วัยรุ่นอังกฤษที่หนีไปแต่งไอเอสลำบาก-อยากกลับบ้าน

หนึ่งในสามวัยรุ่นหญิงชาวอังกฤษที่หนีไปเป็นเจ้าสาวไอเอสเป็นข่าวครึกโครมเมื่อ 4 ปีแล้ว ล่าสุด เธอโผล่ให้สัมภาษณ์อยากกลับบ้านกับลูก

 

วัยรุ่นหญิงอังกฤษ  3 คนที่เคยเป็นข่าวโด่งดังเมื่อครั้งพากันหนีออกจากบ้านในกรุงลอนดอน ไปเข้าร่วมกับไอเอส ในซีเรียเมื่อ 4 ปีก่อน ในวัยเพียง 15 ปี และแทบไม่มีข่าวคราวของพวกเธออีก แต่ล่าสุด หนังสือพิมพ์ เดอะ ไทมส์ ติดต่อ ชามินา เบกุม หนึ่งในสามคนนี้ได้ที่ค่ายผู้ลี้ภัยทางเหนือของซีเรีย ปัจจุบัน เธออายุ 19 ปีแล้ว และกำลังตั้งครรภ์ 9 เดือน ขณะสามีนักรบไอเอสของเธออยู่ในความควบคุมของฝ่ายตรงข้าม    
 

 


 

วัยรุ่นอังกฤษที่หนีไปแต่งไอเอสลำบาก-อยากกลับบ้าน

 

“ฉันไม่เสียใจที่มาที่นี่ ฉันไม่ใช่คนเดิมที่เป็นนักเรียนวัย 15 โง่เขลาหนีออกจากบ้าน 4 ปีก่อน” เบกุมกล่าวกับเดอะ ไทมส์ และว่า “คอลิฟะจบสิ้นแล้ว  มีการกดขี่และคอรัปชั่นกันมากจนฉันไม่คิดว่าพวกเขาสมควรได้ชัยชนะ ฉันรู้ว่าทุกคนที่บ้านคิดกับฉันอย่างไร เพราะอ่านทุกเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเองบนอินเทอร์เน็ต ที่ต้องการเวลานี้มีแค่อย่างเดียวคืออยากกลับบ้านกับลูก  จะทำทุกอย่างที่ต้องทำเพื่อให้กลับบ้านได้ และใช้ชีวิตอย่างเงียบๆกับลูก” 

 

 

 

 

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2558 เบกุม พร้อมกับ คาดิซา สุลตานา และอามีรา อาเบส จากโรงเรียเบทนัล กรีน พากันหนีจากบ้านและครอบครัว ตามไปสมทบกับนักเรียนหญิงอีกคนจากโรงเรียนเดียวกัน ที่หนีไปยังซีเรียหนึ่งปีก่อนหน้า

   
เดอะไทมส์ รายงานว่า พวกเธอทุกคนแต่งงานกับนักรบต่างชาติในกลุ่มไอเอส แต่มีรายงานว่า สุลตานาเสียชีวิตจากการโจมตีเมืองรัคกาทางอากาศ ในเดือนพฤษาคม 2559  ส่วนชะตากรรมของอาเบสนั้น เบกุมได้ยินจากคนอื่นว่า อาเบสกับนักเรียนหญิงที่ออกจากอังกฤษในปี 2557 อาจยังมีชีวิตอยู่  


เบกุมเล่าว่า พอไปถึงเมืองรัคคา  เธอถูกจัดให้อยู่ในบ้านที่มีเจ้าสาวญีฮัดรวมตัวกันอยู่เพื่อรอแต่งงาน หลังจากนั้นเพียง 10 วัน เธอแต่งงานกับชาวเนเอร์แลนด์ที่เปลี่ยนมานับถืออิสลาม  เบกุมอ้างว่าสามีของเธอเคยถูกจับ ถูกแจ้งข้อหาเป็นสายลับและถูกทรมาน 


ต่อมาในเดือนมกราคม 2560  เธอเดินทางออกจากเมืองรัคกาพร้อมกับสามี แต่ลูกสาววัย 1 ขวบ 9 เดือน กับลูกชายวัย 3 เดือน เสียชีวิตในเวลาไม่กี่เดือน โดยลูกชายป่วยไม่ทราบสาเหตุและอาการทรุดเพราะขาดสารอาหาร  

 


 

 

หญิงสาวกล่าวว่า ชีวิตส่วนใหญ่ในเมืองรัคกาปกติดี กระทั่งถูกทิ้งระเบิด เธอกับครอบครัวย้ายไปที่เมืองบากุซ ก่อนออกจากเมืองนั้นมาเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ส่วนสามีตัดสินใจยอมจำนนกับกลุ่มนักรบ ที่เป็นพันธมิตรกับกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (เอสดีเอฟ) จากนั้นก็ไม่เคยพบเห็นสามีอีกเลย 


กระทรวงมหาดไทยอังกฤษไม่แสดงความเห็นแบบเจาะจง แต่ตามกฎหมาย คนที่กลับอังกฤษหลังเดินทางไปยังดินแดนไอเอส จะต้องถูกดำเนินคดีอาญา 


เบน วอลเลซ รัฐมนตรีความมั่นคงอังกฤษ บอกในรายการ ทูเดย์ ทางวิทยุบีบีซีว่า เขาจะไม่ส่งเจ้าหน้าที่อังกฤษไปเสี่ยงชีวิตเพื่อตามหาหรือช่วยเหลือผู้ก่อการร้าย หรืออดีตผู้ก่อการร้าย และรัฐบาลได้เตือนมาตลอดหลายปีว่าการกระทำเช่นนั้น มีผลกระทบตามมาอย่างไร 

 

 

 

วัยรุ่นอังกฤษที่หนีไปแต่งไอเอสลำบาก-อยากกลับบ้าน

 

แอนโทนี ลอยด์ ผู้สื่อข่าวสายสงครามของไทมส์ ที่พบกับเบกุม กล่าวว่า เบกุมมีสองภาค กล่าวคือเธอเป็นนักเรียนหญิงอายุ 15 ปีถูกล่อลวงและโน้มน้าวไปคอลิฟะ กับ 4 ปีต่อมา เธอเป็นเจ้าสาวญีฮัดที่ซึบซับอุดมการณ์  ลอยด์กล่าวว่า เธอไม่ได้แสดงออกถึงความเสียใจ  และเธอไม่เคยเสียใจ เธอนิ่งแต่ยังอยู่ในอาการช็อก เพราะเพิ่งพ้นจากสมรภูมิ และตั้งท้อง 9 เดือน เพื่อนหลายคนตาย และเพิ่งเผชิญการกับการโจมตีทางอากาศ กระนั้น เขาไม่อยากด่วนสรุปเบกุมเร็วเกินไป 

 

 

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่