จองกฐิน สูตรปาร์ตี้ลิสต์ กกต. แห่ร้อง 2 ศาล

จองกฐิน สูตรปาร์ตี้ลิสต์ กกต. แห่ร้อง 2 ศาล

คันฉ่องส่องการเมือง ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,649 หน้า 16 ระหว่างวันที่ 12-15 พ.ค.2562 โดย... นาย NO VOTE

 

จองกฐิน

สูตรปาร์ตี้ลิสต์ กกต.

แห่ร้อง 2 ศาล

 

          เรื่องสูตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ยังจบไม่ลง "พี่ศรี-ศรีสุวรรณ จรรยา" ประเดิมแล้ว บุกยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นศาลปกครอง เพื่อร้องศาลรัฐธรรมนูญ 

          ปาดหน้า "พี่เรือง-เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ" ที่เช้าวันเดียวกัน เข้าให้ถ้อยคำกกต.ที่กล่าวหา 4 แกนนำ 4 พรรคใหญ่ ว่าติดบ่วง “ถือหุ้นสื่อ” แต่ก็ย้ำกับนักข่าวบอกเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จากนี้จะไปร้องศาลปกครอง ขอไต่สวนฉุกเฉิน ให้ระงับประกาศกกต.รับรอง 149 ส.ส.บัญชีรายชื่อ และขอสั่งให้กกต.คำนวณใหม่

          เนื่องจากเห็นว่าสูตรคำนวณของ กกต. ที่จัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อให้ 11 พรรคเล็ก ที่ได้คะแนนไม่ถึงจำนวน ส.ส.พึงมี หรือที่ 71,168.5141 คะแนน ต่อ ส.ส.พึงมี 1 คน นั้น น่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 (5)

 

 

          ขณะที่ "ส้มหวาน" พรรคอนาคตใหม่ ที่โวยหนักเรื่องสูตรคำนวณ ดักคอ กกต.ตั้งแต่ก่อนจะประกาศรายชื่อ 149 ส.ส. ย้ำว่าจะยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญแน่ ช่วง 13-17 พฤษภาคมนี้เช่นกัน

          ทันทีที่ กกต.ประกาศรับรอง ส.ส. บัญชีรายชื่อ 149 คน จาก 26 พรรค (เพื่อไทยกินแห้วเพราะ ส.ส.เขตเกินจำนวน ส.ส.พึงมีแล้ว) แกนนำพรรคใหญ่ดาหน้าโวย เพราะตามสูตรนี้ทำให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคใหญ่ต่างหดหาย เพื่อไปเกลี่ยให้ 11 พรรคเล็ก ที่ได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ ส.ส.พึงมี

          การคำนวณของ กกต.เมื่อจัดสรรให้พรรคตามสัดส่วน ส.ส.พึงมีแล้วไม่ลงตัว ต้องปัดเศษเรียงอันดับทศนิยมนับไล่ไปเรื่อย ๆ จนครบ 150 คน (ครั้งนี้รับรองแค่ 149 คน เพราะยังรอผลการเลือกตั้งใหม่ 1 เขตที่เชียงใหม่) โดยนับเลยลงไปถึงคะแนนพรรคเล็กที่ได้ต่ำกว่าเกณฑ์คะแนน ส.ส.พึงมี จน 11 พรรคเล็กได้อานิสงส์เป็น ส.ส.ไปด้วย

          การเรียงอันดับทศนิยมคือส่วนที่ได้คะแนนไม่เต็ม 71,168.5141 คะแนน ที่ใช้เป็นฐานคิดจำนวน ส.ส.พึงมี ถ้าไม่จัดให้พรรคเล็กได้เรียงอันดับด้วย เท่ากับคะแนนของกลุ่มพรรคเล็กทั้งหมดเป็นอันตกน้ำ

          ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่โวย บอกทำให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคที่ควรได้หายไปถึง 8 คน เท่ากับผู้ออกเสียงให้พรรคคะแนนตกน้ำไปถึง 568,000 คะแนน ด้าน ราเมศ รัตนะเชวง รักษาการ ก.ก.บริหารพรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่พอใจ บอกอย่างนี้ไม่แค่คะแนนตกน้ำ แต่ตกทะเลเป็นล้านคะแนน

          เช่นกัน "สมชัย ศรีสุทธิยากร" ผู้สมัครส.ส.ประชาธิปัตย์ อดีต กกต. ก็ชี้ว่าสูตรของ กกต.ไม่ถูกต้อง ควรมีแค่ 14 พรรคเท่านั้นที่ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 

          หรือ "นิกร จำนง" ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคชาติไทยพัฒนา ก็รับว่าวิธีคำนวณของกกต.มีปัญหา ทำให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคที่ควรได้ 5 คน หายไปเหลือแค่ 4 คน แต่ก็บอกว่า "พร้อมยอมรับและหาทางแก้ไขกันต่อไป"

          ปัญหาสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อมีมาตั้งแต่ก่อน กกต.ประกาศรับรองรายชื่อ และศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัย เช้าวันที่ 8 พฤษภาคม ก่อน กกต.จะประกาศรับรองรายชื่อในตอนเย็น ว่ามาตรา 128(5) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ขัดมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ

          แต่นักการเมืองที่ค้านสูตร กกต.ประสานเสียงว่า ศาลรัฐธรรมนูญรับรองมาตรา 128 ของกฎหมายลูก ที่ระบุรายละเอียดวิธีการคำนวณเมื่อได้จำนวน ส.ส.ไม่ลงตัวต้องปัดเศษ ว่าไม่ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ แต่เวลานี้ปัญหาอยู่ที่วิธีการคำนวณของ กกต. ที่ปัดเศษเลยลงไปถึงพรรคที่คะแนนต่ำกว่าจำนวน ส.ส.พึงมี ทั้งที่ควรจะปัดเศษนับเฉพาะพรรคที่ได้คะแนนเกินจำนวน ส.ส.พึงมีเท่านั้น

          เลยต้องจองกฐิน “กกต.” ต่อ ให้รู้ดำรู้แดงกันไป...

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่