เมื่อมนุษย์ยุคหิน VS มิชชันนารียุคใหม่

โดย บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 

เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจอย่างมากกรณี จอห์น อัลเลน ชอ มิชชันนารี ชาวอเมริกัน อายุ 27 ปี ถูกชนเผ่าโบราณบนเกาะเซนติเนลเหนือ ตั้งอยู่แถบหมู่เกาะอันดามันและเกาะนิโคบาร์และเป็นพื้นที่หวงห้ามของอินเดีย ได้ยิงธนูสังหารชีวิตขณะพายเรือหมายแอบจะขึ้นไปยังเกาะนี้ ซึ่งได้ฉายาใหม่ว่า "หมู่เกาะต้องห้าม” หรือ แดนสนธยาแห่งศตวรรษที่ 21 หวังจะเข้าไปเผยแพร่ศาสนาให้ชนเผ่านี้ที่ใช้ชีวิตแบบมนุษย์สมัยหินที่สืบทอดมากว่า 5 หมื่นปี โดยไม่เคยติดต่อกับโลกภายนอกมาก่อน กระทั่งขณะนี้ก็ยังไม่มีใครบอกได้ว่าประชากรของชนเผ่านี้มีกี่คนกันแน่ บ้างว่าอยู่ระหว่าง 5-1,500 คน บ้างก็ว่าเหลือแค่ 50–150 คนเท่านั้น

 

   แต่โลกภายนอกรู้จักเกาะนี้มาตั้งแต่โบร่ำโบราณในฐานะดินแดนของคนป่าดุร้าย นักประวัติศาสตร์ของไทยหลายคนเผยว่าเกาะนี้มีชื่ออยู่ในสมุดภาพไตรภูมิว่า เกาะนาควารี และยังปรากฏในนิทานสันสกฤตของอินเดียแม้กระทั่งในบันทึกของมาร์โคโปโล ซึ่งต่างพยายามหลีกเลี่ยงไม่ท้าทายมนุษย์หินกลุ่มสุดท้ายลุ่มนี้ที่รู้จักแต่คำว่า "ฆ่า” ลูกเดียวหากเป็นคนแปลกหน้า จะว่าไปแล้ว จอห์น ชอ เป็นมิชชันนารีชาวอเมริกันรายล่าสุดที่ตกเป็นเหยื่อการสังหารของมนุษย์นาควารีเผ่านี้

การตายของเขาได้จุดประกายคำถามสำคัญๆ อย่างน้อย 2 คำถาม หนึ่งนั้นก็คือ ความปลอดภัยของมิชชันนารี ซึ่งหลายคนอาจจะมองข้ามไป ดังที่จอห์น ชอ ได้เขียนจดหมายฉบับสุดท้ายส่งถึงพ่อแม่ ซึ่งบีบีซีนำมาเผยแพร่ต่อว่า “พ่อแม่อาจคิดว่าผมบ้าที่ทำแบบนี้...แต่ผมคิดว่าคุ้มที่จะประกาศพระนามพระเยซูให้แก่คนเหล่านี้”

 

เมื่อมนุษย์ยุคหิน VS มิชชันนารียุคใหม่

 

อีกคำถามหนึ่งซึ่งสำคัญกว่านั้นก็คือ เป็นเรื่องสมควรมากน้อยแค่ไหนที่มิชชันนารีจะเข้าไปเผยแพร่ศาสนาให้ชนเผ่าโบราณ ซึ่งอาจสุ่มเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคร้ายที่ติดมากับคนภายนอกเนื่องจากไม่มีภูมิคุ้มกันแม้แต่น้อย เหมือนเช่นบรรพบุรุษชาวแอซเท็กที่เสียชีวิตจากโรคที่ติดมากับนักล่าอาณานิคมสเปนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้จักรวรรดิแอซเท็กถึงกับล่มสลายในชั่วพริบตา

ดอกเตอร์ทอดด์ จอห์นสัน ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาศาสนาคริสต์ทั่วโลก ที่สำนักเทววิทยากอร์ดอน-คอนเวลล์ ในรัฐแมสซาชูเซตส์เผยว่า มิชชันนารีคนแรกจากสหรัฐที่มุ่งหน้ามาเผยแพร่ศาสนาที่เอเชียมีขึ้นเมื่อกว่า 200 ปีมาแล้ว นับแต่นั้นจนถึงปี 2553 มีมิชชันนารีอเมริกันกว่า 127,000 คนจากนิกายต่างๆ อย่าง คาทอลิก, โปรเตสแตนท์, กลุ่มประจักษ์พยานยะโฮวา, ออร์โธดอกซ์ และศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย หรือที่รู้จักกันในชื่อมอร์มอน เดินทางไปเผยแพร่ศาสนาตามประเทศต่างๆทั่วโลก กระทั่งเพิ่มเป็น 440,000 คน ในปีนี้

ในอดีตนั้น มิชชันนารีจากนิกายคาทอลิกมีสัดส่วนมากกว่ากลุ่มอื่น แต่ปัจจุบันนิกายมอร์มอนมีมิชชันนารีออกไปเผยแพร่ศาสนากลุ่มใหญ่ที่สุด

ดอกเตอร์ทอดด์ จอห์นสัน ให้ความเห็นว่าในกรณีของจอห์น ชอ นั้นถือว่าเป็นข้อยกเว้น เนื่องจากเป็นมิชชันนารีประเภทลุยเดี่ยวแท้ๆ โดยไม่ได้รับการสนับสนุนจากโบสถ์หรือองค์การใดๆเป็นพิเศษ สอดคล้องกับความเห็นของศาสตราจารย์เกียรติคุณเดวิด ฮอลลิงเกอร์ แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ที่เผยกับบีบีซีว่า “จอห์น ชอ ไม่ใช่ตัวแทนของพระเยซู เขาเป็นพวกผิดธรรมดา”

 

เมื่อมนุษย์ยุคหิน VS มิชชันนารียุคใหม่

 

ทั้งนี้ จอห์น อัลเลน ชอ ได้รับการฝึกฝนเป็นมิชชันนารีจากกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “ออล เนชันส์” ในเมืองแคนซัส รัฐมิสซูรี แต่การที่เขาเดินทางไปเกาะเซนทิเนลเหนือเพื่อเผยแพร่ศาสนานั้น เป็นความคิดของเจ้าตัวเพียงคนเดียวแท้ๆ โดยได้แรงบันดาลใจจากแรงกระตุ้นจาก “ออล เนชันส์” ที่เขียนไว้ชัดในเว็บไซต์ว่า  ”ภารกิจของการฝึกวินัยและฝึกการเป็นผู้นำก็คือการฝังรากของโบสถ์ในหมู่ประชาชนที่ถูกทอดทิ้งบนโลกใบนี้ เพื่อที่ว่าพระเยซูจะได้รับการเคารพจากชนเผ่าและจากทุกประเทศ”

ดอกเตอร์ จอห์นสัน ยอมรับว่า งานของมิชชันนารีในทุกวันนี้ประสบกับอุปสรรคขวางกั้นไม่ใช่น้อย เนื่องจากปัจจุบันแทบไม่มีประเทศใดที่ออกวีซ่ามิชชันนารีให้เหมือนในอดีต อย่างกรณีของอินเดีย ซึ่งมีวีซ่าเผยแพร่ศาสนามาตั้งแต่สมัยเป็นอาณานิคมอังกฤษ และมีคนขอวีซ่าประเภทนี้จำนวนมาก แต่ขณะนี้อินเดียได้ยกเลิกวีซ่าประเภทนี้แล้ว นอกจากนี้อีกหลายประเทศ ได้ออกกฎหมายห้ามเผยแพร่ศาสนา ผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องถูกจับกุม

ปกติแล้ว มิชชันนารีอเมริกันส่วนใหญ่ จะยึดโยงกับสถาบันเก่าแก่ที่มีมาช้านาน แต่นับวันกลับยิ่งมีโบสถ์เล็กๆ ที่ไม่ขึ้นกับใครผุดขึ้นจำนวนมาก และโบสถ์เล็กๆ เหล่านี้ได้ส่งมิชชันนารีโดยตรงเอง เช่นส่งไปที่ไซบีเรีย

แนวโน้มการสอนศาสนาอีกแนวโน้มหนึ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ ทุกวันนี้โบสถ์ต่างๆ จะไม่ส่งมิชชันนารีผิวขาวชาวอเมริกันไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก แต่จะส่งชาวอเมริกันเชื้อชาติหลากหลายออกไปแทน อย่างเชื้อชาติแอฟริกัน เอเชียและละตินอเมริกา อย่างกรณีของจอห์น อัลเลน ชอ เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายจีน เป็นต้น

ในส่วนของคำถามที่สองนั้น ทั้งรอยเตอร์, บีบีซี, เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และองค์กรที่สนับสนุนชนเผ่าที่ตัดขาดจากโลกภายนอก อย่าง เซอร์ไววัล อินเตอร์เนชั่นแนล ต่างเตือนเหมือนๆ กันว่าการสังหารจอห์น ชอ เท่ากับย้ำเตือนว่าจนถึงศตวรษที่ 21 แล้ว โลกยังมีชนเผ่าโบราณหลงเหลืออยู่ในหลายพื้นที่ที่ยังบริสุทธิ์จากกลิ่นอายของโลกภายนอกและสมควรจะต้องได้รับการปกป้อง แต่ชีวิตของชนเผ่าเหล่านี้กำลังถูกคุกคามจากการตัดไม้ทำลายป่า จากการขุดเจาะน้ำมัน การทำเหมืองทองคำและการบุกรุกที่ดินของกลุ่มอุตสาหกรรมทำฟาร์มปศุสัตว์ขนาดใหญ่ เป็นต้น

 

 

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@komchadluek ที่นี่