เรซากับแผนล้มรัฐบาลอิหร่าน

คงจะเห็นว่าสถานการณ์ใกล้จะสุกงอมแล้วกระมัง เรซา ปาห์เลวี อดีตมกุฎราชกุมารอิหร่านผู้เก็บองค์เงียบๆ ระหว่างลี้ภัยอยู่ในสหรัฐจึงประทานสัมภาษณ์เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีถึงยุทธศาสตร์การโค่นล้มรัฐบาลอิหร่าน ศัตรูตัวฉกาจของพระองค์

 เจ้าชายเรซา พระชนม์ 50 ชันษา ผู้สถาปนาองค์เองเป็นพระเจ้าชาห์แทนพระเจ้าชาห์โมฮัมเหม็ด เรซา ปาเลห์วี พระราชชนกที่สวรรคตในต่างแดนหลังจากถูกอยาตอลเลาะห์โคไมนี นำพลังมวลชนล้มสถาบันกษัตริย์แล้วสถาปนาสาธารณรัฐอิสลามขึ้นมาเมื่อ 31 ปีที่แล้ว ทรงวิจารณ์ผู้นำประเทศตะวันตกว่ากำลังหลงทางกับแนวทางล้มรัฐบาลชุดนี้ เพราะมัวแต่มุ่งจะแซงชั่นอิหร่านหากยังดึงดันจะพัฒนาโครงการผลิตอาวุธมหาประลัยต่อไปแทนที่จะมุ่งมองไปที่ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน

 "การแซงชั่นจากต่างประเทศยังไม่เพียงพอ ทางที่ดีจะต้องประสานกับแรงกดดันจากภายในประเทศ และหนทางเดียวที่จะทำเช่นนี้ได้ก็คือต้องเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ประชาชนในประเทศ"

 "สิ่งที่สหรัฐควรทำก็คือการปลุกกระแสมวลชนให้ลุกฮือต่อต้านรัฐบาลเหมือนที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว จนทำให้แอฟริกาใต้ต้องล้มระบบเหยียดผิวหรือทำให้สหภาพโซเวียตต้องแตกเป็นเสี่ยงๆ"

 เจ้าชายเรซาทรงแนะด้วยว่าสหรัฐและพันธมิตรตะวันตกควรจะจับเข่าพูดคุยกับพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งยังคงเคลื่อนไหวประท้วงผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อกลางปีที่แล้วแม้ว่าจะถูกปราบปรามอย่างรุนแรงก็ตาม อีกทั้งต้องหาทางให้ความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีล้ำยุคสำหรับใช้เป็นเครื่องมือตอบโต้รัฐบาลที่มุ่งกวาดล้างทุกวิถีทาง รวมไปถึงการสกัดกั้นการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต

 นอกจากนี้ ยังทรงวิจารณ์วิธีการที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ยื่นมือไปหาชาวอิหร่านและฝ่ายค้านที่ลี้ภัยไปอยู่ในต่างประเทศว่าทำเหมือนไม่เต็มใจทำ ทั้งๆ ที่เจ้าของรางวัลโนเบลถึง 40 คนได้ร่วมกันลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สวิงวอนให้นายโอบามาและผู้นำโลกคนอื่นๆ ช่วยประกาศตัวให้ชาวอิหร่านรู้ว่า "พวกเราอยู่ข้างพวกเขา"

 อดีตมกุฎราชกุมารอิหร่านทรงยืนยันว่าต้องการให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างสันติวิธีผ่านมาตรการขัดขืนและแข็งข้อของประชาชน ไปจนถึงการมีรัฐสภาที่เป็นประชาธิปไตยโดยไม่ให้ศาสนาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารประเทศ รวมทั้งควรจะจัดหยั่งประชามติชาวอิหร่านว่าต้องการรัฐบาลแบบใด

 ท้ายสุดทรงทำนายล่วงหน้าว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแน่นอน "ภายในเวลาไม่กี่ปีข้างหน้าหรืออาจจะไม่กี่เดือนข้างหน้า ถ้าหากมีการคืนอำนาจให้แก่ประชาชน และการเจรจาไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในแวดวงรัฐบาลเท่านั้น"


เปิดอ่าน