'นาโอมิ โอซากะ'  ชัยชนะของคนเอเชีย

ชัยชนะของ นาโอมิ โอซากะ ได้ปลุกพลังความหวังและความเชื่อมั่นของคนเอเชียให้เห็นถึงศักยภาพและพลังที่ซ่อนแฝงได้ไม่น้อย

ข้าพระบาท ทาสประชาชน ฉบับ 3400 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 13-15 ก.ย.2561 โดย...ประพันธุ์ คูณมี

 

 

วันนี้ขอแสดงความยินดีและภาคภูมิใจกับชัยชนะของเธอ นาโอมิ โอซากะ (Naomi Osaka) สาวน้อยนักเทนนิสหญิงวัย 20 ปี สายเลือดผสมญี่ปุ่น-เฮติ ที่สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ ด้วยการล้มแชมป์เก่า เซเรนา วิลเลียมส์ นักเทนนิสหญิงชาวอเมริกัน ผงาดขึ้นคว้าแชมป์ในรายการการแข่งขันเทนนิส แกรนด์ สแลม ยูเอส โอเพ่น มาครองได้สำเร็จ ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ที่มหานครนิวยอร์ก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้เธอกลายเป็นนักเทนนิสญี่ปุ่นคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่สามารถคว้าแชมป์เทนนิสมาสเตอร์ หนึ่งในรายการแกรนด์สแลมได้เป็นผลสำเร็จ อันเป็นการสร้างประวัติศาสตร์แก่ประเทศญี่ปุ่น สร้างขวัญและปลุกปลอบให้กำลังใจแก่ประชาชนญี่ปุ่นในประเทศ ในยามที่กำลังประสบภัยพิบัติร้ายแรง

 

            ชัยชนะครั้งนี้ นอกจากทำให้เธอได้รับเงินรางวัลถึง 3.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 125.4 ล้านบาทแล้ว ยังสร้างชื่อเสียงให้เธอโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก สร้างความภาคภูมิใจมาสู่เพื่อนร่วมชาติอีกด้วย

             พลันที่ข่าวแห่งชัยชนะของเธอแพร่สะพัดออกไป เรื่องราวชีวิตของเธอจากที่ไม่มีใครๆ รู้จักมากนัก ก็ถูกเปิดเผยในสื่อทุกสำนัก เธอมีคุณพ่อเป็นชาวเฮติคุณแม่เป็นชาวญี่ปุ่น ทั้ง 2 พบรักและแต่งงานกันที่ญี่ปุ่น โดยเธอและพี่สาวเกิดที่เมืองโอซากา จนเมื่อเธออายุได้ 3 ขวบ ครอบครัวจึงย้ายมาตั้งถิ่นฐานที่เมืองฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เธอจึงเติบโตและฝึกเล่นเทนนิสที่นั่น พัฒนาตนเองด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ก้าวจากมือสมัครเล่นจนขึ้นสู่ความเป็นนักเทนนิสอาชีพ โดยถือเอา เซเรนา วิลเลียมส์ นักเทนนิสหญิงชาวอเมริกัน คนที่เธอเอาชนะมาได้ในรอบชิงยูเอสโอเพ่น เป็นนักเทนนิสไอดอลของเธอ และเป็นแรงบันดาลใจให้เธอก้าวมาสู่ความเป็นสุดยอดนักเทนนิสโลก ตามความฝันในวัยเด็ก

 

 'นาโอมิ โอซากะ'  ชัยชนะของคนเอเชีย

          

           นาโอมิ โอซากะ ยังมีญาติพี่น้องและคุณปู่อยู่อาศัยที่เกาะฮอกไกโดในญี่ปุ่น จึงกล่าวได้ว่าเธอคือเลือดเนื้อเชื้อไขของชาวเอเชียโดยแท้ แต่เพราะมีคุณพ่อเป็นชาวเฮติ เธอจึงเป็นผู้หญิงเอเชียผิวสี มิได้แตกต่างจากเซเรนา วิลเลียมส์ นักเทนนิสที่เป็นแชมป์รายการแกรนด์ สแลมมาแล้วหลายสมัย การที่โอซากะ สามารถเอาชนะเซเรนา ในรายการเทนนิสที่ยิ่งใหญ่นี้ได้ จึงมิใช่เพียงเป็นชัยชนะของชาวญี่ปุ่นเท่านั้น หากแต่เป็นชัยชนะของคนเอเชียทั้งมวลด้วย เพราะเทนนิสเป็นเกมกีฬาของคนอเมริกาและยุโรป ที่มีมานานนับร้อยๆ ปี นักเทนนิสที่ครองแชมป์มาสเตอร์ ส่วนใหญ่ก็ล้วนแต่เป็นคนยุโรปหรือไม่ก็อเมริกาแทบทั้งสิ้น

            แต่มาถึงโลกยุคปัจจุบัน ยุคที่วิทยาการและการเรียนรู้ของผู้คนก้าวทันกับเกมกีฬาที่เคยผูกขาดชัยชนะ แต่คนยุโรปและอเมริกา กำลังถูกท้าทายโดยคนเอเชียมากยิ่งขึ้นในทุกสนามแข่งขัน รวมถึงเกมกอล์ฟด้วยก็เช่นกัน คนเอเชียกำลังก้าวเข้าสู่ความเป็นหนึ่งในเกมกีฬาระดับโลกมากยิ่งขึ้นโดยลำดับ ซึ่งก่อนโอซากะ จะคว้าแชมป์ยูเอสโอเพ่น ก็เคยมีนักเทนนิสหญิงชาวจีน คือ หลี่ นา คว้าแชมป์เฟรนช์โอเพ่น อันเป็นหนึ่งในรายการเทนนิสแกรนด์สแลม บนคอร์ตดิน ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส มาแล้วเมื่อ วันที่ 4 มิถุนายน 2554 ซึ่งถือเป็นคนเอเชียคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้แชมป์ประเภทเดี่ยวของรายการแกรนด์สแลม นี่ยังไม่นับรวมอังเดร อากัสซี นักเทนนิสชายเชื้อสายอิหร่าน และไมเคิล ชาง นักเทนนิสชายเชื้อสายจีน ซึ่งเคยคว้าแชมป์ในรายการแกรนด์สแลม นับไม่ถ้วนมาก่อน

            จากผลงานอันยอดเยี่ยมของคนเอเชีย ที่มีชัยชนะในทางกีฬาระดับโลกเหนือยุโรป อเมริกาที่มากขึ้นๆ โดยลำดับ ทำให้เห็นว่า โลกเอเชีย คนเอเชีย กำลังพัฒนาก้าวหน้าหายใจรดต้นคอยุโรปและอเมริกา จนอาจกล่าวได้ว่ายืนผงาดทาบรัศมีกันได้โดยไม่อายโลกตะวันตกอีกต่อไป

            กล่าวถึงโลกในทางเศรษฐกิจ ในระยะเวลาอีกไม่นานอย่างน้อยไม่เกิน 5 ปี เอเชียอาจก้าวขึ้นเป็นประเทศเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลก แซงหน้ายุโรปอเมริกาค่อนข้างแน่นอน นั่นก็คือขนาดทางเศรษฐกิจของจีน ซึ่งขณะนี้อยู่ในอันดับ 2 โดยมีญี่ปุ่นตามมาเป็นอันดับ 3

            ชัยชนะและแรงบันดาลใจจากกรณีของ นาโอมิ โอซากะ ที่มีชัยชนะเหนือการแข่งขันกับเซเรนา วิลเลียมส์ ได้ให้มุมมองและภาพสะท้อนในหลายมิติแก่คนเอเชีย โดยเฉพาะภาพเหตุการณ์วุ่นๆ ในเกมการแข่งขัน อันเกิดจากความหัวร้อนและไม่ยอมรับกติกาของเซเรนา ผู้พ่าย เพียงแค่ถูกกรรมการเตือนเรื่องทำผิดกติกา ซึ่งก็เป็นการทำหน้าที่ตามปกติของกรรมการผู้ตัดสิน แต่ เซเรนา กลับไม่ยอมรับและมีอารมณ์จนเกินงาม เถียงกรรมการไม่เลิกแม้ถูกเตือนซํ้า จนออกอาการหัวฟัดหัวเหวี่ยง ระบายอารมณ์ ทุบทำลายไม้เทนนิสจนหักพังคามือ ต่อหน้าผู้ชมทั่วโลกที่ชมการถ่ายทอดและในสนาม เธอไม่ยอมหยุด           

กระทั่งด่าทอโต้เถียงกับกรรมการไม่เลิก ถึงขั้นชี้หน้าด่าแบบไม่ให้ความเคารพ ถึงขั้นใช้คำพูดไม่เหมาะสม จนถูกกรรมการผู้ตัดสินลงโทษตัดแต้มและพ่ายไปในที่สุด ซึ่งตามรูปเกมแม้แข่งขันด้วยฝีมือ ก็ยากที่จะเอาชนะโอซากะได้ ด้วยความที่เธอเล่นดีและมีฝีมือที่ไม่ด้อยกว่าเซเรนาในทุกรูปแบบ โดยก่อนหน้านี้ทั้ง 2 เคยพบกันในรายการอื่น เซเรนา ก็แพ้ โอซากะ มาแล้ว

            ทำให้เห็นเป็นอุทาหรณ์ว่า บัดนี้ อเมริกาที่เคยเป็นที่หนึ่ง ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใครในโลกนี้ กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่จากเอเชีย และกำลังจะต้องตกอยู่ในความพ่ายแพ้เอเชียที่พวกเขาเคยเอาชนะ หรือข่มขี่มาก่อน จึงอาจทำใจยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ อาการหัวฟัดหัวเหวี่ยงของ เซเรนา วิลเลียมส์ ในเกมเทนนิส ช่างไม่ต่างอะไรเลยกับอาการของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในเวทีโลก ที่กำลังเล่นเกมมหาอำนาจ อาละวาดชาวโลกและหาทางเล่นงานจีนอยู่ในขณะนี้ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับอาการของเซเรนา ในวันที่พ่ายแพ้ โอซากะ เลยแม้แต่น้อย

             ชัยชนะของ นาโอมิ โอซากะ ได้ปลุกพลังความหวังและความเชื่อมั่นของคนเอเชียให้เห็นถึงศักยภาพและพลังที่ซ่อนแฝงได้ไม่น้อย คนเอเชียและมนุษยชาติทั้งหลายในโลกนี้ ล้วนสามารถทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ทั้งสิ้น กล่าวสำหรับประชาชนชาวญี่ปุ่น ชัยชนะของเธอนาโอมิ โอซากะ คงจะได้เยียวยาและให้กำลังใจชาวญี่ปุ่นที่กำลังประสบวาตภัยร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ให้มีกำลังใจก้าวเดินสู้ชีวิต ฝ่าฟันเอาชนะความยากลำบากทั้งปวง ให้ผ่านพ้นไปด้วยดีต่อไป ชัยชนะของโอซากะ จึงเป็นชัยชนะของคนญี่ปุ่นและคนเอเชียร่วมกัน