​​​​​​​พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษคนไทย5แผ่นดิน

ดังนั้น หากจะมีนายทหารท่านใด คิดหรือหวังที่จะเดินตามรอยและเอาแบบอย่าง พล.อ.เปรม ก็ควรจะได้ตระหนักและพึงระลึกด้วยว่า ท่านต้องเป็นด้วยชีวิตจิตวิญญาณ

​​​​​​​พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษคนไทย5แผ่นดิน

ข้าพระบาท ทาสประชาชน ฉบับ 3396 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 30 ส.ค.-1 ก.ย.2561 โดย...ประพันธุ์ คูณมี

                ครบรอบวันคล้ายวันเกิดของ ฯพณฯ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายทหารผู้มีเกียรติประวัติอันสูงส่งยิ่ง ท่านเกิดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2463 ถึงวันนี้ก็มีอายุครบ 98 ปี ย่างเข้าสู่ปีที่ 99 แล้ว แต่ยังมีสุขภาพและพลานามัยแข็งแรงเกินกว่าวัย การปรากฏตัวเดินเหินอย่างสง่างาม ลำตัวยืดตรงเยี่ยงชายชาติทหาร เดินยิ้มแย้มทักทายผู้คน ด้วยความมีสติปัญญาและอารมณ์ที่แจ่มใส ในการทำบุญคล้ายวันครบรอบวันเกิด และเข้ากราบสักการะสมเด็จพระสังฆราช ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามฯ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม เวลา 11.00 น. พร้อมบรรดาญาติมิตร คนสนิท และอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ได้สร้างความปีติยินดีแก่ประชาชน ผู้ที่เคารพรักนับถือเป็นอย่างยิ่ง ทั้งเป็นการสยบและดับกระแสข่าวลือจากผู้ไม่ปรารถนาดี ที่พยายามสร้างข่าวให้คนในสังคมเข้าใจผิดเกี่ยวกับสุขภาพของท่านต้องเงียบลงโดยสนิท

                พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายทหารแห่งกองทัพบก ที่เกิดในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งทรงมีพระชนมชีพและทรงครองราชย์ อยู่ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่่ 1 มกราคม 2423-26 พฤศจิกายน 2468 นับถึงปัจจุบัน พล.อ.เปรม จึงเป็นคนไทยเพียงหนึ่งเดียวที่ยังอยู่ในราชการ รับใช้ประเทศชาติ ทดแทนคุณแผ่นดินนับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 จนถึงรัชกาลที่ 10 รวมถึง 5 รัชกาล ท่านจึงเป็นคนไทย 5 แผ่นดินโดยแท้จริง ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าน่าจะมีคนไทยเพียงคนเดียวในแผ่นดิน ที่อยู่ในราชการและยังมีชีวิตอยู่

                ในตำแหน่งหน้าที่ทางราชการ พล.อ.เปรม นอกจากจะได้ดำรงตำแหน่งสูงสุดในทางทหารโดยเป็นผู้บัญชาการทหารบก ที่มีผลงานโดดเด่นยอดเยี่ยมในการสู้รบ และปกป้องประเทศชาติจากภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศแล้ว ท่านยังได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญสูงสุดเช่นกัน โดยเป็น นายกรัฐมนตรี บริหารประเทศชาติบ้านเมืองต่อเนื่องยาวนานถึง 8 ปีเศษ โดยเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาวิกฤติ จนต้องขอความช่วยเหลือจากไอเอ็มเอฟ ต้องปิดไฟฟ้าแต่หัวคํ่า ปันส่วนนํ้าตาล โดยรัฐบาลขณะนั้นต้องมีมาตรการประหยัด และรณรงค์ให้อุดหนุนใช้สินค้าไทย

                ขณะที่ภายในและภายนอกประเทศรอบบ้าน ก็เต็มไปด้วยภัยสงครามความขัดแย้งที่ต้องต่อสู้กันด้วยอาวุธ ที่มาพร้อมกับภัยคุกคามจากลัทธิคอมมิวนิสต์ ที่กำลังแผ่อิทธิพลเข้ามาในภูมิภาคอินโดจีน และเอเชีย โดยมีเป้าหมายมายังไทยเป็นประเทศต่อไป ภายหลังสหรัฐอเมริกาพ่ายแพ้ในสงครามเวียดนาม แต่ท่านก็แก้ไขปัญหาเหล่านั้นลุล่วงผ่านพ้นมาด้วยดี ได้รับผลสำเร็จในทุกๆ ด้าน ไฟสงครามสงบลง เศรษฐกิจก้าวสู่ยุคโชติช่วงชัชวาล ฐานะการเงินการคลังของประเทศเข้มแข็งมั่นคง ภายใต้การเมืองที่เป็นประชาธิปไตย               

เมื่อเห็นว่าตนอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นเวลาพอสมควร และได้แก้ไขปัญหาบ้านเมืองจนเข้าสู่ภาวะปกติดีแล้ว ท่านก็ได้ตัดสินใจลงจากอำนาจสละตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่งอำนาจต่อให้กับพรรคการเมืองทั้งหลาย ดูแลบ้านเมืองตามระบอบประชาธิปไตยต่อไป แม้กลุ่มและพรรคการเมืองต่างๆ ขอร้องให้ท่านดำรงตำแหน่งอีกสมัยก็ตาม พล.อ.เปรม ได้ประกาศวาทกรรมที่ยิ่งใหญ่ อันเป็นที่จดจำตราบเท่าทุกวันนี้ว่า “ป๋าพอแล้วลูก” ซึ่งยากยิ่งที่จะมีนักการเมืองคนใดกล้าตัดสินใจเช่นนี้ ส่วนใหญ่ล้วนอยากอยู่ในอำนาจ ยึดติดกับตำแหน่ง จนตายคาตำแหน่งทั้งนั้น

                จากผลงานและความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในการบริหารราชการแผ่นดิน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตจนเป็นที่ประจักษ์ เป็นผู้ที่ยึดมั่นรักษาผลประโยชน์ของชาติ ไม่เห็นแก่ประโยชน์ตนหรือพวกพ้อง ญาติพี่น้อง เป็นแบบอย่างและเป็นเสาหลักของผู้มีคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม ให้ความเป็นธรรมแก่ข้าราชการและประชาชน ส่งเสริมและนิยมความเป็นไทย และมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แก้ไขวิกฤติของประเทศชาติในทุกๆ ด้านจนคลี่คลายได้รับผลสำเร็จ นำความสงบสุขมาสู่ประเทศชาติ และความเจริญรุ่งเรืองมาสู่บ้านเมืองแล้ว ท่านจึงวางมือทางการเมือง จนได้รับการยกย่องให้เป็น “รัฐบุรุษ” ของแผ่นดิน ด้วยผลงานที่เป็นจริง

                ที่ผู้เขียนกล่าวมานั้นยังไม่หมด พล.อ.เปรม ยังเป็นบุคคลที่มีเกียรติและยิ่งใหญ่อย่างที่ไม่เคยมีคนไทยหรือนายทหารนายใดเคยทำมาก่อน นอกจากดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก, นายกรัฐมนตรีและรัฐบุรุษแล้ว ท่านยังเคยเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่แทนพระมหากษัตริย์อีกด้วย นอกจากนี้ยังได้รับการแต่งตั้งเป็นองคมนตรีและเป็นประธานองคมนตรีในรัชสมัยรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ในปัจจุบัน ซึ่งก็มีน้อยคนยิ่งนักที่จะได้ดำรงตำแหน่งเช่นนี้ จึงนับได้ว่าท่านเป็นรัฐบุรุษและเป็นคนไทย 5 แผ่นดิน ที่ยากจะหาบุคคลใดเสมอเหมือน ถือได้ว่าท่านเป็นปูชนียบุคคลของประชาชนไทยทั้งปวง

                แบบอย่างชีวิตของ ฯพณฯ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นแบบอย่างที่ดีงามอย่างยิ่ง ท่านไม่ได้มีความทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่ในอำนาจ แต่เป็นเพราะฟ้าลิขิตทำให้เส้นทางเดินชีวิตท่านก้าวเดินมาจนถึงปัจจุบันดังกล่าว ท่านไม่เคยเกี่ยวข้องกับการรัฐประหารยึดอำนาจ หรืออยู่เบื้องหลังการยึดอำนาจเพื่อตนเอง แต่ที่ต้องเกี่ยวไปด้วยก็เพราะตำแหน่งหน้าที่การงานพาไป

                ผู้เขียนยืนยันได้เพราะเคยเข้าพบเยี่ยมคำนับ อวยพรปีใหม่และขอพรจากท่านร่วมกับเพื่อนๆ สมาชิกสภานิติบัญญัติฯ ท่านได้กล่าวเรื่องนี้กับพวกเราทุกคน ทั้งมีความรู้สึกน้อยใจอยู่บ้างทุกครั้งที่มีคนกล่าวหาท่าน เมื่อมีเหตุการณ์ทางการเมืองต่างๆ เกิดขึ้นในบ้านเมือง ซึ่งตรงกันข้าม ท่านเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการปราบการรัฐประหารในหลายครั้ง ในช่วงเวลาที่ท่านอยู่ในอำนาจและดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุนี้ เส้นทางชีวิตของท่านจึงสง่างามและมีเกียรติยิ่ง ไม่ว่าในช่วงเวลาที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งทางการเมือง หรือในเวลาที่ก้าวลงจากอำนาจ โดยมิต้องให้ผู้ใดหาบันไดมาให้

                สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน อันเป็นยุคที่คณะนายทหาร คสช.เรืองอำนาจ มีนายทหารใหญ่รุ่นน้อง พล.อ.เปรม บางท่าน ที่ได้อำนาจมาจากการรัฐประหารยึดอำนาจ มีลูกน้องทั้งตำรวจ ทหาร ข้าราชการน้อยใหญ่และสมุนบริวาร จำนวนมากเข้าห้อมล้อม มีนักธุรกิจ พ่อค้าวาณิชจำนวนมากเข้ามาใก้ลชิด อุปถัมภ์ดูแลคํ้าจุนเอื้ออำนวยประโยชน์ให้ จนดูเหมือนพยายามสร้างบารมีเทียบรัศมี หวังเดินตามรอยพล.อ.เปรม แต่ทว่า การปฏิบัติตนแตกต่างจากวัตรปฏิบัติของ พล.อ.เปรม ราวฟ้ากับเหว ที่บ้านพล.อ.เปรม ไม่มีพ่อค้า นักธุรกิจ ที่มีภาพลักษณ์สีมัวๆ สีเทาๆ สังคมสงสัยตั้งข้อรังเกียจในความสุจริตเดินขวักไขว่ มาคอยรับใช้เอื้อประโยชน์ให้ ไม่มีข้าราชการ ทหาร ตำรวจ มาคอยรับใช้วิ่งเต้นขอตำแหน่ง ไม่มีพวกจัดโผแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจหรือข้าราชการใช้เป็นที่สุมหัว ไม่มีทหารมาวิ่งเต้นเอาตำแหน่งข้ามหัวพวกทหารอาชีพที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยดี มีความรู้ความสามารถ ไม่มีเพื่อนร่วมรุ่นหรือหลังบ้านคอยจัดการและรับผลประโยชน์ จากกลุ่มธุรกิจ

                ดังนั้น หากจะมีนายทหารท่านใด คิดหรือหวังที่จะเดินตามรอยและเอาแบบอย่าง พล.อ.เปรม ก็ควรจะได้ตระหนักและพึงระลึกด้วยว่า ท่านต้องเป็นด้วยชีวิตจิตวิญญาณ ตามแบบอย่างที่งดงามของท่าน ด้วยยึดมั่นและตั้งอยู่บนฐานของความถูกต้อง ดีงาม ตามรอยปูชนียบุคคล พล.อ.เปรม โดยแท้จริง อย่าเป็นเพียงรูปแบบฉาบฉวย โดยหาแก่นแท้ไม่ได้ เพราะบารมีและอำนาจที่ยั่งยืน มาจากความดีงาม ความถูกต้อง ชอบธรรมที่ท่านได้ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนเป็นที่ประจักษ์ และได้รับการยอมรับนับถือโดยแท้จริงจากประชาชน แบบอย่างแห่งชีวิตของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จึงเป็นแบบอย่างของนายทหารบกที่ทรงเกียรติ สมควรที่นายทหารไทยควรยึดถือเป็นต้นแบบตลอดไป