นายกฯในโพลล์ ไม่ใช่นายกฯจริง "ลุงตู่"ระวังโพลล์ลวง!

นายกฯในโพลล์ ไม่ใช่นายกฯจริง "ลุงตู่"ระวังโพลล์ลวง!

ที่นี่ไม่มีความลับ ฉบับ 3400 หน้า 16 ระหว่างวันที่ 13-15 ก.ย.2561 โดย...เอราวัณ

นายกฯในโพลล์ ไม่ใช่นายกฯจริง "ลุงตู่"ระวังโพลล์ลวง!

 

นายกฯในโพลล์

ไม่ใช่นายกฯจริง

“ลุงตู่”ระวังโพลล์ลวง!

ผลสำรวจประชามติ ล่าสุดของสวนดุสิตโพล ที่ ลุงตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ หัวหน้าคสช. มีคะแนนนิยมเป็นอันดับ 1 ในผลสำรวจ ที่ถามว่าอยากได้ใครเป็นนายกฯ หลังการเลือกตั้ง ด้วยสัดส่วน 24.72% ตามมาด้วย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในสัดส่วน 17.57% และ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นอันดับ 3 ในสัดส่วน 16.53% ดูเผินๆ เหมือนน่ายินดีกับผลสำรวจชิ้นนี้สำหรับลุงตู่  ที่คนจะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ อีกคำรบหนึ่ง และอาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจกระโดดลงมา รับการเสนอชื่อในบัญชีนายกฯ ของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง (พลังประชารัฐ เป็นไปได้มากสุด)          

   แต่ดูให้ถ้วนถี่ จะพบว่าการสำรวจนี้เกิดขึ้นในภาวะที่ “คนอื่น” ไม่สามารถเคลื่อนไหวทางการเมือง (หาเสียง) ได้ ขณะที่ตัว พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลคสช. มีการเคลื่อนไหว (หาเสียง จะจงใจหรือไม่ก็ตาม) มากว่า 4 ปี แต่คะแนนไม่ได้ทิ้งห่างตัวแทนจากพรรคการเมืองมากสักเท่าใดนัก อนุมานได้ว่าเมื่อมีการปลดล็อกและหาเสียงทางการเมืองได้ คาดว่าเสียงตอบรับของพรรคการเมืองจะทะยานขึ้น อีกประเด็นหนึ่ง หลายๆ ประเทศ ผลการเลือกตั้งและลงประชามติ ได้หักผลสำรวจโพลล์ (คนหลอกโพลล์) มาแล้ว อย่างน้อย 2 มหาอำนาจที่เชื่อว่าโพลล์แม่นยำที่สุดในโลก                   

   ในเดือนมิถุนายน 2016 (2559) ผลการลงประชามติ แยกสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ออกมาสวนทางผลสำรวจทั้งหลายที่ยังคงให้อังกฤษ อยู่กับสหภาพยุโรป แต่ผลที่แท้จริงประชามติให้แยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) หรือกรณีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งโพลล์คะแนนนิยม ฮิลลารี คลินตัน นำ โดนัลด์ ทรัมป์ มาโดยตลอด แต่ผลเลือกตั้งออกมา โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะ ฮิลลารี แบบไม่น่าเชื่อกันทั้งโลก

ยก 2 เหตุการณ์สำคัญของโลกมาเพื่อสะท้อนให้ ลุงตู่-พล.อ.ประยุทธ์ ต้องคิดให้รอบคอบ มากกว่าเชื่อโพลล์ ส่วนกลิ่นอายการเมือง จะเย้ายวนแค่ไหน เป็นเรื่องที่ลุงตู่ต้องตัดสินใจเองและต้องรับผลกับการตัดสินใจที่จะเกิดขึ้นนั้นด้วย              

   ส่วนการที่ 2 พรรคการเมืองใหญ่ “เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์” เป็นแนวร่วมมุมกลับ เรียกร้องให้เร่งปลดล็อก เดี๋ยวเตรียมหาเสียงไม่ทันการณ์ พูดกันภาษาชาวบ้าน “จะเอาอะไรอีก” ในเมื่อทั้ง กกต.และรัฐบาลประสานเสียงกำหนดวันเลือกตั้ง เป็นวันที่ 24  กุมภาพันธ์ 2562 แล้ว กระบวนการในการปลดล็อกเป็นขั้นเป็นตอนรอผลปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมาย จะอ้างว่าทำไม่ทัน ก็อ้างไป ปกติเวลายุบสภา เขาเลือกตั้งภายใน 45 วันยังเตรียมตัวกันทัน นี่รู้วันเลือกตั้งกันล่วงหน้าครึ่งปีแล้วบอกว่าไม่ทัน          

   “อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่” คือต้องการเคลื่อนไหวเร็ว ปลดล็อกเมื่อไหร่ 2 พรรคใหญ่ ไล่ “ขย้ำ” ลุงตู่และคสช.ชนิดไม่ให้ตั้งตัว เพราะต้องการลดคะแนนนิยมที่ลุงตู่มี ซึ่งได้สะสมมากว่า 4 ปี

   ฉะนั้นเดินหน้าตามโรดแมป เดิมตามระยะเวลาที่นำไปสู่การเลือกตั้งวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 อย่าไปฟังนักการเมือง ที่มีปากไว้แค่ “พูด” และไม่ต้องขู่แบบ วิษณุ เครืองาม ที่บอกว่าถ้าอยากได้ระยะเวลานานในการหาเสียงให้ไปเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2562 เพราะยิ่งเลื่อนเวลา ยิ่งเป็นประเด็นให้ 2 พรรคใหญ่ไล่ “ขยี้” โดยไม่มีประโยชน์