royal coronation
วันที่ 24 สิงหาคม 2562
ต่างประเทศ

ชีวิตมิใช่ดุจเทพนิยายของเจ้าหญิงฮายา

วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 - 08:06 น.
ดูไบ,ฮายา,เจ้าหญิงฮายา,เทพนิยาย
Shares :
เปิดอ่าน 53,384 ครั้ง

โดย..บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 

กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ฮือฮาไปทั่วโลก เรื่องราวของเจ้าหญิงที่สมบูรณ์พร้อมที่สุดในโลก เป็นเจ้าหญิงที่ได้ชื่อว่างามที่สุดในโลก ฉลาดเฉลียว มีจิตใจอันงดงามพร้อมจะช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก มุ่งส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิสตรีมาโดยตลอด แถมยังมากความสามารถด้านกีฬา

 

เหนืออื่นใดที่ทำให้ผู้หญิงทั่วโลกต่างอิจฉาไปตามๆ กันก็คือได้อภิเษกสมรสกับเชค โมฮัมเหม็ด บิน อัล มักตูม รองประธานาธิบดี, นายกรัฐมนตรี และเจ้าผู้ครองนครดูไบ ผู้สง่างาม เป็นกวีผู้เขียนกวีรักได้อ่อนหวานยิ่ง อีกทั้งทรงเป็นหนึ่งในเจ้าผู้ครองนครผู้ทรงอิทธิพลและร่ำรวยที่สุดในโลกด้วยทรัพย์สินเกือบหมื่นล้านปอนด์ สื่อแดนผู้ดีมักจะพรรณนาว่าทั้ง 2 พระองค์ทรงเป็นคู่ที่สมบูรณ์พร้อมที่สุด

 

เรื่องราวของเจ้าหญิงแสนงามควรจะจบอย่างมีความสุขดุจเทพนิยาย ที่ว่า "แล้วเจ้าชายกับเจ้าหญิงก็ทรงครองคู่อย่างมีความสุขตลอดไป”

 

แต่ในชีวิตจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ หลังจากทรงครองคู่ 15 ปี เจ้าหญิงฮายา บินต์ อัล ฮุสเซน พระชันษา 45 ปี ได้ทรงหลบหนีออกจากดูไบ นครรัฐที่ทรงอิทธิพลและร่ำรวยที่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แต่ข่าวนี้ถูกเก็บเป็นความลับสุดยอดตลอดมา แม้จะเริ่มมีเสียงซุบซิบมากขึ้นเมื่อพระองค์ไม่ได้เสด็จพร้อมพระสวามีไปร่วมงานรอยัล แอสคอต เทศกาลแข่งม้าประจำปีที่สำคัญที่สุดของอังกฤษที่จัดเป็นประจำในเดือนมิถุนายน เหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา

 

 

สุดท้ายข่าวก็ค่อยๆ ได้รับการยืนยันจากสื่อตะวันตกว่าเจ้าหญิงได้หนีออกจากกรงทองอันแสนสุขแล้วจริง โดยทรงพาเชกา หรือเจ้าหญิงอัล จาลิลา บิน โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัลมักตูม พระธิดา พระชันษา 11 ปี และเชค หรือเจ้าชายซายเอด บิน โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัลมักตูม พระโอรส พระชันษา 7 ปี หนีไปที่เยอรมนี พร้อมกับทรัพย์สินกว่า 30 ล้านปอนด์ โดยตอนแรกทรงวางแผนจะยื่นเรื่องขอลี้ภัย แต่เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยเพราะอาจถูกลักพาตัวหรือถูกส่งตัวกลับดูไบ พระองค์จึงเสด็จไปอังกฤษและประทับอยู่ในคฤหาสน์หรูมูลค่า 85 ล้านปอนด์ หรือกว่า 3,300 ล้านบาทที่ทรงแอบซื้อเมื่อ 2 ปีที่แล้วบนถนนเคนซิงตัน พาเลส การ์เดน ย่านเคนซิงตันใจกลางกรุงลอนดอน และเตรียมดำเนินการต่อสู้ทางกฎหมายในศาลสูงเพื่อขอหย่าขาดจากพระสวามีและมีสิทธิได้เลี้ยงดูพระโอรสและพระธิดา

 

อันที่จริง ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนที่แล้ว ได้มีสัญญาณบ่งบอกเป็นนัยๆ เพราะถึงแม้ทางการจะมีคำสั่งห้ามปล่อยข่าวลือหรือข่าวเท็จใดๆ แต่เสียงลือเสียงเล่าอ้างก็ยิ่งดังกระหึ่มเมื่อ เชค โมฮัมเหม็ด พระชันษา 69 ปี ทรงโพสต์บทกวีผ่านทางอินสตาแกรมซึ่งมีเนื้อหาเกรี้ยวกราดกล่าวหา “หญิงนิรนาม” ว่าเป็นผู้ “ทรยศและหักหลัง

 

 

บทกวีในเว็บไซต์ส่วนพระองค์ซึ่งทรงปรารภว่าทุกบทกวีของพระองค์ล้วนกลั่นมาจากประสบการณ์จริง ยังกล่าวว่า “ยุคแห่งความหลอกลวงของคุณได้จบสิ้นลงแล้ว...คุณไม่มีวันจะอยู่เคียงข้างผมอีกต่อไป” ก่อนตบท้ายว่า “ผมไม่สนใจว่าคุณจะอยู่หรือจะตาย”... ”คุณปล่อยให้บังเหียนบนหลังม้าหย่อนลงเอง”

 

 

อันที่จริง เจ้าหญิงฮายาไม่ใช่นกน้อยตัวแรกที่พยายามหลบหนีจากกรงทองของเชคโมฮัมเหม็ด แต่เป็นนกน้อยตัวที่ 3 ที่ทำเช่นนั้น ตัวแรกก็คือเชกา หรือเจ้าหญิงชัมซา อัลมักตูม หนึ่งในพระธิดาของเชคโมฮัมเหม็ดที่ทรงหลบหนีจากพระตำหนักมูลค่า 75 ล้านปอนด์ ที่เซอร์เรย์ในอังกฤษเมื่อปี 2543 ขณะมีพระชันษา 19 ปี แต่ก็ถูกจับได้และถูกส่งตัวกลับดูไบ โดยไม่มีใครเห็นพระองค์อีกเลย ยกเว้นข่าวว่าปลอดภัย อีกองค์หนึ่งคือเจ้าหญิงลาติฟะ พระชันษา 33 ปี พระธิดาอีกพระองค์หนึ่งที่ทรงพยายามหลบหนีจากดูไบเมื่อปีที่แล้ว เพราะทรงหมดสิ้นความอดทนที่จะทรงถูกครอบครัวจับขังและทรมาน

 

 

 

เจ้าหญิงฮายา บินต์ อัล ฮุสเซน ผู้กล้ารื้อตอนจบอันงดงามของหนังสือเทพนิยายทิ้งอย่างไม่ไยดี เป็นพระราชธิดาผู้แสนงดงามในสมเด็จพระราชาธิบดีฮุสเซนแห่งจอร์แดน กับ ราชินีเอเลีย อัล ฮุสเซน พระชายาองค์ที่ 3 หรือนัยหนึ่งก็คือพระกนิษฐาต่างพระมารดาในสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ที่ 2 สมเด็จพระราชาธิบดีองค์ปัจจุบันแห่งจอร์แดน

 

ทรงสำเร็จการศึกษาด้านการเมือง ปรัชญาและเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในอังกฤษ ทรงเป็นนักกีฬาขี่ม้าที่เคยเป็นตัวแทนของจอร์แดนโชว์การกระโดดม้าในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่ออสเตรเลียเมื่อปี 2543 ทำให้ทรงพบรักและอภิเษกสมรสเป็นพระชายาองค์ที่ 6 และองค์สุดท้ายในเชค โมฮัมเหม็ด บิน อัล มักตูม ซึ่งมีพระโอรสและพระธิดากับพระชายา 5 คนก่อนหน้า รวม 23 คน ในจำนวนนี้ประสูติจากพระชายาพระองค์แรกถึง 12 พระองค์ หลังอภิเษกสมรสแล้วได้ทรงงานการกุศลด้านส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิสตรีด้วยพระทัยที่อบอุ่นและเป็นมิตรมาโดยตลอด

 

คำถามหนึ่งที่ดังกระหึ่มเมื่อมีข่าวฉาวนี้ก็คือ ทำไมพระองค์จึงตัดสินพระทัยหนีเช่นนี้ เป็นดังที่พระองค์ตรัสว่าเพราะทรงวิตกเรื่องความปลอดภัยในชีวิตจริงหรือไม่ หรือมีอะไรลึกลับซับซ้อนมากกว่านั้น

 

 

เจ้าหญิงลาติฟะ ( ซ้าย ) แมรี โรบินสัน (ขวา ) 

 

มีข่าวลือที่รู้ไปทั่วว่า เชค โมฮัมเหม็ดทรงโทษเจ้าหญิงฮายาว่า มีส่วนช่วยให้เจ้าหญิงลาติฟะหลบหนีออกจากดูไบ จากการที่ทรงเชิญอดีตประธานาธิบดีแมรี โรบินสัน แห่งสาธารณรัฐไอร์แลนด์ และอดีตข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นพระสหายมาเยือนดูไบ และนางแมรี โรบินสัน ผู้นี้มีบทบาทสำคัญในการล้างสมองพระธิดาจนตัดสินพระทัยหลบหนีจากกรงทองของพ่อเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว แต่หนีไม่รอด ถูกตามพบและบังคับนำตัวออกจากเรือยอชท์ ขณะแล่นอยู่นอกชายฝั่งอินเดียเตรียมมุ่งหน้าไปสหรัฐ ทรงถูกนำตัวกลับดูไบอย่างมีเงื่อนงำ

 

ทางการดูไบแจ้งเพียงว่า เจ้าหญิงลาติฟะทรงหลบหนีออกจากวังเพราะ “ทรงไม่เดียงสาต่อการถูกแสวงหาประโยชน์” และ “ขณะนี้ทรงปลอดภัยอยู่ในดูไบ” แต่กลุ่มเพื่อสิทธิมนุษยชนโต้ว่า เจ้าหญิงลาติฟะทรงถูกบังคับนำตัวกลับดูไบโดยพระองค์ไม่สมัครใจ

 

ตอนแรกดูเหมือนว่าเจ้าหญิงฮายาจะทรงถูกหลอกจนทรงแถลงพร้อมกับนางแมรี โรบินสัน เพื่อปกป้องชื่อเสียงของดูไบและเชค โมฮัมเหม็ด โดยยืนยันว่าเจ้าหญิงลาติฟะทรงปลอดภัย พระองค์ยังทรงให้สัมภาษณ์สื่อของไอร์แลนด์ว่าจะทรงทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อประกันว่าผู้หญิงที่อ่อนแอคนหนึ่งจะไม่ถูกใช้ประโยชน์หรือเอาเปรียบจากคนใกล้ชิดกลุ่มหนึ่ง

 

ขณะที่นักเคลื่อนไหวคนหนึ่งที่มีส่วนในการวางแผนพาเจ้าหญิงลาติฟะหนี ได้เรียกร้องให้เจ้าหญิงฮายาร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศ สอบสวนการกระทำผิดของเชค โมฮัมเหม็ด ในฐานะที่ทรงเป็นทั้งเหยื่อและประจักษ์พยาน

 

 

 

ว่ากันว่า เจ้าหญิงเพิ่งทรงทราบความจริงว่าถูกหลอก เจ้าหญิงลาติฟะไม่ได้อยู่ดีมีความสุขดังภาพที่เห็น จึงทรงเริ่มรู้สึกว่าถูกกดดันและถูกปองร้ายจากสมาชิกราชวงศ์ กระทั่งทรงรู้สึกไม่ปลอดภัย ท้ายสุดจึงทรงหลบหนีบ้าง เพราะทรงตระหนักว่าการหย่าร้างภายในราชวงศ์เป็นเรื่องที่ยากจะเป็นไปได้โดยเฉพาะเมื่อมีพระโอรสและพระธิดาเป็นโซ่ทอง อีกทั้งยังจะมีปัญหาการแบ่งทรัพย์สินเกือบหมื่นล้านปอนด์และความสัมพันธ์อันซับซ้อนทางการเมืองระหว่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กับจอร์แดน เนื่องจากมีชาวจอร์แดนราว 2 แสนคน ทำงานที่ดูไบและส่งเงินกลับประเทศปีละหลายสิบล้านดอลลาร์

 

ภายใต้กฎหมายอิสลาม ผู้ชายสามารถหย่าได้ง่ายๆ แค่เอ่ยปากว่าขอหย่า 3 ครั้งเท่านั้น แต่ผู้หญิงหากต้องการจะหย่าขาดจากสามี จะต้องไปสู้ความกันในชั้นศาลและจะต้องฝ่าด่านกฎหมายที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดมากมายกว่าจะได้หย่าสมปรารถนา และแม้ว่าภรรยาจะได้หย่าสมปรารถนา แต่ตามกฎหมายแล้วพ่อเท่านั้นที่จะเป็นคนดูแลลูกทั้งด้านการศึกษาและการเงิน

 

เจมส์ สจวร์ต นักกฎหมายด้านปัญหาครอบครัวระหว่างประเทศ แห่งบริษัทเพนนิงตันส์ คูเปอร์ ในลอนดอนให้ความเห็นว่า แม้ทั้ง 2 พระองค์จะทรงอภิเษกสมรสที่จอร์แดนและทรงเป็นพลเมืองของยูเออี แต่ถ้าหากเจ้าหญิงมีที่พักถาวรที่อังกฤษก็สามารถทำเรื่องฟ้องหย่าได้ที่ศาลอังกฤษ โดยสามารถอ้างได้ว่า เนื่องจากการสมรสนั้นเป็นแบบฝ่ายชายมีพระชายาหลายพระองค์

 

แต่ปกติแล้ว คู่สามีภรรยาที่มีสมบัติมหาศาลมักจะใช้วิธีเจรจานอกศาลมากกว่า เนื่องจากระบบกฎหมายอังกฤษนั้นจะปกป้องในเรื่องความเป็นส่วนตัว  และไม่ว่าผลสุดท้ายจะออกมาเช่นไร เชื่อว่าท้ายที่สุด เชค โมฮัมเหม็ดคงจะทรงยอมหย่าขาดจากพระชายา ดังตอนหนึ่งของบทกวีที่พระองค์ทรงเขียนในอินสตาแกรมว่า "เราต่างล้มป่วยด้วยโรคที่ไม่มียาจะรักษาให้หายขาดได้ ไม่มีแพทย์คนใดจะสามารถเยียวยาได้”

 

 

Shares :
เปิดอ่าน 53,384 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ