ฮั้วเลือกตั้ง? พฤติกรรมน่าสงสัยของ "เพื่อไทย-ทษช.!"

ทันทีที่เปิดรับสมัครวันแรก ข้อเท็จจริงมันชวนสงสัย ที่ "กกต." มีหน้าที่ต้องหาความจริง

คอลัมน์ที่นี่ไม่มีความลับ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3442 หน้า 16 ระหว่างวันที่ 7-9 ก.พ.2562 โดย... เอราวัณ

 

ฮั้วเลือกตั้ง?

พฤติกรรมน่าสงสัยของ "เพื่อไทย-ทษช.!"

 

          แม้ว่าผู้บริหารของพรรคเพื่อไทย (พท.) และ ไทยรักษาชาติ (ทษช.=ทักษิณ ชินวัตร) จะออกมาปฏิเสธว่าการสมัคร ส.ส. ของพรรคที่หลบเขตกันระหว่าง ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย และพรรคไทยรักษาชาติ ที่กลายเป็นเรื่องความบังเอิญ (บนความจงใจ?) จะไม่ใช้การ “ฮั้ว” กันทางการเมือง แต่ทันทีที่เปิดรับสมัครวันแรก ข้อเท็จจริงมันชวนสงสัย ที่ “กกต.” มีหน้าที่ต้องหาความจริง

          มันจะเป็นความบังเอิญอะไรปานนั้น ที่เพื่อไทยส่งผู้สมัคร ส.ส. กทม. 22 เขต จาก 30 เขต ที่มีได้ โดยไม่ยอมส่ง 8 เขต คือ เขต 2, 3, 4, 20, 21, 22, 24 และเขต 25 โดยบังเอิญอีกว่าพรรคไทยรักษาชาติ ก็ส่งผู้สมัครในกทม.เพียง 8 เขตจาก 30 เขต และบังเอิญไปกันใหญ่ที่ 8 เขต ที่ไทยรักษาชาติส่งลงสมัคร เป็น 8 เขตที่เพื่อไทยไม่ส่งผู้สมัคร ทั้งที่หากดูคะแนนที่ผู้สมัครส.ส.เขตย้อนหลัง ทั้งในนามไทยรักไทย-พลังประชาชน หรือเพื่อไทยในครั้งที่ส่งผู้สมัคร จะได้คะแนนไม่ต่ำกว่าเขตละ 25,000 คะแนน

          เหตุไฉนเพื่อไทยถึงยอมทิ้ง 25,000 คะแนน เป็นอย่างน้อย ต่อเขตเลือกตั้งใน 8 เขต= 200,000 คะแนน ซึ่งหากคำนวณคะแนนที่จะนับเป็นส.ส.ในระบบเลือกตั้งใหม่นั้น 200,000 คะแนน จะได้ ส.ส.ร่วม 3 คน คนทำพรรคการเมืองไม่เสียดายคะแนนเหล่านี้หรือไร หรือเป็นเพราะคำสั่งจาก “แดนไกล” จึงเปิดทางให้ ทษช.=ทักษิณ ชินวัตร

          ในอีกหลายจังหวัดก็มีการส่งผู้สมัครที่หลบเขตกันระหว่างเพื่อไทย กับ ไทยรักษาชาติ เหตุผลที่ทั้ง ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ และ มิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค บอกว่าส่งเฉพาะที่มั่นใจ ไม่ได้ดูว่าพรรคอื่นส่งหรือไม่ส่งอย่างไร หากดูเผินๆ ก็ไม่น่าติดใจ แต่ถ้าดูเปรียบเทียบกันทุกเขตเลือกตั้งและดูรากเหง้าของการกำเนิดพรรคทั้ง 2 จะพบเห็นได้ว่าเป็นคนกลุ่มเดียวกัน ที่มี “คนแดนไกล” ชักใยอยู่ข้างหลัง

          จงอย่าเห็นคนไทยเป็นคนโง่ ไม่รู้เท่าทันและมองไม่ออกว่า การหลบเขตกัน นี่คือการ “ฮั้ว” กันทางการเมือง  คิดปั่นหัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งเล่นหรืออย่างไร ถ้าเช่นนั้นจะแยกพรรคไปทำไม หรือเพราะคิดผิดในตอนแยกพรรค จึงต้องแก้เกมใหม่เพื่อแก้ปัญหาภายในตัวเอง ส่วนประชาชนจะสับสนอย่างไรก็ชั่ง แม้กฎหมายเลือกตั้งหรือกฎหมายพรรคการเมือง จะเอื้อมมือไม่ถึงในการจัดการ “ฮั้ว” รูปแบบนี้ แต่เป็นหน้าที่ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่จะต้อง “สั่งสอน” พรรคการเมือง ที่คิด “เล่นตลก” กับประชาชนให้รู้สึกด้วยการพิพากษาในวันเลือกตั้ง