'ทูลกระหม่อมหญิง-ลุงตู่' ประกาศชิงเก้าอี้นายกฯ

ประเทศไทยอะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด 'ทูลกระหม่อมอุบลรัตน์-ลุงตู่' ประกาศชิงเก้าอี้นายกฯ

ทางออกนอกตำรา ฉบับ 3443 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 10-13 ก.พ.2562 โดย...บากบั่น บุญเลิศ

 

 

ประเทศไทยอะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด

'ทูลกระหม่อมอุบลรัตน์-ลุงตู่'

ประกาศชิงเก้าอี้นายกฯ

 

 

          ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทางการเมืองไทย เมื่อเกิดข่าวคราวออกมาในช่วงบ่ายของวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ว่า พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ที่มี “เด็กน้อย” ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช เป็นหัวหน้าพรรค จะยื่นบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีในนามของพรรคต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 โดยจะเสนอทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นนายกรัฐมนตรี

          เย็นวันนั้นไปถึงคํ่ามืดยามราตรี ผู้คนป้องปากซุบซิบกันอื้ออึงทั่วฟ้าเมืองไทย ข้อมูลปลิวว่อนทั้งในโลกออนไลน์ โลกแห่งชีวิตจริง บนโต๊ะอาหารทุกๆ ที่ ว่า โอว....เป็นไปได้หรือนี่! เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

          ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ที่วิ่งขึ้นไปนิดหน่อยชะลอตัวลงในยามเย็นก่อนปิดที่ 1,658.71 จุด บวกไป 5.62 หรือ 0.34% มูลค่าการซื้อขาย 38,519 ล้านบาท

          วันนั้นทั้งวัน ฝรั่งซื้อขายในกระดานเอ็นวีดีอาร์ที่เป็นตัวสะท้อนภาพนักลงทุนฝรั่ง 9,823 ล้านบาท โดยซื้อขายในกลุ่มพลังงาน ธนาคาร ขนส่ง และอสังหาริมทรัพย์

          เช้าวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 ตั้งแต่เช้าข่าวความเคลื่อนไหวทางการเมืองยังปกคลุมประเทศไทย เนื่องจากเกิดปรากฏการณ์แถลงการณ์พรรค ทษช. ที่เสนอชื่อ
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ มหิดล เป็นนายกรัฐมนตรี กระจายตัวไปทั่วพื้นที่ แต่ไม่ได้รับการการันตีจากใคร

          กระทั่ง พรรค ทษช. ออกมาแถลงว่า เป็นเอกสารปลอม เอกสารเท็จ...

          ขณะที่ จาตุรนต์ ฉายแสง ปาร์ตี้ลิสต์ พรรค ทษช.ที่เคยถูกพรรคระบุว่านี่คือบุคคลที่จะเสนอชื่อเป็นนายกฯ ออกมาบอกว่าจนบัดป่านนี้ยังไม่ได้รับหนังสือเชิญจากพรรค ทษช.แต่อย่างใด...ผู้คนก็ยังไม่เชื่อ....เพราะไม่มีใครกินแกลบ

          เนื้อความผู้สูงศักดิ์ลงมารับเชิญเป็นนายกฯ แล้ว ได้กระจายตัวออกไปทุกพื้นที่ประเทศไทย....ท่ามกลางบรรยากาศของความปลาบปลื้ม วิตกกังวล ช็อกทางอารมณ์...ของผู้คนในประเทศ 66 ล้านคน

          เช้าของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 ชีพจรของประเทศไทยจึงอุดมไปด้วยข่าวสารที่สร้างความสั่นไหว ใจระทึก ตลาดหุ้นที่เป็นภาพสะท้อนบรรยากาศการลงทุน และการเก็งกำไรจากราคาแกว่งตัวหนัก ก่อนปิดที่ 1,653.11 จุด ลบไป 5.60 จุด หรือ 0.37% มูลค่าการซื้อขายรวม 50,123 ล้านบาท

          ทั้งวันฝรั่งซื้อขายในกระดานเอ็นวีดีอาร์ที่เป็นตัวสะท้อนภาพทุนใหญ่รวม 12,602 ล้านบาท

          ถ้าใครติดตามวันนั้นจะเห็นภาพหนึ่งเกิดขึ้น โบรกเกอร์รายหนึ่งชื่อ บล.ภัทร. แนะนำให้นักลงทุนขายหุ้นทิ้ง รอภาพการเมืองชัดแล้วค่อยนำเงินมาลงทุนใหม่ จึงเกิดการทยอยขายอย่างหนักเป็นระลอก ตั้งแต่เช้า

          ในทางการข่าวบอกว่า “บล.ภัทรฯ เป็น ฝรั่งนกรู้” รู้ว่าอารมณ์นักลงทุนจะเป็นเช่นใด ว่ากันว่า “เฮียเตา-บรรยง พงษ์พานิช” เจ้าสำนักเตา เห็นเอกสารแถลงการณ์พรรค ทษช.มากับตาตัวเอง...จริงไม่จริงไปถามเจ้าสำนักเตาเอาได้ขอรับ..

          ไม่เฉพาะที่ตลาดหุ้นที่ปั่นป่วน ที่ทำเนียบรัฐบาล ยันที่ ร.1 รอ.วิภาวดีรังสิต ก็ร้อนอบอ้าวไปหมด ข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ เรียกประชุมทีมงานผู้ใกล้ชิดด่วน เพื่อวิเคราะห์ตรวจสอบสถานการณ์ ก่อนมีรายงานเล็ดลอดออกมาว่า “นายทหารระดับสูงบินด่วน”

          ขณะที่บรรยากาศในการประชุมทีมงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่ 18.00 น. เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เพื่อแสวงหาจุดยืนที่ลงตัว

          เช้าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 ประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทยต้องจารึก เมื่อ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค ร่วมกันยื่นบัญชีรายชื่อนายกฯ ในนามของพรรคต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเสนอพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เป็นนายกฯ ในเวลา 09.04 นาที ก่อนเวลาที่ประกาศนัดหมายผู้สื่อข่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะแถลงในเวลา 09.10 น.

          ร.ท.ปรีชาพล โชว์หนังสือตอบรับให้สื่อมวลชนดูหรา ที่กกต. ก่อนจะออกแถลงการณ์พรรค ทษช.ความว่า...”กรรมการบริหารได้ประชุมกันและเสนอชื่อจากสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติถึงบุคคลที่มีความเหมาะสมเข้าสู่การพิจารณาของกรรมการบริหารพรรค และกรรมการบริหารพรรคก็เห็นพ้องต้องกันว่า ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีความเหมาะสมที่สุด จึงมีมติให้ความเห็นชอบ หลังจากนั้นเราได้ติดต่อประสาน ท่านก็มีพระเมตตาได้ตอบรับ และยินยอมให้ไทยรักษาชาติได้เสนอชื่อท่าน เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรีในนามของพรรคไทยรักษาชาติ”

          เวลา 09.05 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่งสารข้อความถึงพี่น้องประชาชนชาวไทยตอบรับการเชิญของพรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี

          “ผมได้พิจารณาไตร่ตรอง และทบทวนอย่างรอบคอบแล้ว ในเรื่องนโยบายของพรรคว่าจะสามารถขยายผลสืบเนื่องสิ่งต่างๆ ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐบาลนี้ได้ดำเนินการ หรือวางแนวทาง หรือริเริ่มไว้ได้หรือไม่ อีกทั้งพิจารณาหลายๆ มิติที่เกี่ยวข้อง ทั้งในเรื่องนโยบายและมาตรการด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ

          สังคม การดูแลพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ความต่อเนื่องในการบริหารและพัฒนาประเทศ ในห้วงเวลาการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ”

          ในทางการข่าวห้วงเวลาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีนัยแห่งสัญญาณบางประการที่ควรพิจารณา

          1.ท่านคิดว่าเวลาที่พรรค ทษช.ประกาศคือเวลาใด ใช่ 09.04-09.05 น. ใช่หรือไม่

          2. ท่านคิดว่าเวลาที่แถลงการณ์นายกฯ ลุงตู่ออกมาเป็นเวลาใด ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงกันคือเวลา 09.05-09.10 น. ใช่หรือไม่

          3. ถ้าห้วงเวลาเป็นเช่นนี้ หากเป็นคนทั่วไปอาจ “หมอบ” รอฝุ่นตลบก่อนแล้วค่อยตัดสินใจได้มั้ย ถ้าได้ทำไมนายกฯลุงตู่ ประกาศตอบรับในห้วงเวลาที่ใกล้เคียงกันแบบนี้...นอกจากว่ามีสัญญาณอะไรในกอไผ่ที่ผู้คนไม่รู้

          หลายคนอาจประเมินวิเคราะห์สถานการณ์ไปไกลขนาดทุบโต๊ะลงไปว่า การเมืองหลังเลือกตั้งจะเป็นดังนี้

          - ทูลกระหม่อมฯ เป็นนายกรัฐมนตรี

          - จะมีการตั้งรัฐบาลเป็นรัฐบาลแห่งชาติ ด้วยการดึงทุกพรรคมาร่วมกันสร้างประเทศ

          - ความขัดแย้งทางการเมืองที่ยาวนานจนแบ่งเป็นฝ่ายจะเบาลงจนถึงขั้นยุติ เพราะมีคนกลางที่ทุกคนยอมรับ

          - ทักษิณ ชินวัตร ผู้เดินเกมเดินหมากในกระดานนี้ด้วยตัวเอง จะได้กลับบ้าน

        ทางออกนอกตำราวันนี้ ไม่ขอตอบ แต่ขอบอกให้ขบคิดกันว่า “การเมือง คือ ศิลปะในการช่อนเร้นความจริง : Politic is an art of obscuring the fact”

          ชีพจรของผู้คนประเทศไทยที่เกิดอาการช็อกกับประวัติศาสตร์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ยังต้องเต้นแรงด้วยความระทึกในฤทัยอีกต่อไปหลายวันจนกว่า เรื่องราวจากฟากฟ้าสุราลัย สู่แดนดิน จะสงบฝุ่นจาง

          ปรากฏการณ์ที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ได้ทำหนังสือยื่นต่อประธาน กกต. เรื่อง...ขอให้ กกต.พิจารณาและวินิจฉัยการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ที่กรรมการบริหารพรรคมีมติเสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ มหิดล ในบัญชีรายชื่อนายกฯ เป็นการเข้าข่ายขัดต่อระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียง และลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 หมวด 4 ลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ข้อ 17 หรือไม่”

          หนังสือของนายไพบูลย์ ระบุว่า แม้นทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี จะทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แล้ว ตั้งแต่ปี 2515 แต่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ทรงเป็นเจ้าฟ้าชั้นทูลกระหม่อม ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และทรงเป็นพระเชษฐภคินีพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

          ดังนั้น ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ จึงทรงเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันพระมหากษัตริย์ ...การที่พรรคไทยรักษาชาติได้ยื่นเสนอพระนามของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษาชาติต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ย่อมต้องมีการนำพระนามของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ไปใช้ประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคไทยรักษาชาติ อันเป็นการเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ข้อ 17 “ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใด นำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง”

          การรุกคืบไปทางการเมืองในเรื่องแบบนี้ เป็นเพียงแค่ฉากแรกทางการเมือง....ยังมีอีกหลายฉากที่ฟ้าจะถูกดึงลงมาอีกเพียบ

          ประเทศไทย อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด...ครับ...สิ่งที่ทุกท่านไม่เคยเห็น ท่านก็จักได้เห็น สิ่งที่ท่านไม่เคยคิด จะทำให้ท่านได้คิด