royal coronation
วันที่ 18 สิงหาคม 2562
เรื่องเด่นฐานเศรษฐกิจ

มหาเศรษฐีใหม่รวยพึ่บพั่บ! รวยกว่า 'เจ้าสัวดัง-ธนราชันเดิม'

วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 - 18:39 น.
ทางออกนอกตำรา,มหาเศรษฐี,จัดอันดับ,เศรษฐี,คอลัมน์
Shares :
เปิดอ่าน 2,532 ครั้ง

เรียกเสียงซู้ดปากกันทั้งประเทศ เมื่อนิตยสารฟอร์บส์จัดอันดับมหาเศรษฐีไทย 50 ราย

คอลัมน์ทางออกนอกตำรา ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3470 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 16-18 พ.ค.2562 โดย... บากบั่น บุญเลิศ

 

มหาเศรษฐีใหม่รวยพึ่บพั่บ!

รวยกว่า 'เจ้าสัวดัง-ธนราชันเดิม'

 

                เรียกเสียงซู้ดปากกันทั้งประเทศ เมื่อนิตยสารฟอร์บส์จัดอันดับมหาเศรษฐีไทย 50 ราย แม้ส่วนใหญ่มีทรัพย์สินลดลงไปอยู่ที่ 1.605 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 5.14 ล้านล้านบาท จากเมื่อปี 2561 มหาเศรษฐีใน 50 อันดับมีทรัพย์สิน 1.62 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ที่น่าสนใจคือ “มหาเศรษฐีหน้าใหม่” ที่ไม่ใช่ตระกูลเจ้าสัวดั้งเดิมในอดีตเมื่อ 5-10 ปี โผล่ขึ้นมายืนบนทำเนียบระดับประเทศจำนวนมาก

                พี่น้องตระกูลเจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) นำโดยเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ยังคงรั้งอันดับ 1 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 2.95 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือตกประมาณ 9.41 แสนล้านบาท ลดลงจาก 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯเมื่อปี 2561

                อันดับ 2 ตระกูลจิราธิวัฒน์ แห่งกลุ่มเซ็นทรัล ที่มีทรัพย์สินสุทธิ 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือตกประมาณ 6.70 แสนล้านบาท ขณะที่ปีที่แล้วมีทรัพย์สิน 2.12 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

                เฉลิม อยู่วิทยา เจ้าของกระทิงแดงยังคงอยู่ในอันดับ 3 ความมั่งคั่งลดลงมาอยู่ที่ 1.99 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 6.35 แสนล้านบาท ลดลงจาก 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

                เจริญ สิริวัฒนภักดี แห่งกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ ครองอันดับ 4 ด้วยทรัพย์สินมูลค่า 1.62 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตกประมาณ 5.17 แสนล้านบาท ลดลง 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 1.74 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2561

                สารัชถ์ รัตนาวะดี เจ้าของตัวจริงเสียงจริง บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จีฯ ถือครองทรัพย์สินด้วยมูลค่า 1.66 แสนล้านบาท จากในระยะ 5 ปี ไม่เคยติดอันดับมาก่อน

                ขณะที่ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ทายาทคิงเพาเวอร์ ถือครองทรัพย์สินมูลค่า 1.50 แสนล้านบาท

                นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เจ้าของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) (BDMS) และสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ถือครองทรัพย์สินมูลค่า 1.08 แสนล้านบาท ตระกูลโอสถานุเคราะห์ ค่ายโอสถสภา มีทรัพย์สินรวม 9.57 หมื่นล้านบาท

                วานิช ไชยวรรณ เจ้าของไทยประกันชีวิต ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย มีทรัพย์สิน 9.09 หมื่นล้านบาท และเสี่ย สมโภชน์ อาหุนัย เจ้าของบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ฯ มีทรัพย์สิน 9.03 หมื่นล้านบาท

                พ้นจาก 10 อันดับ ผมขอพามาดูเศรษฐีที่ไม่ใช่เจ้าสัว แต่ถือครองทรัพย์สินจากการบริหารกิจการอย่างมีฝีมือจนสามารถไต่เต้าขึ้นมาจนถือครองทรัพย์สินระดับ TOP 50s ของประเทศไทยได้อย่างน่าชื่นชม

                อาลก โลเซีย เจ้าของบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์สฯ ที่เดินหน้าสร้างกิจการด้วยการเทกโอเวอร์โตแบบต่อยอดมีทรัพย์สิน 8.04 หมื่นล้านบาท

                เสี่ยชูชาติ เพ็ชรอำไพ และ ดาวนภา เพชรอำไพ เจ้าของบริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ที่สร้างตนมาจากการปล่อยกู้สินเชื่อมอเตอร์ไซค์ จนสามารถนำบริษัทมาจดทะเบียนในตลาดหุ้นได้ ภายในไม่กี่ปี “ชูชาติ-ดาวนภา” มีทรัพย์สิน 7.98 หมื่นล้านบาท เหนือกว่า สันติ ภิรมย์ภักดี บุญรอดบริวเวอรี่ ที่มีทรัพย์สิน 7.18 หมื่นล้านบาท เหนือกว่า ศุภลักษณ์ อัมพุช เดอะมอลล์ กรุ๊ป มีถือครองทรัพย์สิน 6.70 หมื่นล้านบาท

                ที่ตกตะลึงกว่านั้น เสี่ยชูชาติรวยกว่า คีรี กาญจนพาสน์ เจ้าของบีทีเอส กรุ๊ป โฮล ดิ้งส์ ที่ถือครองทรัพย์สิน 6.61 หมื่นล้านบาท เหนือกว่า ฮาราลด์ ลิงค์ เจ้าของบี.กริม กรุ๊ป ที่มีทรัพย์สิน 6.54 หมื่นล้านบาท เหนือกว่า ฤทธิ์ ธีระโกเมน ผู้สร้างอาณาจักร เอ็มเคเรสโตรองต์ กรุ๊ป ที่มีทรัพย์สิน 6.38 หมื่นล้านบาท และเหนือกว่า ทักษิณ ชินวัตร เอสซี แอสเสท อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีทรัพย์สิน 6.06 หมื่นล้านบาท

                คนถัดมาที่ถือว่าเซอร์ไพรส์คือ ชัยวัฒน์ แต้ไพสิฐพงษ์ เจ้าของเครือเบทาโกร มีทรัพย์สิน 5.74 หมื่นล้านบาท มากกว่า ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ เจ้าของสีทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) ที่มีทรัพย์สิน 5.42 หมื่นล้านบาท มากกว่า อิสระ ว่องกุศลกิจ เจ้าพ่อนํ้าตาลมิตรผลผู้มีทรัพย์สิน 5.11 หมื่นล้านบาท

                เหนือกว่า อนันต์ อัศวโภคิน เจ้าพ่อแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่มีทรัพย์สิน 4.79 หมื่นล้านบาท เหนือกว่า ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ลูกนํ้าเค็มเจ้าของ พฤกษา เรียลเอสเตท ที่มีทรัพย์สิน 4.47 หมื่นล้านบาท

                ชัยวัฒน์ ยังมีทรัพย์สินเหนือกว่า บัณฑูร ลํ่าซำ ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย ที่มีทรัพย์สิน 3.54 หมื่นล้านบาท เหนือกว่า ธนราชัน ชาติศิริ โสภณพนิช เจ้าของธนาคารกรุงเทพ ที่มีทรัพย์สิน 3.51 หมื่นล้านบาท และเหนือกว่า “แม่ของฟ้า” สมพรจึงรุ่งเรืองกิจ เจ้าของไทยซัมมิทกรุ๊ป ที่มีทรัพย์สิน 3.41 หมื่นล้านบาท

                และที่เซอร์ไพรส์กว่า คือการที่ วิทูร สุริยวนากุล เจ้าของสยามโกลบอลเฮ้าส์ มีทรัพย์สิน 3.35 หมื่นล้านบาท และเศรษฐีใหม่ ฉัตรชัย แก้วบุตตา เจ้าของบริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ฯ มีทรัพย์สิน 3.19 หมื่นล้านบาท ทั้ง 2 คนรวยกว่า พรเทพ พรประภา แห่งสยามกลการ รวยกว่า บุญชัย เบญจรงคกุล แห่งโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น รวยมากกว่า พิชญ์ โพธารามิก เจ้าของจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ที่มีทรัพย์สิน 2.33 หมื่นล้านบาท และรวยมากกว่า เจ้าสัวไกรสร จันศิริ ผู้สร้างอาณาจักร ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ผงาดโลกซึ่งมีทรัพย์สิน 2.3 หมื่นล้านบาท

                ฮือฮากว่านั้นคือการที่ 2 ผู้ถือหุ้นใหญ่คาราบาวแดง คือ เสถียร เศรษฐสิทธิ์ เจ้าของคาราบาวกรุ๊ป มีทรัพย์สิน 2.74 หมื่นล้านบาท กับ ณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ ผู้ถือหุ้นคาราบาว กรุ๊ป มีทรัพย์สิน 2.0 หมื่นล้านบาท รวยมากกว่า เจ้าของวิริยะประกันภัย เจ้าของช่อง 3 เจ้าของธนาคารเกียรตินาคิน เสียอีก

                การคำนวณทรัพย์สินที่อิงจากราคาหุ้น และมูลค่าทรัพย์สินตามตลาดเป็นตัวสะท้อนว่า หลังจากนี้ไปเศรษฐีเมืองไทยไม่จำกัดวงแคบเพียงแค่ตระกูลดังอีกต่อไปแล้ว แต่หมายถึง “เศรษฐีใหม่” พร้อมจะก้าวผงาดตามสภาวะตลาด และการขยายธุรกิจ

                หากไม่เชื่อไปตรวจสอบได้ครับว่า ใน 50 รายชื่อมหาเศรษฐีนั้น มีอยู่กว่า 20 คน ที่ใน 10 ปีก่อนหน้า ยังไม่เคยก้าวขึ้นมาติดรายชื่อเศรษฐีเมืองไทย แสดงว่าเพิ่งรวยขึ้นมา และเป็นเศรษฐีใหม่ ขณะที่อภิมหาเศรษฐีเมื่อ 10 ปีก่อนหน้าในยุคนั้น ก็หายหน้าหายตาไปเป็นจำนวนมากเช่นกัน

 

 

                ประเด็นต่อมา การสะท้อนภาพของการถือครองทรัพย์สินของคนรวยอภิมหาเศรษฐี ทำให้จนกระจาย รวยกระจุกมีมากขึ้นทุกที เมื่อพิจารณาจากข้อมูลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2560 ที่พบว่าครอบครัวทั่วประเทศ ถือครองทรัพย์สินรวมกัน 36.54 ล้านล้านบาท จาก 25.72 ล้านครัวเรือน ซึ่งตกเฉลี่ย 1 ครัวเรือนมีทรัพย์สิน 1,420,510 บาท แต่ 50 มหาเศรษฐีกลับถือครองถึง 5.14 ล้านล้านบาทมากกว่างบประมาณแผ่นดินของประเทศที่ตั้งงบกันปีละ 3 ล้านล้านบาท เสียอีก

                ประการต่อมา เศรษฐีใหม่รวยขึ้นตามราคาหุ้นในตลาด ดูอย่าง บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ที่ตั้งขึ้นในปี 2554 เป็นบริษัทมหาชนประกอบธุรกิจเป็นโฮลดิ้งคอมปานี โดยผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ไอนํ้า และนํ้าเย็น มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 223,996.50 ล้านบาท ทุนจดทะเบียน 10,666 ล้านบาท มีถือหุ้นรายย่อย 16,817 ราย ซึ่ง เสี่ยกลาง สารัชถ์ รัตนาวะดี ถือหุ้นอยู่ 755,999,994 หุ้น คิดเป็น 35.44% ราคาตอนนี้ 106 บาท/หุ้น เท่ากับว่า สารัชถ์ ถือมีทรัพย์สินที่รวยขึ้นจากหุ้น 80,135 ล้านบาท

                เช่นเดียวกับบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ฯ หรือ อีเอ ซึ่งมีทุนจดทะเบียน 373 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 201,420 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นทั้งหมด 19,732 ราย ซึ่งกรณีของ สมโภชน์ อาหุนัย ถือหุ้นอยู่ 876,436,386 หุ้น คิดเป็น 23.50% ราคาหุ้นตอนนี้ 53-54 บาท เท่ากับว่า สมโภชน์ รวยจากหุ้น 47,327 ล้านบาท

                คิดเล่นๆ นะครับ ถ้าบรรดามหาเศรษฐีไทย 50 รายแรก ที่ถือครองทรัพย์สิน 5.14 ล้านล้านบาท มีการโอนเป็นมรดกให้ลูกหลาน จะเสียภาษีเท่าไหร่ เพราะภาษีมรดกนั้นคิดจากส่วนที่มีการโอนให้ลูกหลานเกิน 100 ล้านบาท ที่อัตรา 10% ซึ่งน่าจะเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท

                เหนือกว่านั้น กรมสรรพากรควรไปตรวจสอบดูว่าบรรดาเศรษฐีเหล่านี้ เสียภาษีบุคคลธรรมดาผู้มีรายได้ตรงตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ถ้าไม่ตรงเป็นเพราะอะไร ดีมั้ยครับ!

Shares :
เปิดอ่าน 2,532 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ