ประชาธิปไตยกินไม่ได้ มาตามล่าหุ้นปันผลกันเถอะ

ขอหลบเรื่องราวการแข่งขันในสนามการเลือกตั้ง มาทำมาหากินบนตลาดหุ้นกันบ้าง เพราะตอนนี้สมรภูมิการเลือกตั้งมันฝุ่นตลบไปหมด

คอลัมน์ทางออกนอกตำรา ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3451 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 10-13 มี.ค.2562 โดย...บากบั่น บุญเลิศ

 

 

ประชาธิปไตยกินไม่ได้

มาตามล่าหุ้นปันผลกันเถอะ

 

                ขอหลบเรื่องราวการแข่งขันในสนามการเลือกตั้ง มาทำมาหากินบนตลาดหุ้นกันบ้าง เพราะตอนนี้สมรภูมิการเลือกตั้งมันฝุ่นตลบไปหมด                

                ความเห็น อารมณ์ ความคาดหวัง ความศรัทธา ความนิยม และอุดมคติทางการเมืองของผู้คน ต่างอยู่ในภาวะ “คุกรุ่น” กับวาทกรรม และความคาดหวังว่า “ประชาธิปไตยกินได้” ภายใต้นักการเมืองหน้าเดิม คนใหม่ที่ไร้ประสบการณ์ คนอยากเลือกตั้ง กำลังทำให้ประเทศนี้วกวนอยู่แต่การเมือง       

                ผมจึงอยากพาทุกคนมาพึ่งพาตัวเอง บนพื้นฐานการทำมาหากินในตลาดหุ้นกันบ้าง ตอนนี้ยังเหลือระยะเวลาอีกราว 1 เดือน หรือช่วงเดือนมีนาคมนี้ ก่อนที่หุ้นแต่ละตัวจะขึ้นเครื่องหมาย XD (ไม่มีสิทธิรับปันผล) จึงมีความเป็นไปได้ที่หุ้นปันผลดี ซึ่งยังไม่ได้ขึ้น XD น่าสนใจเข้าลงทุน เนื่องจากสถิติย้อนหลัง5 ปี จะพบว่า ช่วง 2 เดือนก่อนขึ้น XD จะมีราคาหุ้นที่ปรับขึ้นและเงินปันผลเฉลี่ยอยู่ที่ 6.3%

                อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่าหากเลือกจังหวะเวลาให้ดี นักลงทุนจะสามารถหาผลตอบแทนที่สูงกว่า 3-4% ได้ โดยในช่วงที่ตลาดหุ้นกำลังสับสน ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมเก็งกำไรเป็นการลงทุนที่ถือยาวขึ้นขั้นตํ่า 1 ปี เพื่อรับเงินปันผล              

                นักลงทุนขาใหญ่เขาบอกคาถาผ่านผมมาบอกกล่าวกับนักลงทุนว่า การลงทุนในหุ้นปันผลที่ดีที่สุดคือ ช่วงปลายปีจะได้ราคาหุ้นที่ตํ่า พอปีใหม่ก็ให้ซื้อเพิ่ม และปล่อยให้มูลค่าของเงินปันผลสูงขึ้น      

                ถ้าลงทุนไม่ทันช่วงปลายปี ช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นโอกาสดีครั้งที่ 2 ในการที่จะลงทุนในหุ้นปันผล

                เขาบอกคาถา การเลือกหุ้นปันผลให้ดู 3 อย่าง 1.มีการจ่ายเงินปันผล ต่อเนื่อง 3-5 ปี ไม่มีการปรับนโยบายการจ่ายปันผลที่แย่ลงกว่าเดิม 2.ไม่มีภาระการลงทุนเกินครึ่งหนึ่งของกำไร ไม่มีภาระหนี้มากเกินไป ตอนนี้บริษัทจดทะเบียนทั้งระบบมีหนี้สินต่อทุนแค่ 1.5 เท่า จึงถือว่ายังอยู่ในระดับดี 3.ต้องมีสภาพคล่องสูง มีกำไรสะสมอย่างน้อย 2 เท่าของเงินปันผลที่จะจ่ายต่อปี

                ถ้าพบหุ้นเหล่านี้ก็เอาเงินไปลงทุนเถอะครับ รับรองดีกว่าฝากเงินแน่ๆ...ผมไปสืบค้นออกมาในปี 2561 พบว่ามีหลักทรัพย์จดทะเบียนจ่ายเงินปันผลรวม 534 บริษัท รวม 519,546 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.78% จากปีก่อน

 

ประชาธิปไตยกินไม่ได้ มาตามล่าหุ้นปันผลกันเถอะ              

                ขณะที่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ปันผลตอบแทนเฉลี่ย 6.44% และ 7.72% (ไม่รวมเงินคืนทุน)

                พอไปตรวจสอบหุ้นใน SET ที่จ่ายเงินปันผลสูงสุด 5 อันดับแรก คือ

                1. บมจ.ปตท. (PTT) จำนวน 57,126 ล้านบาท ผลตอบแทน 1.31%     

                2. บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) จำนวน 22,800 ล้านบาท ผลตอบแทน 2.16%    

                3. บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) จำนวน 21,852 ล้านบาท ผลตอบแทน 2.13%  

                4. บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) จำนวน 19,163 ล้านบาท ผลตอบแทน 2.72%,            

                5. บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) จำนวน 18,675 ล้านบาท ผลตอบแทน 1.96%           หุ้น 5 ตัวนี้ มีมูลค่าจ่ายเงินปันผลรวมกัน 139,616 ล้านบาท หรือ 29% ของเงินปันผลรวม                

                ขณะที่หุ้นใน mai ที่จ่ายเงินปันผลสูงสุด 1. บมจ.ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส (FSMART) จำนวน 474 ล้านบาท ผลตอบแทน 4.58% 2. บมจ.เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) (SWC) จำนวน 375 ล้านบาท ผลตอบแทน 6.41% 3. บมจ.เสริมสร้างพาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP) จำนวน 189 ล้านบาท ผลตอบแทน 2.65%     

                ทีนี้ใครจะไปลงทุนหุ้นปันผลลองพิจารณาข้อมูล 3 ชุดนี้ให้ดีแล้วไปตามล่าเอานะครับ บล.เอเซีย พลัสฯ ได้คัดกรองหุ้นปันผลเด่น โดยพิจารณาจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นย้อนหลัง 5 ปี ที่ผ่านมา, อัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด และอัตราผลตอบแทนปันผล พบว่ามี 8 บริษัท กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ AP, QH, SENA LH ส่วนกลุ่มบันเทิง ได้แก่ MAJOR กลุ่มการเงิน ได้แก่ JMT กลุ่มธนาคาร ได้แก่ เกียรตินาคิน KKP และ ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO)                                                                         

                บล.กสิกรไทยได้คัดเลือกหุ้นที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนจากปันผลโดดเด่น 4 อันดับแรก คือ จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) มีผลตอบแทน 8.9%, KKP 7.5%, LH 6.5% และ TISCO 6.2% แถมมีราคาอัพไซด์แต่ละตัว อีก 16.3%, 7.5%, 16.5% และ10.6% ตามลำดับ

                แต่ใครที่อยากลงทุนในหุ้นปันผลที่ดีกว่านี้ ผมอยากให้ไปดูชุดข้อมูลของ บล.ไทยพาณิชย์ฯ เขาประเมินไว้ดีมากครับ ทั้งในงวดนี้และงวดหน้าแชมป์ที่เขาแนะนำคือหุ้น TISCO IRPC AP KTBDELTA WHAUP KTC GLOW INTUCH BCP AH LH ASPHANA PTTGC               

                ใครสนใจผมมีตารางให้ดูครับ แล้วไปหาทางทำมาหากินเอานะครับ อย่าคาดหวังประชาธิปไตยกินได้กันมากนักเลยครับ...เพราะเราคาดหวังกับนักการเมืองไม่ค่อยได้...

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่