
เผยคนร้ายนิ่ง-ลูบศีรษะเด็กก่อนเข้าไปกดระเบิดในโบสถ์ศรีลังกา
ความคืบหน้าโศกนาฏกรรมโจมตีถล่มโบถส์และโรงแรมหลายแห่งในศรีลังกา คร่าชีวิตเหยื่อ 310 คน บาดเจ็บอีกหลายร้อย เมื่อวันอาทิตย์อีสเตอร์ที่ผ่านมา
สถานีโทรทัศน์ TV9 ในอินเดีย เผยแพร่คลิปกล้องวงจรปิดจับนาทีชายคนหนึ่งสะพายเป้ขนาดใหญ่ด้านหลังขณะเดินเข้าไปในโบสถ์เซนต์ เซบาสเตียน เมืองเนกอมโบ ทางเหนือของกรุงโคลัมโบ หนึ่งในเป้าโจมตี ซึ่งสื่อสำนักนี้ว่าเขาคือคนร้าย ที่กดระเบิดฆ่าตัวตายสังหารผู้บริสุทธิ์ 67 ราย
( เครดิต @chanuka_cj )
ขณะที่ ดีลิป เฟอร์นานโด หนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุโจมตี เล่านาทีที่ครอบครัวของเขาเจอชายหนุ่มต้องสงสัยว่า เขาไปที่โบสถ์เซนต์เซบาสเตียน เพื่อร่วมพิธีมิซซาวันอีสเตอร์ เวลา 7.30 น. แต่เห็นคนแน่นมากจนไม่มีที่นั่ง ไม่อยากยืนนาน จึงไปหาโบสถ์อื่น แต่สมาชิกในครอบครัว 7 คน รวมถึงลูกสะใภ้และลูกเขย รวมถึงหลานสาวอยากจะอยู่ และนั่งอยู่ด้านนอก หลังพิธีมิซซาใกล้จบ พวกเขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งสะพายเป้ขนาดใหญท่าทางหนักมากเข้าไป เขายังหนุ่มมาก ดูไม่มีพิษมีภัย ทั้งยังลูบศีรษะหลานสาวของเขาระหว่างเดินผ่าน
ครอบครัวของเขาสงสัยว่า เหตุใดจึงยังเข้าไปในโบสถ์ทั้งที่พิธีมิซซาเกือบจบแล้ว ชายคนนั้นอายุราว 30 ปี ไม่มีท่าทางกระสับกระส่ายหรือกลัว นิ่งมาก หลังจากที่หนุ่มคนนั้นเข้าไปไม่นาน เสียงระเบิดก็ดังสนั่นหวั่นไหว พวกเขาจึงพากันวิ่งหนีออกมา และโทรถามเขาให้แน่ใจอีกทีว่ายังอยู่ในโบสถ์หรือไม่ ซึ่งขณะนั้นเขาอยู่ในโบสถ์อีกแห่งแล้ว ครอบครัวของเขาปลอดภัยดี แต่ทั้งชุมชนโศกเศร้าอย่างมาก
เช้าวันจันทร์ เฟอร์นานโด วัย 66 ปี กลับไปดูสภาพความเสียหายที่โบสถ์เซบาสเตียน จุดเกิดเหตุที่เกือบคร่าชีวิตตนเองและครอบครัว เฟอร์นานโด กล่าวว่า เขาโชคดีมากที่รอดตายเพราะปกติแล้วจะไปโบสถ์เซนต์เซบาสเตียนประจำ แต่พวกเขาชาวคริสต์ในศรีลังกา ชนกลุ่มน้อยที่มีอยู่ราว 6% ของประชกร จะไม่ยอมให้ผู้ก่อการร้ายคุกคามได้ หากโบสถ์เปิดอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ เขาก็จะเข้าไปข้างในอย่างแน่นอน “ไม่มีประโยชน์ที่จะล้างแค้น และไม่ใช่เราที่ต้องรับผิดชอบ แต่เป็นรัฐบาล”