ข่าว

มหาธีร์: ทางออกไฟใต้ไม่ใช่เอกราช แต่อาจเป็นเขตปกครองตนเอง

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

สัมภาษณ์พิเศษ   โดย... สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี


 

          “ทีมข่าวเนชั่น” สัมภาษณ์พิเศษนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด ระหว่างเดินทางมาประเทศไทยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม ที่ผ่านมา เพื่อรับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง ซึ่งมหาวิทยาลัยรังสิต มอบให้

 


          การเดินทางมาไทยครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 ของ ดร.มหาธีร์ ภายหลังนำพรรคร่วมฝ่ายค้านชนะเลือกตั้งแบบพลิกความคาดหมายเมื่อเดือนพฤษภาคม ที่่ผ่านมา โดยครั้งแรกเป็นการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 24-25 ตุลาคม ซึ่งในครั้งนั้นผู้นำมาเลเซียได้ให้สัมภาษณ์ตอกย้ำเป็นสัญญาประชาคมว่า จะช่วยไทยขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ประสบความสำเร็จ ในฐานะเพื่อนบ้านที่มีรั้วติดกัน และไทยเองก็เคยให้ความช่วยเหลือมาเลเซียมาก่อน เมื่อครั้งประสบปัญหาขบวนการโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายา


          หนึ่งในประเด็นที่ “ทีมข่าวเนชั่น” ให้ความสำคัญ และหยิบยกมาซักถาม ดร.มหาธีร์ ก็คือปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยืดเยื้อยาวนานจะครบ 15 ปีเต็มของเหตุการณ์ปล้นปืนในวันที่ 4 มกราคม ที่จะถึงนี้แล้ว โดยกระบวนการสำคัญที่หลายฝ่ายฝากความหวังและเชื่อว่าจะทำให้ปัญหาความไม่สงบจบลงได้อย่างยั่งยืน ก็คือกระบวนการพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ ซึ่งมีรัฐบาลมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก


          ท่าทีของผู้นำมาเลเซียในช่วงที่ผ่านมานับว่าน่าสนใจ เพราะสะท้อนว่าได้ให้ความสำคัญกับปัญหาภาคใต้ของไทยเป็นอย่างมาก และหลังจากเข้ามาเป็นผู้นำรัฐบาลได้ไม่นาน ก็ได้เปลี่ยนตัว “ผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุย” โดยมอบหมายให้อดีตผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลที่มีความรู้ความเข้าใจในปัญหามาทำหน้าที่


          การสัมภาษณ์ล่าสุดของ “ทีมข่าวเนชั่น” เริ่มเจาะลึกกันที่ประเด็นนี้...


          O มาเลเซียมีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยสันติภาพชายแดนใต้ ท่านได้แต่งตั้งผู้อำนวยความสะดวกคนใหม่ ในขณะที่ไทยมีหัวหน้าคณะพูดคุยคนใหม่ ในมุมมองของท่าน อะไรคือแนวทางและวิสัยทัศน์ของท่านในการนำไปสู่สันติภาพชายแดนใต้ ?
          ประเทศเพื่อนบ้านกันมักมีปัญหาเกิดขึ้นเสมอ ช่วงหนึ่งมาเลเซียก็มีปัญหากลุ่มคอมมิวนิสต์ก่อความไม่สงบ ซึ่งไทยได้ยื่นมือเข้ามาช่วย ผลก็คือสถานการณ์ได้สงบลงในช่วงปี 2503 ตอนนี้ไทยมีปัญหาชายแดนใต้ มาเลเซียก็อยากจะช่วยไทย ด้วยการร่วมมือกับไทยยุติการใช้ความรุนแรงในภาคใต้


          O เมื่อนานมาแล้ว มาเลเซียเคยมีผู้อำนวยความสะดวกที่มีบทบาทพอสมควร แต่ก็ไม่ได้ผลลัพธ์อะไร คราวนี้มีคนใหม่เข้ามา แต่ฝั่งของผู้ก่อความไม่สงบยังคงเป็นคนเดิม แล้วแบบนี้จะมีแนวทางเดินหน้าต่อได้อย่างไร ?
          เราพยายามมาหลายครั้ง แต่ปัญหาชายแดนใต้ของไทยก็คือผู้ก่อความไม่สงบไม่ได้มีแค่กลุ่มเดียว มีอยู่หลายกลุ่ม ดังนั้นแม้คุณสามารถบรรลุการเจรจากับกลุ่มหนึ่งได้ มันก็ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มอื่นๆ จะยอมรับด้วย เรามีหลายคนที่มีความสนิทสนมคุ้นเคยกับคนในภาคใต้ เราจึงแต่งตั้งคนใหม่ซึ่งเป็นอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และมีประสบการณ์เกี่ยวกับชายแดนไทย-มาเลเซียเป็นอย่างดี เราหวังว่าเขาจะได้รับการยอมรับมากขึ้นในฐานะผู้อำนวยความสะดวก เพื่อที่จะได้เชื่อมโยงระหว่างเจ้าหน้าที่ของทางการไทยกับ “คนในภาคใต้” และจะได้เกิดความเข้าใจกัน ซึ่งนี่อาจนำไปสู่สันติภาพ


          O ท่านมีข้อเสนอแนะให้แก่เขาไหมครับ ?
          เรารู้สึกว่าควรจะมีความเข้าใจกันก่อนว่า ภาคใต้ของไทยเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย ผมไม่คิดว่าจะมีประเทศไหนเต็มใจสูญเสียดินแดนให้แก่ประชาชนในภูมิภาคนั้นๆ เหมือนอย่างในสเปน (กรณีการขอแยกตัวของแคว้นกาตาลุญญา) รัฐบาลสเปนไม่พิจารณาให้เอกราชหรือแยกขาดจากรัฐบาลกลาง ดังนั้นผมคิดว่าคนในชายแดนใต้ต้องยอมรับข้อเท็จจริงตรงนี้ก่อน แล้วจึงพยายามให้มีอำนาจในการบริหารตัวเองมากที่สุด เหมือนกับในอินโดนีเซียที่มีเขตปกครองพิเศษ ไทยเองก็อาจจะมีการให้อำนาจปกครองตนเองบางส่วนกับชายแดนใต้ก็ได้ ผมคิดว่าถ้าเกิดขึ้นจริง พวกเขาคงจะยอมรับได้ว่ามันไร้ประโยชน์หากจะพยายามให้ได้มาซึ่งเอกราชอีก


          O อีกประเด็นหนึ่งก็คือ กลุ่มมาราปาตานีไม่ได้เป็นตัวแทนของผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ พอพวกเขามานั่งโต๊ะเจรจา ตกลงเงื่อนไขกับทางการไทยแล้ว แต่กลับสั่งการไปยังคนในพื้นที่ไม่ได้ เรื่องนี้ท่านพอทราบหรือไม่ ?
          เราทราบดี ทราบว่าไม่ได้มีแค่กลุ่มเดียวเท่านั้น มันมีอยู่ 2-3 กลุ่มด้วยกัน หากกลุ่มหนึ่งบรรลุความเข้าใจแล้ว มันก็ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มอื่นจะยอมรับผลการเจรจา ดังนั้น ประเด็นสำคัญก็คือเราต้องพบกับกลุ่มต่างๆ ให้ได้มากที่สุด


          “เราพยายามมาหลายครั้ง แต่ปัญหาชายแดนใต้ของไทยก็คือผู้ก่อความไม่สงบไม่ได้มีแค่กลุ่มเดียว มีอยู่หลายกลุ่ม ดังนั้นแม้คุณสามารถบรรลุการเจรจากับกลุ่มหนึ่งได้ มันก็ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มอื่นๆ จะยอมรับด้วย”


          “ไทยเองก็อาจจะมีการให้อำนาจปกครองตนเองบางส่วนกับชายแดนใต้ก็ได้ ผมคิดว่าถ้าเกิดขึ้นจริง พวกเขาคงจะยอมรับได้ว่ามันไร้ประโยชน์หากจะพยายามให้ได้มาซึ่งเอกราชอีก”

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่น่าสนใจ