โปแลนด์จับนักธุรกิจจีนสงสัยจารกรรม-สื่อเผยเป็น"ผอ.หัวเว่ย"

จีนห่วงนักธุรกิจด้านสื่อสารโทรคมนาคมถูกจับกุมในโปแลนด์ สื่อท้องถิ่นเผยเป็นผู้อำนวยการฝ่ายขายหัวเว่ย ต้องสงสัยจารกรรม

 

สำนักงานความมั่นคงภายใน ( ABW ) ซึ่งเป็นหน่วยต่อต้านข่าวกรองของโปแลนด์ จับกุมชายชาวจีน ที่เปิดเผยชื่อว่า เว่ยจินก้า ดับเบิลยู ( Weijinga W)  และชายชาวโปแลนด์ชื่อ  Piotr D  เนื่องจากต้องสงสัยจารกรรมให้หน่วยข่าวกรองของจีน 

 

ทางการโปแลนด์ เปิดเผยเพียงว่า  พลเมืองจีนเป็นนักธุกิจทำงานให้กับบริษัทสื่อสารโทรคมนาคมสำคัญรายหนึ่ง ส่วนชายโปแลนด์ เป็นที่รู้จักในแวดวงไอที เคยทำงานในหน่วยงานของรัฐหลายแห่ง ทั้งสองต้องสงสัยทำงานให้กับหน่วยงานของจีน และเป็นภัยต่อโปแลนด์ การสอบสวนดำเนินมาได้ระยะหนึ่งแล้ว มีการเข้าตรวจค้นที่พักและที่ทำงาน การทำคดีนี้เป็นไปด้วยความระมัดระวัง 

สื่อโปแลนด์ รายงานว่า Piotr D  เคยเป็นอดีตเจ้าหน้าที่สำนักต่อต้านข่าวกรองของโปแลนด์ ปัจจุบัน เป็นที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยไซเบอร์ให้กับ ออเรจน์ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือฝรั่งเศส สาขาในโปแลนด์  ส่วนนักธุรกิจชาวจีน เป็นผู้อำนวยการฝ่ายขายของหัวเว่ยในโปแลนด์ 

กระทรวงต่างประเทศจีน แสดงความวิตกอย่างสูงพลเมืองถูกจับกุม ขณะที่หัวเว่ย ระบุเพียงว่า รับทราบสถานการณ์แล้ว กำลังตรวจสอบและยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม 

 

 โปแลนด์จับนักธุรกิจจีนสงสัยจารกรรม-สื่อเผยเป็น"ผอ.หัวเว่ย"

 ข่าวการจับกุมผู้อำนวยการฝ่ายขายของหัวเว่ยในโปแลนด์ มีขึ้นราวหนึ่งเดือนเศษ หลังแคนาดาจับกุม เม่ง ว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและบุตรสาวของผู้ก่อตั้งหัวเว่ย ตามคำร้องขอสหรัฐ ฐานละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน 

ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมของจีน ที่อดีตวิศวรของกองทัพก่อตั้ง ถูกเพ่งเล็งความเกี่ยวข้องโยงใยกับหน่วยข่าวกรองของจีน  

สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น ไม่อนุมัติให้หัวเว่ยเข้าเกี่ยวข้องกับการวางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 5 จี ส่วน BT ผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่สุดของอังกฤษ ก็ประกาศเมื่อเดือนที่แล้วว่า จะถอดอุปกรณ์ของหัวเว่ย จากเครือข่ายของตน หลังหน่วยข่าวกรองต่างชาติระบุว่าบริษัทเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคง  

เวลานี้คงเหลือแต่แคนาดา ประเทศเดียวในเครือข่ายความร่วมมือข่าวกรอง "ไฟว์ อายส์" ที่ยังไม่ได้ออกมาตรการแบบเดียวกัน

นอกจากนี้ สำนักงานความความปลอดภัยไซเบอร์ของสาธารณรัฐเช็ค เตือนมิให้ใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ของหัวเว่ยและ ZTE บริษัทโทรคมนาคมแดนมังกรอีกราย โดยอ้างว่าทั้งสองเป็นภัยความมั่นคง 
.