
สุดทนทรัมป์ฉะยุโรป!ทูตสหรัฐประจำเอสโตเนียลาออก
ความเห็นเชิงลบและนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นเหตุให้นักการทูตอาวุโสสหรัฐโบกมือลาอีกหนึ่งคน
นายเจมส์ ดี.เมวิลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำเอสโตเนีย กลายเป็นนักการทูตอาวุโสคนล่าสุดที่ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
เมลวิลล์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ว่าหลังจากทำงานกระทรวงต่างประเทศมานาน 33 ปี เขาไม่สามารถยอมรับทัศนคติของประธานาธิบดีทรัมป์ ต่อสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งเป็นพันธมิตรของรัฐบาลวอชิงตันมายาวนานได้อีกต่อไป
“สำหรับประธานาธิบดี การพูดว่าอียูจัดตั้งขึ้นมาเพื่อเอาเปรียบสหรัฐอเมริกา เพื่อโจมตีกระปุกออมสินของเรา หรือพูดว่านาโตเลวพอๆกับนาฟตา(ข้อตกลงการเสรีอเมริกาเหนือ)นั้น ไม่เพียงผิดในแง่ของข้อเท็จจริง แต่ยังเป็นการยืนยันว่าถึงเวลาที่ผมควรจะไป” นิตยสาร Foreign Policy อ้างโพสต์ของอดีตทูตเมลวิลล์ ที่ระบุด้วยว่า "ผมทนไม่ไหวอีกต่อไป"
“ผมลาออกด้วยความเต็มใจและด้วยความยินดีอย่างสุดซึ้งสำหรับการได้รับใช้ประเทศชาติอย่างมีเกียรติเป็นเวลาหลายปี และด้วยความมั่นใจว่าอเมริกาซึ่งยิ่งใหญ่เสมอมา จะกลับมาอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง”
เมลวิลล์ อยู่ในสายงานทูตสหรัฐภายใต้ประธานาธิบดี 6 คน รัฐมนตรีต่างประเทศ 11 คน ก่อนมาดำรงตำแหนงเอกอัครราชทูตประจำเอสโตเนียตั้งแต่ปี 2558 เขาจะเกษียณก่อนกำหนดในวันที่ 29 กรกฎาคม
นิตยสาร Foreign Policy รายงานอ้างเพื่อนร่วมงานในกระทรวงต่างประเทศ ว่าการที่นักการทูตอาวุโสระดับเมลวิลล์ ที่ทุ่มเทกับการทำหน้าที่ ต้องลาออกเพราะการเมืองภายใน และพูดว่า “ผมทนไม่ได้อีกต่อไป” เป็นเรื่องร้ายแรงมาก
เมลวิลล์ เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทรวงต่างประเทศคนล่าสุดที่ลาออก เพราะการปฏิบัติแบบไม่ปราณีปราศรัยต่อพันธมิตรยาวนานของสหรัฐ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมีนาคม จอห์น ฟรีลีย์ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำปานามา เขียนบทแสดงทัศนะลงใน วอชิงตัน โพสต์ แจ้งเหตุผลลาออกเรื่องที่ทรัมป์ไม่ประณามการชุมนุมของพวกนาซีใหม่ ในเมืองชาร์ลอตวิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย และเพราะทรัมป์บิดเบือนและทรยศต่อค่านิยมอเมริกัน



