หนี้เน่าหมื่นล้านEarthกับแผนปล้นแบงก์กรุงไทยและผู้พิพากษาพ.

แผนร้ายสุดซับซ้อนนี้ ลำพังมันสมองของครอบครัว "พิหเคนทร์" และ "ขจรพงศ์ คำดี" คงคิดเองไม่ได้... หากไม่ใช่สายสนคนในที่รู้กระบวนการฟื้นฟูกิจการอย่างดีแล้วจะเป็นใคร?

มารยาตลาดหุ้น ฉบับ 3399 หน้า 17 ระหว่างวันที่ 9- 12 ก.ย.2561

 

   ก่อนหน้านี้เมื่อธันวาคม 2560 “ธนาคารกรุงไทย” ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)ให้ลุยสอบปมการปลอมใบขนถ่านหินนำเข้าจากอินโดนีเซียของ “บมจ.เอ็นเนอร์ยี่  เอิร์ธ” หรือ Earthที่ใช้เป็นหลักฐานการกู้เงินหลายพันล้าน จนภายหลังเป็นเหตุให้ผิดนัดชำระหนี้หลักหมื่นล้านบาท และเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ

 

   โดยกลุ่มกรรมการที่ถูกกล่าวหาประกอบด้วย 1.นายพิสุทธิ์ พิหเคนทร์ อดีตประธานบริษัท 2.นายขจรพงศ์ คำดี อดีตผู้บริหาร 3.นายพิรุฬห์ พิหเคนทร์ 4.นายพิพรรธ พิหเคนทร์ 5.นายพิบูล พิหเคนทร์...เรียกได้ว่าโดนกันตั้งแต่ “พ่อถึงลูก” ตั้งแต่ระดับประธานกรรมการบริษัทถึงระดับผู้บริหาร

   ส่วนกลุ่มผู้บริหารธนาคารที่ปล่อยกู้ในสมัยนั้นก็หาใช่ใคร คือ “นายโจ้-กิตติพันธ์อนุตรโสตถิ” อดีตรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจขนาดใหญ่และ “นายต่อ-วรภัค ธันยาวงษ์อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ซึ่งปัจจุบันลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคมอย่างไม่สะทกสะท้านกับความเสียหายที่เกิดขึ้น

   ต่อมาวันที่ 13 มิถุนายน 2561 ก.ล.ต.ได้กล่าวโทษต่อกลุ่มกรรมการ Earthกลุ่มนี้อีกครั้งต่อDSIกรณีลงข้อความเท็จหรือไม่ลงข้อความสำคัญในรายละเอียดเกี่ยวกับหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจำนวน 2.6 หมื่นล้านบาท เพื่อลวงไม่ให้ผู้ลงทุนและเจ้าหนี้รู้รายละเอียดที่แท้จริงของหนี้สิน

   แปลความง่ายๆ คือ กลุ่มครอบครัว “พิหเคนทร์” และ “ขจรพงศ์ คำดี” ได้สร้างวีรกรรมทำเอกสารเท็จในการกู้ “ธนาคารกรุงไทย” และเบี้ยวหนี้ จนต่อมาพอเรื่องจะแดงจึงหาทางกลบเกลื่อนหลักฐานโดยสร้างหนี้เทียมขึ้นมาพรวดเดียว2.6 หมื่นล้านบาท เพื่อทำให้ทรัพย์สินน้อยกว่าหนี้สินจนเป็นเหตุให้เข้าแผนฟื้นฟูในที่สุด!!

   การเข้าแผนฟื้นฟูเปรียบดั่งการอาศัยอำนาจศาลล้มละลายในการเข้าสู่สภาวะ Stand Still... หรือการหยุดการรุกรานของเจ้าหนี้

   แผนร้ายสุดซับซ้อนนี้ ลำพังมันสมองของครอบครัว “พิหเคนทร์” และ “ขจรพงศ์ คำดี” คงคิดเองไม่ได้... หากไม่ใช่สายสนคนในที่รู้กระบวนการฟื้นฟูกิจการอย่างดีแล้วจะเป็นใคร?!

   ในช่วงเดือนมิถุนายน 2560 ภายหลังจากที่ EARTH ได้เริ่มสู่กระบวนการเบี้ยวจ่ายหนี้ตั๋ว B/E ก็มีผู้แนะนำให้ “ขจรพงศ์” รู้จักกับผู้กว้างขวางแห่งวงการศาลล้มละลาย “ผู้พิพากษา พ.”

  “ผู้พิพากษา พ.” ได้แวะเวียนไปหา “ครอบครัวพิหเคนทร์” และ “ขจรพงศ์” อย่างต่อเนื่องทั้งที่ office ของ EARTH อาคารไทยซีซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 12 ที่คอนโดฯของผู้พากษารายนี้ย่านซอยเย็นอากาศ ที่ร้านขายชา โรงแรมสุโขทัย ย่านสาทร

  “ผู้พิพากษา พ.” รายนี้คือกุนซือผู้คิดแผนอุกฉกรรจ์ในการปล้นรัฐวิสาหกิจครั้งนี้ ร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐบางราย เขาคนนี้คือผู้กว้างขวางแห่งศาลล้มละลาย เขาคนนี้คือผู้ที่(ล่าสุด)มีคลิปฉาวนั่งพับเพียบแบล็กเมล์เด็กสาวให้กลับมาคืนดี...

เขาคนนี้คือผู้ที่ใช้ชื่อลูกสาวรับผลประโยชน์ซึ่งเป็นทั้งหุ้นและคอนโดฯจากหลายบริษัทมหาชน

เขาคนนี้คือผู้ที่ทำลายเกียรติแห่งสถาบันตุลาการ

   ส่วนผลประโยชน์ที่ “ผู้พิพากษา พ.” รายนี้จะได้รับจากแก๊งโจรใส่สูตคือส่วนแบ่ง 30-40% จากการปล้นครั้งนี้ โดย “ผู้พิพากษา พ.” จะเป็นผู้ประสานงานกับทุกภาคส่วนยกเว้น ก.ล.ต. และ DSI เพื่อให้ทุกอย่างบรรลุตามเป้าหมาย

  “ธนาคารกรุงไทย” คือ รัฐวิสาหกิจ คือ สมบัติของคนในชาติ น่าเสียใจยิ่งที่มีผู้พิพากษาร่วมขบวนการปล้นธนาคารรัฐครั้งนี้ เพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของคนกลุ่มเดียวโดยไม่ยำเกรงต่อเวรกรรมและบาปบุญคุณโทษที่กระทำต่อแผ่นดินเกิด!!

โปรดติดตามต่อฉบับหน้า..................................