royal coronation
วันที่ 24 สิงหาคม 2562
ต่างประเทศ

เรื่องของนักกุข่าวและคนฝันเฟื่องชื่อ บอริส จอห์นสัน

วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 - 07:00 น.
บอริส จอห์นสัน,กุข่าว,ฝันเฟื่อง,บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์
Shares :
เปิดอ่าน 19,846 ครั้ง

โดย....บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์ ( ตีพิมพ์หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับเสาร์-อาทิตย์ 27-28 ก.ค. )

 

 

แล้วแดนผู้ดีเก่าอังกฤษก็ได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ชื่อ อเล็กซานเดอร์ บอริส เดอ เฟฟเฟิล จอห์นสัน หรือ บอริส จอห์นสัน วัย 55 ปี ซึ่งประกาศทันทีว่าจะนำอังกฤษออกจากสหภาพยุโรปในวันที่ 31 ตุลาคม อย่างแน่นอน “ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย”

 

 

แต่นอกเหนือจากเรื่องเบร็กซิทแล้ว ต่อจากนี้จะเป็นเช่นใดไม่มีใครรู้ อนาคตของอังกฤษหลังจากนั้นจะเป็นเช่นใด จะเกิดวิกฤติรัฐธรรมนูญจนอาจต้องมีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ จะนำพาเศรษฐกิจให้พ้นจากภาวะชะงักงันได้หรือไม่ จะสมคบคิดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จนทำให้โลกป่วนไปทั่วหรือไม่ จะมากด้วยโครงการฝันเฟื่องที่ดีแต่ผลาญงบประมาณแผ่นดินเหมือนสมัยเป็นนายกเทศมนตรีลอนดอนหรือไม่ จะเที่ยวสร้างศัตรูสิบทิศอันเนื่องจากฝีปากกล้าและโผงผางเหมือนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ หรือไม่ จะเที่ยวปั้นข่าวเท็จสร้างข่าวลวงเหมือนสมัยเป็นนักข่าวก่อนจะกระโจนสู่แวดวงการเมืองหรือไม่ เวลาเท่านั้นที่จะให้คำตอบได้

 

 

ที่รู้แน่ๆ ก็คือ นางลอรา คีนส์เบิร์ก บรรณาธิการข่าวการเมืองของสำนักข่าวบีบีซีได้เตือนล่วงหน้าว่า "มรดกทางการเมืองของบอริส จอห์นสัน ล้วนแต่สร้างความหายนะ”

 

 

 

 

บอริส จอห์นสัน ถือเป็นมนุษย์พันธุ์ประหลาดคนหนึ่ง ไม่เพียงแต่ปล่อยผมสีบลอนด์ให้กระเซิงแทบไม่ผิดไปจากบุคลิกเหมือน ดอกเตอร์ เอ็มเม็ต แอล.บราวน์ ในภาพยนตร์เรื่องเจาะเวลาหาอดีต ความที่พ่อแม่เป็นชาวอังกฤษแต่ตัวเองเกิดที่นิวยอร์ก ถ้าสืบสาแหรกทั้งข้างพ่อและแม่แล้ว เลือดในตัวเขาเป็นเลือดพันธุ์ผสมหลายสัญชาติและหลากหลายศาสนา

 

 

บรรพบุรุษฝ่ายแม่นั้นเป็นทายาทของเซอร์เจมส์ ฟอว์เซตต์ ปัญญาชนที่มีแนวคิดเสรีนิยม และยังมีเลือดผสมของผู้อพยพชาวยิวเชื้อสายรัสเซียที่มาตั้งถิ่นฐานในอเมริกา นอกจากนี้ยังมีเลือดของแรบไบคริสต์นิกายออร์ธอดอกซ์ จากลิทัวเนีย ส่วนบรรพบุรุษฝ่ายพ่อเป็นนักหนังสือพิมพ์เชื้อสายตุรกีนับถือศาสนาอิสลาม ขณะเดียวกันยังมีเชื้อสายชาวฝรั่งเศส เวลาพูดถึงตัวเอง จอห์นสันจะบอกว่าตัวเองเป็นพวกเลือดผสมหลากหลายเชื้อชาติและหลากหลายศาสนา ทั้งอิสลาม ยิวและคริสต์ ชื่อบอริส ซึ่งเดิมเป็นชื่อกลางนั้นก็เป็นชื่อของผู้อพยพชาวรัสเซียคนหนึ่งที่พ่อแม่เคยคบหาด้วย

 

 

จอห์นสันมีความทะเยอทะยานตั้งแต่เด็กเมื่อประกาศว่าอยากเป็น "ราชาของโลก” แม้จะมีปัญหาในการฟังหรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นคนหูหนวกอย่างรุนแรง จนต้องมีการผ่าตัดหลายครั้งและขณะนี้ยังต้องใส่ท่อระบายเพื่อรักษาอาการอักเสบและมีน้ำในหูอยู่แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการสานฝันแต่อย่างใด

 

 

ช่วงที่พ่อไปทำงานที่กรรมาธิการยุโรปที่บรัสเซลส์ ทำให้จอห์นสันสามารถฝึกฝนภาษาฝรั่งเศสจนพูดได้คล่องและยังเป็นเลิศในภาษากรีกโบราณและละติน กระทั่งได้รับทุน “คิงสกอลาร์ชิพ” ไปเรียนที่วิทยาลัยเอกชนอีตัน เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งที่สนิทสนมมากก็คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ช่วงนี้เองจอห์นสันได้เปลี่ยนชื่อตัวเองจากอเล็กซ์ เป็น บอริส เปลี่ยนศาสนาจากคาทอลิกตามแม่เป็นแองกลิกัน

 

 

แม้ว่าในรายงานของโรงเรียนจะวิจารณ์จอห์นสันว่าเป็นคนเกียจคร้าน เรื่อยเฉื่อย เชื่องช้า สายเป็นประจำ แต่เขากลับเป็นคนดังเป็นที่รู้จักไปทั่วอีตัน ด้วยความสามารถเป็นเลิศในด้านภาษา จอห์นสันจึงได้รางวัลภาษาอังกฤษ ภาษากรีกและโรมันยอดเยี่ยมรวมไปถึงได้เป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ของอีตัน ต่อมาได้รับทุนไปเรียนต่อด้านภาษากรีกและโรมันที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด

 

 

หลังเรียนจบจอห์นสันใช้ความสัมพันธ์ของครอบครัวไปทำงานเป็นนักข่าวที่นสพ.เดอะไทมส์ แต่ถูกไล่ออกเนื่องจากยกเมฆคำพูดที่อ้างว่าเป็นของคอลิน ลูคัส นักประวัติศาสตร์ผู้เป็นพ่ออุปถัมภ์ ขณะเขียนบทความด้านโบราณคดีว่าด้วยการค้นพบพระราชวังของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 แต่ลูคัสปฏิเสธว่าไม่ได้พูด ถือเป็นการทำผิดจริยธรรมสื่ออย่างร้ายแรง อย่างไรก็ดี จอห์นสันก็ได้ไปทำงานที่ นสพ.เดลี เทเลกราฟ แล้วย้ายไปทำข่าวประจำที่คณะกรรมาธิการยุโรปที่กรุงบรัสเซลส์

 

 

 

ที่นี่เองที่จอห์นสันสถาปนาตัวเองว่า เป็นหนึ่งในนักข่าวที่มีแนวคิดต่อต้านสหภาพยุโรป (อียู) นักข่าวหลายคนที่เคยประจำการที่บรัสเซลส์ในช่วงเดียวกันต่างโจมตีเขาว่า เป็นนักปั้นข่าวขึ้นมาเอง อย่างการกุข่าวเท็จว่า อียูมีแผนจะสั่งห้ามนำเข้าค็อกเทลกุ้งกรอบ และไส้กรอกจากอังกฤษ รวมทั้งควบคุมขนาดของถุงยางอนามัย เป็นต้น ซึ่งข่าวเหล่านี้กลายเป็นตำนานของอียู ถึงขนาดที่คริส แพตเทน อดีตตัวเก็งนายกรัฐมนตรีอังกฤษในช่วงนั้นออกปากว่า จอห์นสันเป็นหนึ่งในนักปั้นข่าวที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หรือเป็นนักข่าวปลอม และเป็นคนที่ปลุกกระแสต่อต้านสหภาพยุโรปขึ้นนับแต่นั้นมา

 

 

อย่างไรก็ดี  บทความแนวอนุรักษ์ของจอห์นสันเป็นที่ชื่นชอบของนางมาร์กาเรต แทตเชอร์ นายกรัฐมนตรี แต่กลับถูกตอบโต้จากจอห์น เมเจอร์ นายกรัฐมนตรีคนถัดจากนางแทตเชอร์ ที่ใช้เวลาไม่ใช่น้อยกับการแก้ข่าวกุหรือข่าวลวงโลกของจอห์นสัน  หลายคนเชื่อว่าข่าวลวงโลกที่สร้างกระแสต่อต้านอียู ทำให้พรรคอนุรักษ์นิยมพ่ายการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2540 และทำให้พรรคเอกราชอังกฤษ หรือยูคิป ถือกำเนิดขึ้นมาโดยมีนโยบายต่อต้านอียู อย่างไรก็ดีเจ้าตัวก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นบรรณาธิการเต็มตัวของนสพ.เดอะสเปกเตเตอร์ ระหว่างปี 2542-2548

 

 

จากนั้น  จอห์นสันได้หันเหชีวิตมาเล่นการเมือง กระทั่งได้รับเลือกเป็นส.ส. ระหว่างปี 2544-2551 ก่อนจะหันเหชีวิตอีกครั้ง  สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีลอนดอน แล้วได้รับเลือกตั้งสมปรารถนาถึง 2 สมัยซ้อน ด้วยโครงการฝันเฟื่องมากมาย ซึ่งท้ายที่สุดกลายเป็นโครงการใหญ่ที่ผลาญเงินภาษีของชาวลอนดอนนับพันล้านปอนด์ แต่จอห์นสันก็อาศัยมุกตลกทำให้คนลืมความผิดพลาดเหล่านั้น

 

 

ไม่ว่าจะเรื่องการให้สัญญาจะสร้างสนามบินเทมส์ด้วยการสร้างเกาะเทียมที่แม่น้ำเทมส์เพื่อเป็นที่อยู่ของฝูงนกที่อพยพมาอยู่ในแต่ละปี โดยไม่สะทกสะท้านกับงานวิจัยว่าด้วยกระแสน้ำขึ้นลง หรือการรีบแอบอ้างชื่อศาสตราจารย์ชื่อดังคนหนึ่งว่าเป็นผู้ทำวิจัยซึ่งเจ้าตัวรีบปฏิเสธทันที

 

 

โครงการ "รถบัสของบอริส” เป็นอีกหนึ่งในความล้มเหลวราคาแพงของจอห์นสันซึ่งได้แนะนำโครงการรถบัสสองชั้นแบบใหม่ที่ใช้ระบบไฮบริด ดีเซล-ไฟฟ้า ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ยาวขึ้น แถมระบบทางเข้าประตูจะเปิดโล่ง แต่ชาวลอนดอนกลับวิจารณ์ว่าเป็นอสุรกายที่ไร้วิญญาณและไร้ความรับผิดชอบสิ้นดีเพราะแทบจะไม่สามารถแล่นตามถนนในเมืองหลวงที่เล็กแคบได้ แถมยังร้อนเหมือนอยู่ในห้องอบเซานา แค่ 2-3 ปีเท่านั้น “บอรัสบัส” ก็ต้องเข้ากรุพร้อมกับเงินภาษี 300 ล้านปอนด์ของชาวลอนดอน

 

 

อีกโครงการหนึ่งที่ล้มเหลวไม่เป็นท่าก็คือ “บอริสโอลิมปิก” จอห์นสันได้ทุ่มงบมหาศาลไปกับการสร้างสนามกีฬาช่วงที่ลอนดอนเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก 2012 โดยโหมโฆษณาว่าเป็นโอกาสทองที่ชาวลอนดอนจะสร้างชื่อให้เมืองนี้ให้โลกรู้จัก แต่หลังจากนั้นแผนของเขาที่จะขายสนามกีฬาโอลิมปิกให้ทีมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกก็กลายเป็นฝันสลาย ช่วงฤดูร้อนของแต่ละปี เทศบาลลอนดอนต้องเจียดงบ 8 ล้านปอนด์เพื่อเปลี่ยนที่นั่งเป็นสนามกรีฑาไม่ใช่สนามฟุตบอล

 

 

จอห์นสันยังขายฝันจะสร้างสะพานพฤกษชาติเหนือแม่น้ำเทมส์ ซึ่งถลุงงบมากถึง 50 ล้านปอนด์ โดยยังไม่มีการวางอิฐศิลาฤกษ์แม้แต่ก้อนเดียว ไม่นับรวมโครงการจัดซื้อหัวฉีดน้ำแรงสูงที่ใช้งานมาแล้ว 25 ปีจำนวน 3 หัวจากเยอรมนีเพื่อเตรียมการใช้สลายผู้ประท้วงหากก่อความรุนแรง แต่หลังจากนั้นไม่นาน นางเทเรซา เมย์ รัฐมนตรีมหาดไทยในช่วงนั้นก็ประกาศว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เมื่อปีแล้วเทศบาลลอนดอนเพิ่งจะกำจัดหัวฉีดน้ำนี้ได้ด้วยการขายทิ้งแม้จะขาดทุน 300,000 ปอนด์

 

 

 

อย่างไรก็ดีโครงการหนึ่งที่นับว่าเป็นความสำเร็จและสร้างชื่อให้จอห์นสันไม่ใช่น้อยก็คือโครงการ "บอริสไบค์” หรือระบบโครงข่ายจักรยานสาธารณะที่มีจุดบริการให้เช่าตามหน้าสถานีรถไฟ รถใต้ดินและตามสวนสาธารณะใจกลางเมือง รวมทั้งการจัดสร้าง “ทางด่วนจักรยาน” ที่เป็นเลนพิเศษสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ โดยจอห์นสันสร้างภาพปั่นจักรยานไปทำงานเอง แต่ผลตามมาก็คืออุบัติเหตุจากการขี่จักรยานในลอนดอนเพิ่มมากขึ้นถึง 50% ในช่วงระหว่างปี 2549-2555

 

 

เมื่อหมดวาระจากการเป็นนายกเทศมนตรีลอนดอน จอห์นสันก็หลับมาเล่นการเมืองระดับชาติด้วยการเป็นหัวหอกชูธงให้อังกฤษถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป กระทั่งได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศคนแรกในรัฐบาลของนางเทเรซา เมย์ ก่อนจะลาออกหลังจากนั้นไม่นาน ด้วยสมญาใหม่ว่า เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จน้อยที่สุดแต่สร้างศัตรูได้มากที่สุด จากโอษฐภัยที่ดี แต่ทำลายมิตรและสร้างศัตรู อาทิ เปรียบเปรยสหภาพยุโรปว่าเหมือนจอมเผด็จการ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เปรียบอดีตประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ แห่งฝรั่งเศสว่าเหมือนกับอดีตเชลยศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยวิจารณ์นางฮิลลารี คลินตัน ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐว่าเหมือนนางพยาบาลซาดิสม์ในโรงพยาบาลโรคจิต ที่สำคัญเคยปล่อยมุกตลกพาดพิงเรื่องเซ็กส์ทัวร์ในไทยช่วงที่ตัวเองกำลังมาเยือนไทยเพื่อติดตามปัญหาโรฮิงยาในพม่าจนถูกชาวอังกฤษประท้วงและประณามว่ากำลังดูถูกจิตสำนึกของเพื่อนร่วมชาติ เป็นต้น

 

 

 

 

ในส่วนของชีวิตส่วนตัวแล้ว จอห์นสันมีข่าวฉาวเกี่ยวกับผู้หญิงหลายครั้ง หลังจากหย่ากับภรรยา 2 คนและมีความสัมพันธ์ลับๆกับผู้หญิงหลายคน ครั้งหนึ่งเคยตกเป็นข่าวดังว่าทำให้คอลัมนิสต์หญิงคนหนึ่งท้องแล้วแท้งถึง 2 ครั้ง แต่เจ้าตัวยืนกรานปฏิเสธ ล่าสุดก็เพิ่งมีข่าวฉาวเมื่อเดือนที่แล้วกรณีทะเลาะกับแฟนสาวรายล่าสุดกระทั่งเพื่อนบ้านต้องโทรศัพท์แจ้งตำรวจ

 

นักการเมืองและสื่อแดนผู้ดีให้ความเห็นว่าหากหมดมุกเรื่องของเบร็กซิทแล้ว บอริส จอห์นสัน อาจจะเตรียมเสนออภิมหาโครงการใหญ่สร้างสะพานเหมือนแม่น้ำเทมส์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้จะฝากชื่อให้ลือเลื่องยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เพราะจะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างอังกฤษ-ฝรั่งเศส


 

Shares :
เปิดอ่าน 19,846 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ