ชายมาเลย์ใช้ช่องโหว่กฎหมาย 4 จ.แดนใต้ แต่งเด็กไทย11ขวบ

" อังคณา นีละไพจิตร"ชี้ช่องโหว่กฎหมาย พ่อลูก 6 ชาวมาเลเซียจึงข้ามมาทำพิธีแต่งงานกับเด็กหญิงวัยเพียง 11 ปีในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย ขณะที่พม.ส่งจนท.ตรวจสอ

 

             
                    อังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์"คม ชัด ลึก"ถึงกรณีชายมาเลเซียวัย 41 ปีเข้ามาแต่งงานกับเด็กหญิงไทย วัย 11 ขวบ เป็นภรรยาคนที่สาม โดยตามข่าวระบุว่ามาทำพิธีแต่งงานที่สุไหงโกลก จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่า 

           ที่ผ่านมามีกรณีอย่างนี้เกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว เพราะกฎหมายมาเลเซียห้ามเด็กแต่งงานหากไม่ได้ขออนุญาตศาลก่อน ทำให้คนที่อยากแต่งงานกับเด็กต้องแอบเข้ามาในไทยแล้วไปขอแต่งงานผ่านทางคณะกรรมการอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 

ชายมาเลย์ใช้ช่องโหว่กฎหมาย 4 จ.แดนใต้ แต่งเด็กไทย11ขวบ

 

                    “เนื่องจาก 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่  ปัตตานี ยะลา นราธิวาสและสตูล มีกฎหมายพิเศษ หากเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับครอบครัวและมรดก สามารถให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดตัดสินได้เลย ตอนนี้พบคดีร้องเรียนมาหลายครั้งแล้วว่า มีชายมาเลย์หนีกฎหมายประเทศตัวเองมาแต่งงานกับหญิงไทยผ่านทางคณะกรรมการอิสลามฯ แล้วสักพักก็ขอหย่า ไปแต่งกับเมียคนใหม่แทน ทำให้ชายแดนใต้มีสถิติการหย่าร้างสูง ตอนนี้คณะกรรมการสิทธิฯพยายามรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหานี้  ตามกฎหมายประเทศมาเลเซียห้ามไม่ให้แต่งงานกับเด็กหรือในประเทศอื่น ๆ ก็ห้าม เพราะถือว่าเด็กในวัยนี้ควรเป็นวัยเรียนรู้ได้ไปศึกษาเล่าเรียนมากกว่าจะต้องถูกจับแต่งงาน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ๆ”

              
                     “อังคณา” อธิบายต่อว่า พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยถือว่า ผู้หญิงที่มีประจำเดือนแล้ว สามารถแต่งงานได้ตามหลักศาสนาอิสลาม ขอเพียงพ่อแม่จัดพิธีให้รับรู้ ก็ถือว่าเป็นสามีภรรยาตามประเพณี ไม่จำเป็นต้องไปจดทะเบียนสมรสเลยก็ได้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือกฎหมายมาเลเซียไม่ยอมรับ เพราะฉะนั้น เด็กหญิงรายนี้ถ้าไปอยู่มาเลเซียแล้วจะไม่ได้รับผลประโยชน์หรือสิทธิใด ๆ ทั้งสิ้น หากสามีเสียชีวิตก็ไม่มีสิทธิในมรดกเหมือนภรรยาคนอื่นหรือไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ ตามที่กฎหมายมาเลเซียระบุไว้ ยิ่งถ้ามีลูกด้วยกันแล้ว เด็กที่เกิดมาอาจมีปัญหาเช่นกันเพราะแม่ไม่ได้แต่งงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายของมาเลเซีย
 


             
                    “อยากให้กระทรวงพัฒนาสังคมฯของไทยเข้าไปดูแลครอบครัวเด็กว่าเกิดอะไรขึ้น แต่งงานเพราะความยากจนหรือมีปัญหาอะไรอื่น เพราะน้องอายุแค่ 11 ปีเท่านั้น ควรได้ไปเรียนหนังสือเหมือนเด็กคนอื่น ๆ ไม่ควรเอาฐานะยากจนมาเป็นข้ออ้างบังคับให้เด็กต้องแต่งงานในวัยอันไม่สมควร แม้ว่าเด็กจะไม่คัดค้านเพราะเด็กวัยนี้ยังไม่มีวุฒิภาวะพอที่จะตัดสินใจอะไรได้ เด็กก็คือเด็ก ต้องได้รับการปกป้องคุ้มครอง อยากให้กระทรวงยุติธรรมของไทยเข้าไปช่วยดูวิธีการอนุญาตให้เด็กแต่งงานในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เพราะกฎระเบียบบางอย่างถือว่าไม่ได้เคารพสิทธิมนุษยชนหรือเคารพสิทธิเด็ก ปัญหานี้เกิดขึ้นมานานและเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ตามหลักศาสนามุสลิมสากลแล้วต้องการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาและเข้าสู่พิธีแต่งงานในวัยที่สมควร ไม่ใช่ถูกล่อลวงหรือบังคับ โดยเฉพาะจากการใช้วิธีหลบเลี่ยงกฎหมายจากประเทศใดประเทศหนึ่ง” ตัวแทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกล่าวยืนยัน

 

ชายมาเลย์ใช้ช่องโหว่กฎหมาย 4 จ.แดนใต้ แต่งเด็กไทย11ขวบ

        
                    ด้าน “วิทัศน์ เตชะบุญ”  อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์คมชัดลึกว่า กรณีนี้ทาง พม. ได้ส่งเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กของนราธิวาสไปเยี่ยมเยียนครอบครัวนี้แล้ว เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หากเด็กมีปัญหาอะไรจะได้ให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องรอตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลอื่น ๆ อย่างรอบด้าน

 

ชายมาเลย์ใช้ช่องโหว่กฎหมาย 4 จ.แดนใต้ แต่งเด็กไทย11ขวบ

 

              
                    ทั้งนี้เครือข่ายกลุ่มสิทธิมนุษยชนและเด็ก ได้ออกมารวมตัวกันคัดค้านการแต่งงานผิดกฎหมายครั้งนี้ เพราะการอนุญาตให้เด็กแต่งงานในนามของศาสนาใดศาสนาหนึ่ง อาจเป็นวิธีการหลบเลี่ยงกฎหมายของพวกจิตวิปริตชอบละเมิดทางเพศเด็ก

             
                    “ณัฐฐา กีนะพันธ์” เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า  การแต่งงานในวัยเด็กโดยเฉพาะเด็กก่อนอายุ 18 ปีนั้น ถือเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก เพราะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กอย่างรุนแรง เช่น การต้องตั้งครรภ์ในวัยอันไม่สมควร หรือการทำให้เด็กต้องออกจากโรงเรียนและไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ทำให้เด็กขาดโอกาสต่างๆ ในชีวิตทั้งในด้านการศึกษา การมีอาชีพในอนาคต