
กูรูชี้ช่วยเด็กติดถ้ำในไทยหินสุดๆ
ผู้เชี่ยวชาญ ชี้ การช่วยเหลือเด็กๆ และผู้ช่วยโค้ชออกจากถ้ำหลวง เป็นภารกิจที่หินที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา
อันมาร์ มิร์ซา ผู้ประสานงานแห่งชาติของคณะกรรมการกู้ภัยถ้ำแห่งชาติของสหรัฐฯ ที่มีประสบการณ์กู้ภัยถ้ำมานานกว่า 30 ปี และเป็นบรรณาธิการของหนังสือเทคนิคกู้ภัยถ้ำของสหรัฐฯ (Manual of US Cave Rescue Techniques) รวมถึงสอนเทคนิคเวชกิจฉุกเฉิน (Emergency Medical Technician) ที่มหาวิทยาลัยอินเดียนา ให้ความเห็นว่า การนำคนที่ติดอยู่ในถ้ำที่ถูกน้ำท่วม เป็นได้ทั้งหนึ่งในความท้าทายที่ง่ายที่สุด หรือ ยากที่สุด ขึ้นอยู่กับประเภทของถ้ำที่เข้าไปติดอยู่ แต่ความพยายามช่วยเด็ก 12 คน กับผู้ช่วยโค้ช ที่ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ของประเทศไทยนั้น เขามองว่า เป็นหนึ่งในงานที่ยากที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมา แต่ก็ยังมีทางออกอยู่บ้างสำหรับภารกิจสุดหินนี้
มิร์ซา บอกว่า หลักการขั้นพื้นฐานในการช่วยคนที่ติดอยู่ในถ้ำท่ามกลางน้ำท่วม คือ รอ โดยพิจารณาจากการที่ผู้ประสบภัยรอดชีวิตและปลอดภัยอยู่แล้ว หรือการช่วยเหลือจะทำให้ทีมกู้ภัยได้รับอันตราย หรือผู้ประสบภัยไม่รอดแล้ว หรือไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้ทีมกู้ภัยต้องเข้าไปเสี่ยง
ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับถ้ำด้วยว่า ส่วนใหญ่เกิดในหินปูนที่มีน้ำใต้ดินไหลผ่านกัดเซาะมานานหลายพันปี และมีไม่กี่แห่งที่เป็นถ้ำน้ำแข็งหรือถ้ำลาวา แม้ว่าจะไม่ใช่ทุกถ้ำที่เกิดน้ำท่วมอยู่ตลอดเวลา เช่น ในสหรัฐฯ ที่เมื่อเผชิญพายุแล้วมีการระบายออกในภายหลัง ต่างจากถ้ำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เมื่อเผชิญฝนตกหนักในฤดูมรสุมก็จะเกิดน้ำท่วมขังต่อไปอีกหลายเดือน
มิร์ซา ยังพูดถึงปัจจัยที่ทีมกู้ภัยไม่สามารถรอได้ โดยนอกจากธรรมชาติแล้ว ยังมีแรงกดดันจากครอบครัวของผู้ประสบภัย จากทางการ และจากสื่อที่ปักหลักรอรายงานข่าวสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จนอาจทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยตัดสินใจที่เสี่ยงอันตรายได้ ส่วนกรณีถ้ำหลวง การรออาจไม่ดีนัก เพราะน้ำอาจไม่ลดลงง่ายๆ
ส่วนการเตรียมนำพวกเขาออกมา วิธีการที่อันตรายที่สุด คือ การสอนดำน้ำให้พวกเขาเพื่อออกจากถ้ำท่ามกลางความมืด น้ำที่ขุ่น และช่องแคบๆ ยาวหลายร้อยเมตร ซึ่งขนาดนักดำน้ำยังต้องฝึกทักษะการดำน้ำในถ้ำหลายร้อยชั่วโมง เพราะมันอาจก่อให้เกิดภาวะ "panic" และหยุดหายใจ ซึ่งนอกจากจะเป็นอันตรายต่อตัวเองแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ที่พาออกมาด้วย
มิร์ซา ยังเห็นด้วยกับการหาช่องทางอื่นในการนำตัวผู้ประสบภัยออกจากถ้ำ ซึ่งยังสามารถนำอาหารเข้าไปให้พวกเขาดำรงชีวิตอยู่ในนั้นได้นานเท่าที่จำเป็น ยกเว้นในกรณีพวกเขาจะเสี่ยงอันตรายจากระดับน้ำที่สูงขึ้น จึงค่อยใช้ทางเลือกที่เสี่ยงที่สุด คือ การนำตัวพวกเขาดำน้ำออกมา แต่ต้องไม่ลืมว่า โลกกำลังจับจ้อง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังอยู่ในภาวะที่เผชิญความหินที่สุด เพราะถ้าพลาด พวกเขาอาจต้องเผชิญกับคำตำหนิ เช่น "น่าจะทำอย่างนั้น" ... "น่าจะทำอย่างนี้" .... และตัวเจ้าหน้าที่เองก็จะรู้สึกผิดไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้



