royal coronation
วันที่ 25 มิถุนายน 2562
ต่างประเทศ

เจ้าพ่อแอมะซอนหย่าเมียจุดสนใจอยู่ที่สมบัติ 1.36 แสนล้าน

วันที่ 11 มกราคม 2562 - 14:53 น.
เบซอส,แอมะซอน,แบ่งสมบัติ,หย่า
Shares :
เปิดอ่าน 1,038 ครั้ง

หลัง เจฟฟ์ เบซอส เจ้าธุรกิจอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของโลก กับแมคเคนซี ภรรยา ประกาศแยกทางกันเมื่อวันพุธหลังอยู่กินกันมานาน 25 ปี  


จุดสนใจเวลานี้ก็พุ่งไปที่สมบัติ 1.36 แสนล้านดอลลาร์ทันที ( 4.352 ล้านล้านบาท ) ว่าที่สามีภรรยาจะแบ่งกันอย่างไร  อะไรจะเกิดขึ้นกับยักษ์ใหญ่ค้าปลีกออนไลน์ของโลก  และจะกระทบกับอำนาจการบริหารบริษัทของเขาหรือไม่ 


 

 

เวบไซต์ข่าวซุบซิบคนดัง TMZ รายงานว่า สามีภรรยาเบซอส ไม่ได้ทำสัญญาก่อนสมรส ซึ่งหมายถึงการแบ่งสมบัติออกเป็นสอง 


การแบ่งสมบัติครั้งนี้จะเป็นเรื่องซับซ้อนทีเดียว นอกจากเงินสดมหาศาล ทั้งคู่ยังมีที่ดิน 4 แสนเอเคอร์ ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของที่ดินรายใหญ่สุดในประเทศ และหากแบ่งสมบัติเท่ากันจริง ก็อาจจะมีผลถึงการจัดอันเศรษฐีโลกเลยทีเดียว  

 

 


แมคเคนซี นักเขียนนวนิยายวัย 48 ปี จะกลายเป็นสตรีร่ำรวยที่สุดในโลกด้วยทรัพย์สิน 6.8 หมื่นล้าน  และอาจทำให้ บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ เจ้าของทรัพย์สิน 9.25 หมื่นล้านดอลลาร์ กลับขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งโลกอีกครั้งแทนเบซอส วัย 49 ที่ทรัพย์สินจะหดเหลือราว 6.8 หมื่นล้าน 


แมคเคนซี ทัตเทิล คบหากับเบซอสมาตั้งแต่ยังไร้ชื่อเสียงและร่ำรวย  ทั้งคู่รู้จักกันในปี 2535 ก่อนแต่งงานในฟลอริดาในปีถัดไป ขณะที่เบซอส ยังเป็นผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ ย่านวอลสตรีท ก่อนหันมาทำธุรกิจเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนหลายร้อยล้านทั่วโลก 


เธออยู่เคียงข้างสามีตั้งแต่บริษัทเริ่มต้นจากในโรงรถของตัวเองในซีแอตเทิล เมื่อปี 2537 มาจนประสบความสำเร็จมหาศาลในวันนี้  ทั้งคู่มีบุตร 4 คน เป็นชาย 3 คน กับบุตรสาวบุญธรรม 1 คน อายุไล่กันถึงวัยรุ่นตอนปลาย 

 

 


เบซอส อดีตเคยเป็นผู้ถือหุ้นหลัก ปัจจุบัน ถืออยู่ 16%  หากยึดตามราคาหุ้นบ่ายวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น  ประเมินมูลค่าที่ราว 1.3 แสนล้านดอลลาร์  และหากข้อตกลงหย่าร้างหมายถึงการแบ่งครึ่งทรัพย์สิน  เบซอสจะยังคงบริหารแอมะซอนอยู่ดี ด้วยหุ้นที่ถืออยู่ 8%  


จนถึงขณะนี้  การแยกทางของผู้บริหาร ไม่มีผลกระทบต่อราคาหุ้น และทั้งคู่ระบุว่ายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ด้วยบรรยากาศเช่นนี้ เป็นไปได้ว่าทั้งคู่อาจโอนหุ้นไปอยู่ในรูปของทรัสต์ หรือกลไกทางกฎหมายอื่น เพื่อรักษาไว้ซึ่งอำนาจเดิมในกลุ่มผู้ถือหุ้น 


มาร์กาเก็ต ริสนาร์ ศาสตราจารย์ มหาวิทยาลัย ไอยูพียูไอ ( Indiana University - Purdue University Indianapolis X  ให้ความเห็นว่า  แมคเคนซีอาจเลือกมอบสิทธิในการโหวตหากเธอได้รับหุ้นครึ่งหนึ่ง  เพราะสิทธิในการโหวตอาจไม่ได้สำคัญมากนักในกรณีนี้ เพราะเจฟฟ์ เบซอส เป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อยอยู่แล้ว แต่อิทธิพลที่เขามีในแอมะซอนมาจากตำแหน่งในบริษัท ทั้งในฐานะผู้ก่อตั้งและซีอีโอ 


หากต้องการปกป้องบริษัทไว้  พวกเขาจะต้องหาหนทางให้ผลประโยชน์แก่แมคเคนซี ในทางที่ไม่มีผลกระทบใดต่อการบริหารบริษัท  

 


อย่างไรก็ดี ทั้งคู่อาจมีข้อตกลงหลังแต่งงาน  ที่อาจจะได้รับการเปิดเผยในไม่ช้า หรืออาจลงเอยด้วยการหย่าร้างไม่ดีนัก  ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น จะมีผลต่อแอมะซอน ต่อตลาดวอลล์สตรีท และในแง่ภาพลักษณ์ 


เนชันแนล อินไควเรอร์  แฉว่า เบซอสแอบคบกับลอเรน ซานเชซ อดีตนักบินเฮลิคอปเตอร์ และพิธีกรรายการ Good Day LA ทางช่อง Fox 11 วัย 49 ปี มานาน 8 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่เบซอสแยกกันอยู่กับแม็คเคนซี และซานเชซ ก็มีสามีแล้วคือ แพทริค ไวท์เซลล์ ผู้คร่ำหวอดในวงการบันเทิงฮอลลีวู้ด  ความสัมพันธ์นี้คือจุดอวสานชีวิตคู่ของสามีภรรยาเบซอส 


แรนดัล เคสเลอร์ จากบริษัทกฎหมาย เคสเลอร์ แอนด์ โซโลเมียนี ในแอตแลนตา กล่าวว่า ลูกค้าหลายคนที่มาบริษัท มักพูดกันว่า จะไม่มีปัญหาอะไร เราทั้งคู่มีเหตุผล  เราเห็นพ้องกันว่าแบบนี้น่าจะเป็นธรรม  


แต่หลายครั้ง ปัญหาคือคนเห็นไม่ตรงกันว่า อะไรคือความเป็นธรรม อะไรคือสมเหตุสมผล  ตอนนี้ยังเห็นตรงกันอยู่ เขาก็หวังว่าจะทั้งสองเห็นพ้องกันต่อไป แต่ใครจะรู้ว่าอะไรที่ทั้งคู่อาจเห็นไม่ตรงกัน และความเห็นไม่ตรงกันนี่เอง จะเป็นงานของทนาย “หากพวกเขาเห็นพ้องต้องกันไปหมด แล้วทนายจะทำเงินจากไหน” 


 

Shares :
เปิดอ่าน 1,038 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ