สื่อนอกตีข่าวอาสากู้ภัยถ้ำหลวงช่วยทารกจากเขื่อนลาวแตก 

เอเอฟพีรายงานเรื่องคลิปที่กลายเป็นกระแสในสื่อโซเชียล นาทีอาสาสมัครกู้ภัยจากไทยช่วยอุ้มทารกฝ่าน้ำเชี่ยวกราก 


                    สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่าคลิปอาสาสมัครจากประเทศไทย ช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวลาว 14 คน ที่ติดค้างจากน้ำท่วมฉับพลัน หลังปริมาณน้ำมหาศาลทะลักจากเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยเข้าท่วมหมู่บ้านหลายแห่งในแขวงอัตตะปือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กลายเป็นคลิปไวรัล มียอดเข้าชมกว่า 5 แสนแล้ว นับจากโพสต์บนเฟซบุ๊กไม่กี่ชั่วโมงในวันนี้  


                    โดยในคลิปแสดงนาทีที่กู้ภัยไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจกู้ภัยจากนานาชาติที่ลงพื้นที่ในลาว อุ้มทารกเพศชายที่หิวโหยและหวาดผวาอย่างระมัดระวังขณะเดินฝ่าน้ำขุ่นคลั่กไหลแรงและสูงถึงเอว 


                    ชาวบ้านเหล่านั้นพากันหนีน้ำขึ้นไปบนเนินเขา และติดค้างอยู่ 4 วัน ตั้งแต่เขื่อนแตกหลังฝนถล่มหนัก  

 


                     เอเอฟพีระบุว่า ทีมกู้ภัยจากไทยที่ลุยฝ่าน้ำที่ไหลมาพร้อมกับต้นไม้ถอนราก และเศษซากหักพังหลายกิโลเมตรเพื่อไปช่วยชาวบ้านเหล่านั้น  เพิ่งเสร็จจากการเข้าร่วมภารกิจกู้ภัยพาทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมี 13 ชีวิตออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ทางเหนือของประเทศไทย และเวลานี้ พวกเขาก็มาไปเพื่อนบ้านลาวหลังประสบภัยพิบัติครั้งใหญ่

 

 

 


                    เก่งกาจ บ้งกาวงศ์ หนึ่งในทีมกู้ภัยจากไทย บอกเอเอฟพีว่า ทารกอายุ 4 เดือน ไม่มีไข้ แต่ร้องไห้จ้า อาจเป็นเพราะอากาศเย็น เด็กดูหวาดผวา และชาวบ้านก็ยังหวาดผวาอยู่มากจากน้ำทะลักมาอย่างรวดเร็ว 


                    สำหรับยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำทะลักจากเขื่อนลาว เดิม นายกรัฐมนตรีทองลุน สีสุลิด แถลงว่า มีจำนวน 27 ราย สูญหาย 131 คน แต่ในวันนี้ เจ้าแขวงอัตตะปือ เล็ด ไซยะพอน ปรับลดยอดเหยื่อเหลือ 5 คน โดยระบุว่าจำนวนผู้เสียชีวิตก่อนหน้านี้ เป็นข้อมูลที่ไม่มีการยืนยัน 


                    รัฐบาลคอมมิวนิสต์ลาวไม่คุ้นชินกับการถูกจับจ้องเพ่งเล็งจากนานาชาติ และปิดกั้นการเข้าถึงของสื่อต่างชาติ ทำให้การเสาะแสวงหาข้อเท็จจริงไม่ง่าย ขณะเดียวกันภัยพิบัติครั้งร้ายแรงจากเขื่อนก็กำลังทำให้ลาวกำลังถูกคำถามหนักหน่วงถึงนโยบายแบตเตอรีแห่งเอเชียเพื่อแก้ปัญหาความยากจน คุ้มค่าหรือไม่