'ชวน หลีกภัย' กับบทบาทเสาหลักประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2561 ได้มีราชกิจจานุเบกษาประกาศให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย

ข้าพระบาท ทาสประชาชน หน้า 6 ฉบับ 3402 ระหว่างวันที่ 20-22 ก.ย.2561 โดย...ประพันธุ์ คูณมี

 

'ชวน หลีกภัย'  กับบทบาทเสาหลักประชาธิปไตย

‘ชวน หลีกภัย’

กับบทบาทเสาหลักประชาธิปไตย

            เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2561 ได้มีราชกิจจานุเบกษาประกาศให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย คือ 1. พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561  2.พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ซึ่งถือเป็นหลักไมล์สำคัญของการเมืองไทย ยุติปัญหาข้อสงสัยและความสับสนว่า จะมีการเลือกตั้งหรือไม่ โดยกฎหมายการได้ซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา ส่วนกฎหมายการได้มาซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจาฯ จึงเป็นที่แน่นอนว่าอีก 150 วัน จะมีการเลือกตั้ง ส.ส. การเลือกตั้งและการสรรหา ส.ว. ซึ่งจะต้องเดินหน้าไปตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้นก่อนทราบผลการเลือกตั้ง ส.ส.

            หลังมีประกาศราชกิจจาฯ ดังกล่าว คำสั่ง คสช.เรื่องให้คลายล็อกคำสั่งที่ 53/2560 เพื่อให้พรรคการเมืองต่างๆ ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ ก็ประกาศตามมา การประกาศและสร้างบรรยากาศทางการเมืองที่รัฐบาลและ คสช.ได้ดำเนินการมานั้น ย่อมทำให้พรรคการเมืองและประชาชนโดยทั่วไปมั่นใจว่า ประเทศกำลังเดินหน้าเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ความเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรคการเมืองต่างๆในช่วงนี้ จึงเป็นไปโดยความคึกคัก ปี่กลองการเมืองเริ่มดังขึ้นตามลำดับ การเข้าสู่อำนาจทางการเมือง ตามวิถีทางตามระบอบประชาธิปไตย โดยการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ กำลังจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากต้องถูกเว้นวรรคด้วยอำนาจรัฐประหาร ที่ยึดอำนาจไว้ยาวนานเกือบ 5 ปี การกลับเข้าสู่บรรยากาศความเป็นประชาธิปไตย จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนรอคอยด้วยความอดทน

             อย่างไรก็ดี แม้ประเทศกำลังจะเข้าสู่การเลือกตั้ง กลับสู่ระบอบประชาธิปไตย ของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน แต่ผู้คนทั้งหลายที่มีบทเรียนอันเลวร้ายในอดีต กับพฤติกรรมของนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ทำให้ประชาชนต่างหวั่นวิตก ไม่มั่นใจว่าเมื่อบ้านเมืองกลับสู่การเลือกตั้งแล้ว ประเทศจะมีความเป็นประชาธิปไตยโดยแท้จริงหรือไม่ หรือจะกลับเข้าสู่วังวนแห่งความวิกฤติซํ้าซากอีกหน จะเป็นการหนีจากเหลือบฝูงหนึ่งกลับไปสู่เหลือบฝูงเก่า วนเวียนซํ้าซากเช่นนี้ต่อไปไม่รู้จบหรือไม่           

          เมื่อพิจารณากลุ่มและพรรคการเมือง ที่กำลังมีบทบาทในการเข้าชิงอำนาจกันในครั้งนี้ ปรากฏ ภาพความชัดเจนขึ้นโดยลำดับว่า การเมืองการเลือกตั้งจะเป็นการต่อสู้กันระหว่างฝ่ายพรรค การเมืองที่หนุน คสช.เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สืบทอดอำนาจต่อไป โดยใช้รูปแบบมาจากการเลือกตั้ง ภายใต้กฎหมายและรัฐธรรมนูญเท่านั้น

            กับอีกฝ่ายหนึ่งคือ พรรค การเมืองที่ไม่เอา คสช. ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งพรรคการเมืองทั้งหลายที่เปิดหน้าออกมาขณะนี้ ยังเป็นพวกหน้าเก่าๆ ที่ประชาชนเอือมระอา และเคยทำให้บ้านเมืองเสียหายมาแล้ว ส่วนพวกหน้าใหม่ก็ยังอ่อนแอ ไม่เข้มแข็งพอ ไม่มีใครที่โดดเด่นหรือมีบารมีความเป็นผู้นำทางการเมือง ที่มีศักดิ์ศรีพอที่จะเป็นธงนำหรือเป็นความหวังให้ประชาชนเชื่อมั่นเชื่อถือได้ว่า เมื่อมีอำนาจแล้วจะยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย และบริหารบ้านเมืองด้วยความซื่อสัตย์สุจริต สามารถที่จะบริหารบ้านเมืองได้ดีกว่าฝ่าย คสช. และสามารถสร้างความสามัคคีในหมู่ประชาชน และพลังฝ่ายประชาธิปไตยได้

            จึงมีเสียงจากหลายฝ่าย เสนอให้พลังฝ่ายประชาธิปไตยรวมพลัง สามัคคีกัน เพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตย ป้องกันปัญหาวิกฤติของบ้านเมืองที่อาจเกิดขึ้น จากการสืบทอดอำนาจของ คสช.เหมือนเหตุการณ์ในอดีต เช่น กรณีพฤษภาทมิฬ ในปี 2535 แต่ก็ยังมองไม่เห็นว่าฝ่ายประชาธิปไตย จะมีใครเป็นผู้นำที่มีบารมีมากพอที่จะทำให้ทุกฝ่ายยอมรับได้             

          เมื่อมองไปทั้งแผ่นดิน เอกซเรย์ส่องดูภูมิหลัง เกียรติประวัติความรู้ ประสบการณ์ จุดยืนและวิถีทางการเมืองการต่อสู้กับอำนาจเผด็จการหรือความไม่ถูกต้องในอดีต การครองตนและการปฏับัติตัว ตลอดระยะเวลาบนเส้นทางการเมืองอันยาวนานของบุคคลท่านหนึ่ง ซึ่งมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ได้รับการยอมรับนับถือจากทุกฝ่าย ทั้งในและต่างประเทศแล้ว ผู้เขียนเชื่อว่าในปีกฝ่ายพลังประชาธิปไตย คงมีเพียง นายชวน หลีกภัย นักการเมืองอาวุโส อดีตส.ส.หลายสิบสมัยต่อเนื่องกัน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง และอดีตนายกรัฐมนตรีถึง 2 สมัย เพียงท่านนี้เท่านั้น ที่เห็นได้ว่าน่าจะเป็นเสาหลักให้กับระบอบประชาธิปไตย และเป็นธงนำผืนใหญ่ให้กับประชาชนผู้รักประชาธิปไตยได้

            แต่ปัญหาก็ติดอยู่ที่ตัวท่านว่า จะแสดงบทบาทและมีจุดยืนอย่างไร ภายใต้สถานการณ์บ้านเมืองเช่นนี้ ซึ่งถ้าหากยึดมั่นในระบอบรัฐสภา เชื่อมั่นประชาชน ดั่งคำขวัญและอุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์แล้ว ท่านชวน จำเป็นต้องแสดงบทบาท แสดงภาวะความเป็นผู้นำภายใต้สถานการณ์บ้านเมืองเช่นนี้ มากกว่าการเก็บตัวหรือวางเฉยโดยมิได้แสดงท่าทีหรือบทบาทอันควรต่อปัญหาบ้านเมือง โดยรอเพียงว่าเมื่อไหร่จะมีเลือกตั้ง

            ผมจึงอยากเห็น นายชวน หลีกภัย ออกมายืนนำหน้าประชาชนและพลังฝ่ายประชาธิปไตยครับ เพราะมีเพียงผู้มีบารมีทางการเมือง ที่ใสสะอาดอย่างท่านเท่านั้น ที่จะอยู่ในฐานะที่จะเป็นธงนำแก่ประชาชนได้ คนอื่นๆ ยังมิอาจจุดประกายความหวัง สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนได้ หากประชาชนและพลังฝ่ายประชาธิปไตยไม่สามัคคีกัน โดยเคารพหลักการและการทำงานร่วมกัน ตามระบอบประชาธิปไตย ภายใต้การนำที่ถูกต้อง มีผู้นำประชาธิปไตยที่เข้มแข็งแล้ว ย่อมไม่อาจปกป้องและรักษาระบอบประชาธิปไตย อย่างที่ทุกคนคาดหวังไว้ได้

            เมื่อพลังฝ่ายประชาธิปไตยสามัคคีกันไม่ได้ ก็อย่าตีโพยตีพายเมื่ออำนาจทหาร กินรวบทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เท่าที่มีอยู่ให้กับประชาชน ท่ามกลางการเมืองเก่าที่ไม่เปลี่ยนแปลง อย่างที่เห็นและเป็นอยู่ ด้วยความขยันออกพบปะประชาชน แก้ปัญหาและเอาใจใส่คนทุกข์ยาก หากประชาชนเทใจมอบฉันทานุมัติ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ บริหารประเทศต่อไป ผ่านกระบวนการเลือกตั้ง ย่อมเป็นความชอบธรรมที่ใครๆ ก็ยากจะปฏิเสธการอำนาจบริหารนั้นได้