royal coronation
วันที่ 18 สิงหาคม 2562
เรื่องเด่นฐานเศรษฐกิจ

เด็กเลี้ยงแกะ!

วันที่ 9 เมษายน 2562 - 16:12 น.
เด็กเลี้ยงแกะ,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,พรรคอนาคตใหม่,การโอนหุ้น,ที่นี่ไม่มีความลับ,คอลัมน์
Shares :
เปิดอ่าน 693 ครั้ง

เด็กเลี้ยงแกะ!

ที่นี่ไม่มีความลับ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3460 หน้า 16 ระหว่างวันที่ 11-13 เม.ย.2562 โดย...เอราวัณ

 

เด็กเลี้ยงแกะ!

 

          ความจริงคดีการโอนหุ้นหรือการถือครองหุ้นสื่อ ที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และผู้สมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อเบอร์ 1 ทั้งยังเป็นผู้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีหนึ่งเดียวของพรรคอนาคตใหม่ หาใช่เรื่อง “อาชญากรรม” ใดๆ ไม่ เพียงแต่เป็นเงื่อนไขที่ระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 98 ที่บัญญัติว่า “บุคคลที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” ในวงเล็บสาม (3) ของรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าวระบุชัดเจนในข้อห้ามว่า “เป็นเจ้าของสื่อ ผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ”

          ดังนั้นผู้ที่เตรียมตัวลงเป็นนักการเมืองย่อมมีหน้าที่ “จัดการ”ตัวเองให้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หากยังมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนก็มิอาจสมัครส.ส.ได้ หรือสมัครแล้วก็จะถูกตัดสิทธิย้อนหลังได้เช่นกัน เรื่องของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจและ รวิวรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ (ภรรยา) ถูกเปิดประเด็นมาจากสำนักข่าวอิศรา ที่พบว่า ธนาธร และภรรยา ยังคงถือครองหุ้นสื่อ ใน บริษัท วี-ลัค มีเดียฯ จนถึงวันที่ 21 มีนาคม 2562 ก่อนการเลือกตั้งเพียง 3 วัน มิใช่ก่อนการสมัคร ส.ส.ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 แต่อย่างใด

          ทันทีที่สำนักข่าวอิศราเปิดประเด็นเรื่องนี้ ธนาธร ได้ปฏิเสธ พร้อมกับยืนยันว่า ได้ขายหุ้นให้ สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้เป็นมารดา ไปตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2562 ก่อนสมัคร ส.ส. พร้อมแจ้งว่ามีการจ่ายเช็คจำนวน 6.7 ล้านบาท เป็นค่าหุ้น สื่อทุกสำนักรวมทั้ง “อิศรา” ไปขุดค้นพบว่า ถ้ามีการขายหุ้นกันทั้ง 2 สามีภรรยาไปให้แม่แล้วไฉนการประชุมบริษัท วี-ลัค มีเดียฯ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2562 เพื่อเปลี่ยนแปลงกรรมการและผู้ถือหุ้น มีผู้ถือหุ้นยังคงเดิมคือ 10 ราย เหตุใดผู้ถือหุ้นจึงไม่ลดลงเหลือ 8 ราย ธนาธร ได้แก้ไขข้อเท็จจริงใน 2 ครั้ง ครั้งแรกบอกว่าตัวเขาไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย เพราะไปหาเสียงอยู่สุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 2 อ้างว่าที่มี 10 คนเช่นเดิมเพราะเมื่อแม่คือ นางสมพร ซื้อไปแล้ว ได้โอนให้หลาน 2 คน (ธนาธรยังปิดบังชื่อหลานทั้ง 2) ในวันที่ 14 มกราคม 2562 และหลาน 2 คนได้โอนคืนให้นางสมพร ในวันที่ 21 มีนาคม 2562  (เพิ่มตัวละครมา)

          สำนักข่าวอิศราก็ไม่ลดละในการตรวจสอบ ที่ธนาธร เคยบอกว่า วันที่ 8 มกราคม 2562 ได้เซ็นโอนหุ้นให้แม่ต่อหน้า ทนายความ และพยาน จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 ธนาธร ไปหาเสียงอยู่บุรีรัมย์ วันที่ 7 มกราคม หาเสียงอยู่สุรินทร์ คำถามแรกที่นักข่าวถาม ธนาธร ว่า วันที่ 8 หาเสียงอยู่บุรีรัมย์ ธนาธร เผลอรับไปว่า “ใช่ครับ” แต่เมื่อนักข่าวถามย้ำว่าไม่ได้อยู่ กทม.โอนหุ้นได้อย่างไร ธนาธรกลับบปัดว่า “ไม่ใช่ ไม่ใช่ คุณผิดแล้ว”

          ข้อพิรุธอีกมากมาย เช่น ทำไมภรรยาขายหุ้นพร้อมกัน (ตามที่ธนาธรอ้าง) แต่ยังคงมีชื่อเป็นกรรมการ และเพิ่งแต่งหนังสือมาออกในวันที่ 18 มีนาคม 2562 หรือประเด็นการติดอากรแสตมป์ ตามมูลค่าการโอน ตรงตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือไม่ รวมถึงข้ออ้างการจ่ายเช็ค เชื่อได้แค่ไหนว่าเช็คบุคคล จะไม่มีการเขียนวันที่สั่งจ่ายย้อนหลัง และมีการเคลียริ่งกันจริงมั้ย และเมื่อใด ข้อสงสัยทั้งหมดและอาจจะมีเพิ่มเติม เมื่อคำพูดและคำกล่าวอ้าง รวมทั้งหลักฐานผู้ที่ถูกตรวจสอบอย่าง ธนาธร ยังชวนให้สงสัยต่อ ดังนั้นคุณสมบัติของ ธนาธร จะครบถ้วนหรือไม่ต้องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เป็นองค์กรชี้ขาด

          ขณะนี้ต้องขอให้สำนักงานเลขาธิการกกต. ของ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา ที่กำลังแสวงหาข้อมูลจากหน่วยราชการ-สถาบันการเงิน-การรวบรวมข้อกฎหมาย-ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกา ก่อนส่งให้คณะกรรมการ กกต.วินิจฉัยเพื่อส่งต่อให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เป็นผู้ตัดสิน และเราคงได้รู้กันว่าใครคือ “เด็กเลี้ยงแกะ”

Shares :
เปิดอ่าน 693 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ