนที่ประกาศตนว่า เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างแรงกล้าในการที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในบ้านเมือง

คอลัมน์อยู่บนภู ฐานเศรษฐกิจ โดย...กระบี่เดียวดาย

 

ปฐมบทวิบากกรรม

ดับอนาคตพ่อฟ้า 'ธนาธร'

 

          นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของคนที่ประกาศตนว่า เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างแรงกล้าในการที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในบ้านเมืองอย่าง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ทำให้คนไทยผิดหวังซ้ำซาก!

          พลันที่ กกต. มีมติเอกฉันท์ 7:0 ลงดาบ ‘ธนาธร’ ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปมหุ้นสื่อ ขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. เพียงไม่กี่ชั่วโมง “ธนาธร” ออกมายืนแถลงประกาศตนพร้อมนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีและพรรคอนาคตใหม่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

          อันที่จริงไม่น่าแปลกประหลาด ใครก็ประกาศเป็นนายกฯได้หากรวบรวมเสียงได้มากพอ แต่พอประกาศออกมาจากปาก ธนาธรซึ่งบอกว่าจะเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ทำการเมืองใหม่ อันถือเป็นการตรงข้ามกับการเมืองแบบเก่า ถ้าการเมืองแบบเก่า เต้มไปด้วยความไม่โปร่งใส เต็มไปด้วยการโกหกตอแหลของนักการเมืองนั่นหมายความว่าคนทำการเมืองใหม่ต้องไม่ทำ

          ย้อนไปดูธนาธรเคยประกาศก้องว่า เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2562 หลังการเลือกตั้ง 1 วัน  "อนาคตใหม่จะไม่เสนอชื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นนายกรัฐมนตรี เราจะให้พรรคที่ได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล" แต่มาถึงวันนี้กลับคำซะแล้ว นั่นจึงเป็นที่มาของคำถามที่ย้อนกลับไปยังธนาธร นี่หรืออนาคตใหม่ นี่หรืออนาคตของประเทศ ของใคร ?

 

          วันเปิดประชุมสภายิ่งงวดใกล้เข้ามา พรรคการเมืองหงายไพ่เด็ดของตัวเอง ธนาธร และพรรคอนาคตใหม่ก็เช่นกัน ทิ้งไพ่ด้วยการกลืนน้ำลายตัวเอง จัดแถลงสร้างกระแส ปีนป่ายนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีและเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งๆที่รู้จากกระดานส.ส.ที่ออกมาว่าเป็นไปไม่ได้ ที่รวบรวมเสียงส.ส.ให้เกินครึ่งของจำนวนผู้แทนรัฐสภาที่จะโหวตนายกฯ การแถลงจึงเป็นเพียงการตอกย้ำวาทกรรมสืบทอดอำนาจที่ครอบใส่พล.อ.ประยุทธ์และคสช.เท่านั้นและหวังที่จะลากกระแสไปให้ยาวที่สุด

          อีกด้านหนึ่งการเคลื่อนไหวของธนาธร ตอกย้ำการสืบทอดอำนาจและแสดงให้เห็นในภายหน้าว่าผู้สืบทอดอำนาจรังแกธนาธรด้วยคดีความต่างๆที่ถั่งโถม กระทั่งการตัดสิทธิมิให้เป็น ส.ส.

          ช้าก่อน! ธนาธร วิบากกรรมทางการเมืองยังอยู่ในขั้นปฐมบทเริ่มต้นเท่านั้น หลังจาก กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญตัดสินปมถือหุ้นสื่อขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.หรือไม่? ถ้าศาลท่านวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติ ธนาธรก็หมดสภาพการเป็น ส.ส.ทันที

          กระบวนการในการพิจารณาของศาลรัฐธรรรมนูญ น่าจะใช้ระยะเวลาไม่เกิน 45 วัน โดยจะเปิดโอกาสให้ทั้งผู้ร้อง ผู้ถูกร้องได้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่และศาลยังไต่สวนแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มก็ได้

          อย่างไรก็ดี ผลพวงจากการถือหุ้นสื่อหากวินิจฉัยว่าครอบครองหลังสมัครรับเลือกตั้งจริง กกต.ก็มีหน้าที่โดยตรงที่จะเดินหน้าต่อเพื่อเอาผิด ด้วยการส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อพิจารณาฐานความผิด พ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. มาตรา 151 ที่ว่า ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม มิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกต้ังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทําหนังสือยินยอม ให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อ เพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปี1-10 ปี ปรับ 20,000 – 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น มีกําหนด 20 ปี

          อันที่จริง ธนาธร จัดได้ว่าเป็นคนหนุ่มที่มุ่งมั่นยึดถืออุดมการณ์ทางการเมืองที่เหนียวแน่นคนหนึ่งเมื่อเทียบกับนักการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเหลาเย่ทั้งหลายในปัจจุบัน

          แต่ปัญหาคือธนาธรก็ต้องเดินตามบทบัญญัติของกฎหมาย ไม่เริ่มต้นด้วยการกระทำที่ผิดกฎหมาย

          ปัญหา คือ พ่อของฟ้า ต้องยอมรับคำตัดสินของศาล ถ้าออกมาว่าผิด พ้นสภาพก็ต้องยอมรับ ไม่เคลื่อนไหวมวลชนให้ออกมาปกป้องหรือไม่ยอมรับ ไม่ดันทุรัง ถ้าศาลตัดสินออกมาครอบครองหุ้นสื่อและจำหน่ายจ่ายโอนออกไปโดยถูกต้องก่อนวันสมัครส.ส.ก็เดินต่อเท่านั้นเอง

          !!ว่าแต่ตอนนี้อย่าไปไกลถึงเก้าอี้นายกฯเลย วิบากกรรมเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น!!

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่