รัสเซียกล่าวหาสหรัฐใช้"ฟอสฟอรัสขาว"ในหมู่บ้านซีเรีย 

เพนตากอนปฏิเสธ ไม่มีอาวุธต้องห้ามชนิดนี้อยู่กับหน่วยทหารในซีเรีย 

 

                    สื่อทางการรัสเซีย รายงานอ้างถ้อยแถลง พล.อ.วลาดิมีร์ ซาฟต์เชงโก ผู้บัญชาการทหารรัสเซีย ว่าเครื่องบินขับไล่ เอฟ-15 สองลำ ทิ้งระเบิดโจมตีเป้าหมายในหมู่บ้านฮาจิน ซึ่งเป็นฐานที่มั่นหลักแห่งสุดท้ายของไอเอส ในจังหวัดเดอีร์ เอสซอร์ เมื่อวันที่ 8 กันยายน 

โดยใช้ระเบิดฟอสฟอรัส ก่อให้เพลิงลุกไหม้รุนแรง รัสเซียกำลังรอความชัดเจนเรื่องผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ 

                    อนุสัญญาเจนีวาว่าด้วยอาวุธตามแบบ ที่สหรัฐลงนามในปี 2552 ห้ามใช้อาวุธที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ โจมตีพื้นที่พลเรือน และเป้าหมายทางทหารในพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยเป็นพลเรือนส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้ห้ามใช้เพื่อสร้างม่านควัน ชี้เป้าและส่งสัญญาณ กลายเป็นช่องโหว่ให้หลายประเทศ ยังเก็บสารอันตรายในคลังแสงต่อไป 

                    สารเคมีชนิดนี้จะทำปฏิกริยากับออกซิเจน ทำให้เกิดความร้อนสูง แผลไฟลวกจากฟอฟอรัส รักษาได้ยากมาก เพราะมีความเป็นพิษสูงและไหม้ลึกถึงกระดูก 

                    กระนั้น รัสเซีย ซึ่งกำลังให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด เคยถูกกล่าวหาจากศูนย์สังเกตการณ์มนุษยชนซีเรียเช่นกันเมื่อเดือนมีนาคมว่าใช้ระเบิดถัง หรือ บาร์เรลบอมบ์ ที่ทำให้เกิดไฟไหม้ในการถล่มฐานที่มั่นเขตโกตา ใกล้กรุงดามัสกัส แต่รัสเซียระบุว่าเป็นการโกหกอย่างน่าไม่อาย ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐ ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการใช้ฟอสฟอรัสขาวของรัสเซียเช่นกัน และยืนยันว่าไม่มีทหารหน่วยใดในพื้นที่ที่มีระเบิดชนิดนี้อยู่ 
 

                    บรรยากาศระหว่างสหรัฐกับรัสเซียตึงเครียดขึ้นในช่วงไม่กี่วันมานี้จากชะตากรรมของเมืองอิดหลิบ  ฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาลดามัสกัส รัสเซียกับซีเรียกลับมาโหมโจมตีทางอากาศในเมืองอิดหลิบและฮามา เมื่อวานนี้ หลังการประชุมสุดยอดรัสเซีย อิหร่าน และตุรกี ไม่สามารถตกลงหยุดยิงได้ ขณะที่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาทางเลือกทางทหารหากซีเรียเพิกเฉยคำเตือนใช้อาวุธเคมี ในการถล่มเมืองอิดหลิบ