เผยเครื่องสูบน้ำในถ้ำหลวงเสียหลังหมูป่าชุดสุดท้ายพ้นถ้ำ 

รายละเอียดปลีกย่อยแรกๆที่สื่อต่างประเทศรายงานผ่านคำบอกเล่าของนักดำน้ำออสเตรเลีย

 

                                    เวบไซต์เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษ รายงานอ้างคำบอกเล่าของนักดำน้ำออสเตรเลีย 3 คนว่า ปฏิบัติการช่วยพาทีมหมูป่าอะคาเดมีชุดสุดท้ายกับโค้ช ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เมื่อวานนี้ หวุดหวิดเผชิญสถานการณ์สุ่มเสี่ยง เนื่องจากเครื่องสูบน้ำเกิดเสียกะทันหัน หลังจากที่หมูป่าชุดสุดท้ายได้รับการช่วยเหลือออกไป 

                                รายงานระบุว่า เครื่องสูบน้ำหลักเสียขณะที่นักดำน้ำกับกู้ภัย ยังอยู่ลึกเข้าไปในถ้ำราว 1.5 กิโลเมตร เพื่อเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น  นักดำน้ำออสเตรเลีย 3 คนซึ่งยังอยู่ที่โถงสาม ที่ตั้งของฐานปฏิบัติการของหน่วยซีล ได้ยินเสียงร้องโหวกเหวก และเห็นแสงจากไฟฉายคาดศีรษะวูบวาบพุ่งตรงออกมา ขณะคนทำงานรีบวิ่งหาที่แห้ง  

                                คนงานราว 100 คนภายในถ้ำรุดไปที่ทางออก และพากันออกมาได้ราว 1 ชั่วโมงหลังจากนั้น รวมถึงหน่วยซีล 4 คนสุดท้าย ที่อยู่ดูแลทีมหมูป่า 13 ชีวิตระหว่างรอการช่วยเหลือบนเนินนมสาว  

 

 

 

                              

                                  นักดำน้ำออสเตรเลียสามคนซึ่งแบกอุปกรณ์ดำน้ำหนัก 46 กิโลกรัม เป็นส่วนหนึ่งในทีมถือวิทยุสื่อสาร ถังอากาศและอุปกรณ์ต่างๆเข้าไปในโถงสาม ไม่อาจเข้าไปได้ไกลกว่านั้นเพราะอุปกรณ์ติดตัวมีขนาดใหญ่เกินไป การเข้าไปลึกจากโถงสาม ต้องผ่านโพรงที่มีขนาดกว้างไม่ถึง 1 เมตร  ส่วนผู้เชี่ยวชาญดำน้ำในถ้ำและเด็กชาย สวมและติดอุปกรณ์เล็กกว่านั้น 

                                  พวกเขาเปรียบเทียบบางส่วนของเส้นทางภายในถ้ำ เหมือนกับการผ่านท่อโค้งงอรูปตัว S ในห้องน้ำ กล่าวคือมีแอ่งน้ำหลักๆ 3 จุด ระยะทางราว 10-20 เมตร นักดำน้ำจะอยู่ใต้น้ำ 10 เมตร จากนั้นเดินต่ออีกราว 100-200 เมตร แล้วดำน้ำอีกครั้ง