royal coronation
วันที่ 25 สิงหาคม 2562
เรื่องเด่นฐานเศรษฐกิจ

ประเทศ(กู)มี ขาใหญ่ใช้ที่หลวงฟรี! รีดเงินแม่ค้าปีละ 140 ล้าน

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 - 20:59 น.
รีดเงิน,แม่ค้า,ขาใหญ่,สถานที่หลวง
Shares :
เปิดอ่าน 37,958 ครั้ง

ประเทศไทย(กู)มี ขาใหญ่ใช้ที่หลวงฟรี! รีดเงินแม่ค้าปีละ 140 ล้าน

คอลัมน์ทางออกนอกตำรา ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3442 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 7-9 ก.พ.2562 โดย... บากบั่น บุญเลิศ

 

 

ประเทศไทย(กู)มี

ขาใหญ่ใช้ที่หลวงฟรี!

รีดเงินแม่ค้าปีละ 140 ล้าน

 

          ตะลึง ตึง ตึง อื้ออึงไปทั้งพารา....

          สำหรับการยื้อยุด ฉุดกระชาก ลากกันต่อไป กรณีการเช่าที่ดินของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)ที่ เวนคืนมาจากชาวบ้านเกินมาร่วม 100 ไร่ ของเอกชนรายหนึ่งย่าน “เลียบด่วนรามอินทรา-เกษตรฯนวมินทร์” เพื่อทำลานจอดรถและสวนหย่อม แต่เอกชนนำมาทำตลาดนัดผิดกฎหมาย เก็บเงินจากพ่อค้าแม่ค้ารายวัน กินสตางค์ชาวบ้านฟรี แต่ไม่ยอมจ่ายเงินให้หลวงมายาวนาน โดยไม่มีใครทำอะไรได้แม้แต่น้อย

 

 

          ผมเปิดประเด็นและเกาะติดเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม 2561 แต่เชื่อหรือไม่จนบัดป่านนี้ตลาดนัดหัวมุมแห่งนี้ ที่มีคนไปจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าวันละ 5,000-10,000 คน เอกชนยังเปิดทำการค้าขายปกติ

          เอกชนเจ้าของสัญญาเช่ายังเก็บเงินพ่อค้าแม่ค้าปกติ แม้ว่าจะถูกสำนักงานเขตลาดพร้าวเพิกถอนใบอนุญาตตลาดนัดไปเนิ่นนาน และกทพ.คู่สัญญาก็ปักป้ายบอกเลิกสัญญาเช่ามาร่วมปี

          สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (สร.กทพ.)บอกว่า จากการตรวจสอบข้อมูลจากการทำการค้าขาย พบว่า บริษัท เนค เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ที่เช่าที่ดินจากการทางพิเศษฯ มีรายได้จากการเก็บค่าแผงเฉลี่ยวันละ 3.8-5 แสนบาท จากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่มาเช่าแผงขาย 800-1,000 ราย โดยเก็บค่าเช่าแผงรายวัน จันทร์-พฤหัสฯ 350-400 บาทต่อวัน

 

 

          วัน ศุกร์-อาทิตย์เก็บ 450-500 บาทต่อวัน รายเดือนคิดค่าเช่าอยู่ที่ 4,600 บาท ตามขนาดแผงค้า

          เดือนหนึ่งเอกชนรายนี้มีรายได้ประมาณ 12-13 ล้านบาท ปีละมากกว่า 140-150 ล้านบาท หักค่าใช้จ่ายต่างๆ ราวปีละ 38 ล้านบาท จ่ายค่าเช่าที่ต้องจ่ายให้กทพ. 17-18 ล้านบาท กำไรปีละกว่าเกือบ 100-120 ล้านบาท

          นี่ยังไม่คิดค่านํ้า ค่าไฟ ที่แพงกว่าอัตราปกติยูนิตละ 5 บาท ค่าจอดรถอีกเดือนละล้านบาทเศษ

          แต่เชื่อหรือไม่ เงินเหล่านี้ไม่เข้ารัฐ หรือ กทพ.ที่เป็นคู่สัญญาและเป็นเจ้าของที่ดินที่เวนคืนมาจากประชาชนเลย เป็นเวลาร่วม 3 ปีเศษแล้ว...ตะลึง ตึง ตึง มั้ยครับพี่น้องไทย

          ประเทศอื่นไม่รู้...มีหรือไม่...แต่ประเทศไทย (กู) มี

          สร. กทพ.ยังบอกเรื่องที่พิลึกพิลั่น อัศจรรย์ใจอย่างยิ่งอีกว่า...ถ้าผู้บริหารการทางพิเศษฯ ตาไม่มืดบอด น่าจะไปลองค้นหาสัญญาที่ทำไว้ให้ดี จะพบว่า เอกชนรายนี้คือ บริษัท เนค เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ทำผิดสัญญาการเช่ามาตั้งแต่ต้น แต่หน่วยงานของรัฐกลับปล่อยปละละเลย มองไม่รู้ 
ดูไม่เห็น...พิลึกจริงๆ ครับนายท่าน

          ผมไม่เชื่อว่า เป็นจริง...สหภาพฯ จึงนำสัญญาการเช่าที่ดินตามสัญญา ลงเลขที่ กทพ/ลพ/019/3เอ/2557 บริเวณเขตทางพิเศษสายฉลองรัช บริเวณถนนประดิษฐ์มนูญธรรมตัดถนนเกษตร-นวมินทร์ ด้านทิศใต้ฝั่งตะวันตก มาให้ดู พบว่า จริงด้วย...

          สัญญาดังกล่าวการทางพิเศษฯ ทำไว้กับผู้เช่า คือ บริษัท เนค เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด เนื้อที่กว่า 25 ไร่ เป็นเวลา 3 ปี (12 ม.ค. 57-11 มี.ค. 60) เพื่อทำธุรกิจจอดรถยนต์และจัดทำสวนหย่อม

          สัญญาระบุว่า ที่จอดรถยนต์ใช้ที่กว่า 11 ไร่ ค่าเช่า ตารางวาละ 164 บาท/เดือน ปีที่ 1 ค่าเช่า 7.4 แสนบาท/เดือน ปีที่ 2 และปีที่ 3 ขึ้นค่าเช่าเป็นตารางวาละ 172 บาท/เดือน รวมค่าเช่า 7.7 แสนบาท/เดือน

 

          สำหรับที่ดินเพื่อจัดทำสวนหย่อม 14 ไร่ เช่าตารางวาละ 30 บาท/เดือน ยาว 3 ปี ค่าเช่า 1.7 แสนบาท/เดือน

          แต่หากใครไปตรวจสอบที่ตลาดหัวมุม บริเวณที่การทางพิเศษฯ ให้บริษัทเนค เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ฯ เช่าพื้นที่มาทำธุรกิจจะพบว่า ไม่มีพื้นที่สวนหย่อมแม้แต่น้อย มีแต่พื้นที่ขายของตลาดนัดและพื้นที่จอดรถยนต์เท่านั้น

          สหภาพฯการทางพิเศษฯบอกว่า ตามสัญญาที่อ้าง 14 ไร่ ถ้าการทางพิเศษฯ ให้เช่าเพื่อทำธุรกิจจอดรถยนต์ทั้งหมด จะได้เงินไม่น้อยกว่าเดือนละ 9 แสนบาท ระยะเวลา 2-3 ปี 23-30 ล้านบาท

          จากตัวเลขดังกล่าวจะเห็นว่า การทางพิเศษฯต้องเสียประโยชน์จากค่าเช่า ที่ไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการเช่า เป็นจำนวนกว่า 28 ล้านบาท

          ที่พิลึกกว่านั้น ในสัญญาเช่าที่ดินเพื่อทำธุรกิจจอดรถยนต์ และจัดทำสวนหย่อม ยังระบุเงื่อนไขไว้อีกว่า หากพบว่า ผู้เช่าเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การเช่าที่มิใช่ทำธุรกิจ จอดรถยนต์ และจัดทำสวนหย่อม ผู้เช่าต้องส่งมอบคืนให้ผู้ให้เช่าภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับแจ้ง และต้องปรับปรุงพื้นที่ให้มีสภาพดังเดิมและออกค่าใช้จ่ายเอง โดยเรียกร้องค่าเสียหายไม่ได้ ...แต่เชื่อมั้ย ไม่มีการทำ

          พิลึกมากเข้าไปอีก เมื่อ “เสี่ยเต้ย-สุรงค์ บูลกุล” ประธานกรรมการ การทางพิเศษฯ ที่เพิ่งเข้าไปนั่งทำงานไม่นานออกมาบอกว่า ที่ประชุมได้มีมติอนุมัติให้กทพ. ดำเนินการฟ้องศาล ขับไล่ รื้อถอน และเรียกค่าเสียหายกับ บริษัท เนค เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ฯ เป็นเงินกว่า 50 ล้านบาท หลังจากที่กทพ. ได้แจ้งยกเลิกสัญญาเช่าตลาดหัวมุมบริเวณถนนเกษตรฯ-นวมินทร์ กับเอกชน ไปเมื่อปลายปี 2559 เพื่อนำพื้นที่ดังกล่าวไปก่อสร้างโครงการทางด่วนสายเหนือขั้นที่ 2 ตอน N2 ช่วงวงแหวนตะวันออก-เกษตรฯ แต่ยังพบว่าบริษัทดังกล่าวยังคงดำเนินการเปิดให้บริการตลาดนัดอยู่จนถึงปัจจุบัน หลังจากนี้จะนำเรื่องฟ้องศาลต่อไป

          บอร์ดการทางพิเศษฯ แจ้งยกเลิกไปตั้งแต่ปี 2559 หากยกมือมานับนิ้ว โป้ง ชี้ กลาง ก็ 3 ปีเข้าไปแล้ว ทำไม เอกชนรายนี้จึงทำธุรกิจตลาดหัวมุม เรียกเก็บค่าเช่าแผงรายวันจากพ่อค้าแม่ค้า โดยที่หน่วยงานรัฐทั้ง ตำรวจ เขตลาดพร้าว การทางพิเศษฯ ทำอะไรไม่ได้เลย...เคยเห็นกันมั้ย

 

          แล้วบริษัทนี้เป็นของใคร...ใหญ่ขนาดไหน เมื่อไปตรวจ สอบ บริษัท เนค เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด พบว่า จดทะเบียนตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2545 ทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ประเภทธุรกิจ โฆษณา ประชาสัมพันธ์ มี นางสาวเมตตา ปราบสุธา เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ และผู้ถือหุ้นใหญ่ และเป็นกรรมการผู้จัดการ ตลาดนัดหัวมุม เปิดให้เช่าพื้นที่รายวันและรายเดือนที่มีคนไปจับจ่ายใช้สอยกันคึกคักมายาวนาน

          เมตตา คนนี้ไม่ธรรมดา ขนาดว่าได้รับการคัดเลือกให้เข้าเรียนหลักสูตรใหญ่ “สกุล ว.” ที่หน่วยงานของรัฐจัดขึ้นเพื่อเป็นท่อต่อคอนเนกชัน เหนือกว่านั้นเธอเป็นคนใกล้ตัวของท่านนายพลคนดัง ที่เคยใหญ่ในการทางพิเศษฯเสียด้วยสิครับ

          ประเทศเราจะมีทางออกอย่างไรในเรื่องแบบนี้...กันดีขรั่บนายท่าน

Shares :
เปิดอ่าน 37,958 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ