'นิตินัย' ดันทุรังสวนนโยบายรัฐ อย่าปล่อยให้ลอยนวล

นาทีนี้ต้องยกให้ เสี่ยอ๊อฟ-นิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. หรือ AOT เป็นผู้กล้าตัวจริง

คอลัมน์มารยาตลาดหุ้น ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3455 หน้า 17 ระหว่างวันที่ 24-27 มี.ค.2562 โดย...คุณนายเผือก

 

'นิตินัย' ดันทุรัง

สวนนโยบายรัฐ

อย่าปล่อยให้ลอยนวล

 

            นาทีนี้ต้องยกให้ เสี่ยอ๊อฟ-นิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. หรือ AOT เป็นผู้กล้าตัวจริง กล้าที่จะเดินหน้าขายซองประมูลดิวตี้ฟรี 4 สนามบิน (ตามข่าวบอกภายในสัปดาห์หน้า) ทั้งที่มีเสียงค้านมากระหึ่มเมือง โดยเฉพาะเสียงจากนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยากให้ทบทวนฟังความให้รอบด้าน และรอบคอบก่อนเปิด

            2 ประเด็นที่ยังต้องรอความชัดเจน 1. เรื่องของโมเดลธุรกิจ จะเป็นแบบรายเดียวดูแลพื้นที่ดิวตี้ฟรีทั้ง 4 สนามบิน หาดใหญ่ เชียงใหม่ ภูเก็ต และ สุวรรณภูมิ หรือ จะเป็นแบบหมวดหมู่สินค้า และ 2. สัญญาดิวตี้ฟรี จะเข้าข่ายพ.ร.บ.ร่วมทุนพ.ศ.2562 หรือไม่

 

            ในรูปแบบหรือโมเดล วันนี้ทีโออาร์โดยบอร์ด AOT เลือกแล้ว ยืนหยัดเลือกแบบรายเดียว เพราะจะให้ประโยชน์สูงสุดแก่ AOT แต่ฝั่งพ่อค้า วรวุฒิ อุ่นใจ นายกสมาคมค้าปลีกไทย จะมีเงาใครอยู่ข้างหลัง ก็เป็นอีกประเด็น บอกว่า หน้าที่ ทอท. คือผู้บริหารพื้นที่ ส่วนคนที่ขายของให้เป็นหน้าที่ของพ่อค้า จึงยืนยันในข้อเสนอการประมูลต้องเป็นหมวดหมู่สินค้า เหมือนสนามบินชั้นนำในต่างประเทศเท่านั้น เพื่อลดการผูกขาด ส่วนพ่อค้าจะขายได้ ขายไม่ได้ ขายดี หรือขายไม่ดี ให้ผู้ประมูลรับผิดชอบไป

            ขณะที่ เสี่ยอ๊อฟ ยังยืนยันว่า แบบบริหารรายเดียวทั้งพื้นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเมืองไทย ง่ายต่อการควบคุมพื้นที่ โมเดลที่แบ่งตามหมวดหมู่สินค้า สุ่มเสี่ยงการล้มหายตายจากของ Flow ผู้โดยสารที่เปลี่ยนไป

            ถึงวันนั้น ทอท. ต้องมาตาม ล้างตามเช็ด เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วที่ดอนเมืองในอดีต           

            ความเห็นโมเดลที่ยังแตกต่าง วันหนึ่งคงจะหาผลสรุปลงตัว ประเด็นนี้ดูแล้ว คงไม่หนักหนา ไม่เสียวไส้ เท่ากับประเด็นข้อกฎหมาย ในเรื่องของพ.ร.บ.ร่วมทุน 2562 ที่บอกเลยว่า คิดแล้วเสียวแทนเหลือเกิน หากทอท. ยังจะเดินหน้าเปิดประมูล โดยไม่รอ

            หากวันข้างหน้า รัฐบาลที่มาหลังการเลือกตั้ง คณะกรรมการร่วมทุนฯชุดใหม่ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดประชุม และเกิดมีการตีความกันในภายหลังว่า สัญญาดิวตี้ฟรี เข้าข่ายพ.ร.บ.ร่วมทุน...โป๊ะแตก...

            สัญญาที่ ทอท. ทำไว้กับเอกชนผู้ชนะประมูล ต้องเป็นโมฆะสถานเดียว... ถึงตอนนั้นใครจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น…คิดแล้วเสียวแทนอีกรอบ .....ไม่ใคร ก็ใคร มีเด้งกันบ้าง จะลอยนวลไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่

            ใครที่คิดว่า หลังวันที่ 1 เมษายน เป็นต้นไป ให้หลีกเลี่ยงหุ้นอสังหาริมทรัพย์ เพราะจะได้รับผลกระทบจากมาตรการการดำรงสัดส่วนสินเชื่อต่อสินทรัพย์ หรือ แอลทีวี ง่ายๆ คือ ซื้อบ้านต้องวางดาวน์นั้น คิดผิด คิดใหม่ ยังทันนะ  

เอาตัวเลขสถิติมากรอง มาวิเคราะห์ บอกชัดว่า สินเชื่อใหม่ที่แบงก์ปล่อยเพื่อซื้อบ้านปีละกว่า 5-6 แสนล้านบาทนั้น พบว่า 89% เป็นสินเชื่อสัญญาแรก หรือ เป็นบ้านหลังแรกของคนไทยที่ยังไม่มีบ้าน กลุ่มนี้จะไม่ได้รับผลกระทบ ยังกู้ได้ทั้ง 100% เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยน ไม่ต้องวางเงินดาวน์.....ยาวไป

            ส่วนกลุ่มที่หนักคือ พวกสัญญาที่ 2 สัญญาที่ 3 ที่ชัดเจนว่าเข้ามาเพื่อเก็งกำไร และต้องวางเงินดาวน์ 10% และกลุ่มมหาเศรษฐีที่ซื้อบ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ต้องวางดาวน์ 20-30% ดูแล้ว 2 กลุ่มนี้อาจจะกระทบ แต่ดูสัดส่วนแล้วแค่ 11% ของสินเชื่อทั้งระบบเท่านั้น…ไลฟ์บอย ชิลๆ ไม่โป๊ะแตก

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่