พช.ต่อยอดตลาดประชารัฐ-โอท็อปนวัตวิถี

กรมการพัฒนาชุมชน ปี 62 เน้นมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ต่อยอดตลาดประชารัฐและโอท็อปนวัตวิถี

 

               อธิบดี พช. ย้ำก้าวย่างกรมการพัฒนาชุมชน ปี 62 เน้นมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ต่อยอดตลาดประชารัฐและโอท็อปนวัตวิถี เผยมีบุคลากรของกรมทำงานใกล้ชิดชาวบ้านในชุมชนหมู่บ้านทั่วประเทศ

 

               นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า ขณะนี้ได้วางแนวทาง “ก้าวย่างกรมการพัฒนาชุมชนปี 2562” เพื่อการดำเนินงานไว้อย่างชัดเจน โดยแบ่งเป็น 3 แนวทางหลัก ได้แก่ “ก้าวย่างพื้นฐาน” จะเน้นการขับเคลื่อน “หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อพัฒนาให้ชุมชนมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยการสร้างความ “มั่นคง” ผ่านกิจกรรมจิตอาสาในหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงทั้งประเทศ “ทำความดีด้วยหัวใจ” การมีแผนชุมชนที่มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ การบริหารจัดการขยะ

 

               โดยร่วมมือกับหน่วยงานหลักขับเคลื่อนการแก้ปัญหาขยะอย่างจริงจัง การจัดทำบัญชีครัวเรือน เน้นไปที่การสร้างความเข้าใจให้ประชาชนรู้จักการกำหนดเป้าหมายในครัวเรือน ขณะที่การสร้างความ “มั่งคั่ง” จะส่งเสริมการสร้างสัมมาชีพชุมชน โดยพิจารณาจากข้อมูลครัวเรือนตกเกณฑ์ พัฒนาอาชีพให้แก่คนกลุ่มนี้เพื่อให้เกิดรายได้ การพัฒนาหมู่บ้านท่องเที่ยว การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ และการส่งเสริมการออม

 

พช.ต่อยอดตลาดประชารัฐ-โอท็อปนวัตวิถี

 

               ขณะที่การสร้างความ “ยั่งยืน” จะมุ่งเน้นการแก้ปัญหาครัวเรือนยากจนตามเป้าหมายของยูเอ็น การส่งเสริมหมู่บ้านปลอดยาเสพติด และการสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงในชีวิตให้คนในชุมชน โดยตัวชี้วัดที่แสดงผลสำเร็จในก้าวย่างพื้นฐานนี้คือ ความสุขมวลรวมของประชาชนที่เกิดขึ้น (จีวีเอช)

 

               ขณะที่ “ก้าวย่างการพัฒนา” จะมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โอท็อปให้มี “คุณภาพ มาตรฐาน ก้าวสู่ความเป็นสากล” โดย “คุณภาพ” คือถ้าเป็นอาหารผลิตภัณฑ์ต้องสะอาด ปลอดภัย โนโฟม ถ้าเป็นประเภทผ้าผลิตภัณฑ์ต้องมีดีไซน์ทันสมัย มิกซ์แอนด์แมทช์ มีบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย ถ้าเป็นของที่ระลึกต้องเล็ก ดี มีคุณภาพ ดูอินเตอร์ เป็นที่ยอมรับ พร้อมทั้งสนับสนุนให้มีโรงเรียนโอท็อปอคาเดมี สอนพื้นฐานการพัฒนา “มาตรฐาน” คือ ส่งเสริมความเป็นอัตลักษณ์ และมีมาตรฐานด้านต่างๆ อาทิ อย. มผช. จีไอ การพัฒนาสินค้าด้วยวิทยาศาสตร์ เป็นต้น

 

พช.ต่อยอดตลาดประชารัฐ-โอท็อปนวัตวิถี

 

               รวมไปถึงการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์โอท็อปด้วย ส่วน “การก้าวสู่ความเป็นสากล” จะเข้มข้นขึ้นในการนำเสนอขยายโอกาสด้านการตลาดสินค้าโอท็อปในตลาดต่างประเทศ อาทิ OTOP on board Modern trade e-Commerce ตลาดประชารัฐ อีกทั้งยังสนับสนุน “ชุมชนท่องเที่ยวนวัตวิถี” นำเสนอภาพความสำเร็จของโครงการที่ก่อให้เกิดผลดีต่อชุมชนและเผยแพร่ต่อสาธารณชน

 

               ส่วน “ก้าวย่างแห่งความยั่งยืน” คือแนวทางการพัฒนางานให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ทั้งการสร้างความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนงานกรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มและเกิดนวัตกรรมในการทำงาน การดำเนินงานเกี่ยวกับบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี (SE) เพื่อต่อยอดชุมชนท่องเที่ยวโอท็อปนวัตวิถี รวมถึงการส่งเสริมการตลาดในรูปแบบอีคอมเมิร์ซ เพื่อขับเคลื่อนสู่เทคโนโลยียุคใหม่

 

พช.ต่อยอดตลาดประชารัฐ-โอท็อปนวัตวิถี

 

               อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการดำเนินงานชุมชนท่องเที่ยวโอท็อปนวัตวิถี เพิ่งเกิดขึ้นเป็นปีแรก นับว่าภาพรวมความสำเร็จอยู่ในระดับที่ค่อนข้างน่าพอใจ เพราะเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างเป็นรูปธรรม แม้ว่าในบางชุมชนยังมีปัญหาติดขัดอยู่บ้าง แต่กรมก็เร่งดำเนินการเพื่อให้ทุกชุมชนหมู่บ้านสามารถขับเคลื่อนโครงการนี้ได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

 

               โดยเฉพาะชุมชนท่องเที่ยวโอท็อปนวัตวิถี 50 ชุมชนต้นแบบระดับประเทศ และ 110 ชุมชนระดับจังหวัด ที่กรมได้ดำเนินการเชื่อมประสานทุกภาคส่วนในการต่อยอดให้ชุมชนเหล่านี้เกิดการพัฒนา ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางส่งเสริมการสร้างความสุขให้แก่ทุกชุมชนได้อย่างชัดเจน

 

พช.ต่อยอดตลาดประชารัฐ-โอท็อปนวัตวิถี

 

               ดังตัวอย่างความสำเร็จของชุมชนท่องเที่ยวโอท็อปนวัตวิถี ในพื้นที่ต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว อาทิ ชุมชนบ้านแพะ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน ที่มีผู้ได้รับประโยชน์กว่า 80 ครัวเรือน จากการจำหน่ายอาหารพื้นถิ่น สินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์โอท็อป และกิจกรรมต่างๆ ในชุมชน นอกจากนี้ยังมีบ้านดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ที่เน้นการจำหน่ายอาหารพื้นถิ่นและสินค้าโอท็อป มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเดินทางไปเยี่ยมชมทุกสัปดาห์ สร้างอาชีพ สร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

 

               ขณะที่บ้านป่าตาล อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ มีการจำหน่ายอาหารพื้นถิ่น สินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์โอท็อป และบริการที่พักโฮมสเตย์ รวมผู้รับประโยชน์ 46 ครัวเรือน ส่วนที่บ้านแม่แจ๋ม อ.เมืองปาน จ.ลำปาง มีรายได้เกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์โอท็อป ร้านค้าชุมชน บริการที่พักโฮมสเตย์ และการให้บริการต่างๆ ในชุมชน มีผู้ได้รับประโยชน์มากถึง 181 ครัวเรือน

 

พช.ต่อยอดตลาดประชารัฐ-โอท็อปนวัตวิถี

นิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน

               อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวทิ้งท้ายว่า “การทำงานของบุคลากรกรมการพัฒนาชุมชนในขณะนี้เน้นเรื่อง “การทำงานเป็นทีมอย่างมีความสุข” โดยจะต่อยอดการดำเนินงานของตลาดประชารัฐ และชุมชนท่องเที่ยวโอท็อปนวัตวิถี ซึ่งกรมได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลให้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานดังกล่าวที่สามารถก่อให้เกิดการกระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ ได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

               ทั้งนี้กรมจะดำเนินการต่อเนื่องเพื่อบำรุงสุขให้แก่ประชาชนทุกชุมชนหมู่บ้าน นอกจากนี้เรามีบุคลากรของกรมที่ทำงานใกล้ชิดกับชาวบ้านในชุมชนหมู่บ้านทั่วประเทศ และทุกคนพร้อมยืนเคียงข้างและก้าวเดินไปกับประชาชนทุกพื้นที่ เพื่อสร้างความสุขให้เกิดขึ้นในครอบครัว/ชุมชนได้อย่างยั่งยืน เพราะความสุขของประชาชนคือเป้าหมายสำคัญของกรมการพัฒนาชุมชน”

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่