
สหรัฐถอนตัวคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนยูเอ็น
สหรัฐฯ ประกาศถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประณามสมาชิกสองมาตรฐาน-อคติอิสราเอลไม่เลิกรา
นิคกี ฮาลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำสหประชาชาติ แถลงร่วมกับนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ว่า สหรัฐฯ กำลังเตรียมถอนตัวออกจากการเป็น 1 ใน 47 ชาติสมาชิกของมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ( UNHRC) โดยอ้างว่า องค์กรโลกแห่งนี้เป็น "แหล่งเสื่อมโทรมของอคติทางการเมือง"
นางเฮลีย์ กล่าวว่า "เราทำตามขั้นตอนนี้ เพราะความรับผิดชอบของเรา ไม่อาจทำให้เราเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่ตีสองหน้า ทำเพื่อรับใช้ตัวเอง ซึ่งดูหมิ่นสิทธิมนุษยชนได้" อีกทั้ง UNHRC ก็ยังอคติเรื้อรังต่ออิสราเอลอีกด้วย แต่ถ้า UNHRC มีการปฏิรูป สหรัฐฯก็อาจจะกลับมาเข้าร่วมใหม่
เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐฯ ระบุว่า แม้สหรัฐฯจะถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิก แต่อาจรักษาสถานะของสมาชิกสังเกตการณ์ ส่วนการถอนตัวเป็นผลมาจากรัฐบาลสหรัฐฯ สรุปว่า ความพยายามส่งเสริมให้เกิดการปฏิรูปภายใน UNHRC ล้มเหลว และการถอนตัวเป็นเพียงขั้นตอนที่ทำเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า สหรัฐฯจริงจังกับเรื่องนี้
สหรัฐฯ เคยประท้วง UNHRC ด้วยการไม่รับรองมติที่ประชุมเมื่อเดือนพฤษภาคม ที่สั่งให้สอบสวนข้อเท็จจริง กรณีกองทัพอิสราเอลใช้กำลังเกินกว่าเหตุปราบปรามผู้ชุมนุมชาวปาเลสไตน์ระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม และ UNHRC ยังผลักดันให้รับรองปาเลสไตน์ในฐานะสมาชิกสังเกตการณ์ ที่สหรัฐฯ คัดค้าน
ไม่ใช่ครั้งแรกที่สหรัฐฯ ถอนตัวจาก UNHRC โดยเคยเกิดขึ้นในยุคของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช เมื่อถูกวิจารณ์อย่างหนัก เรื่องการทำสงครามในอิรักและอัฟกานิสถานหลังเหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 เมื่อปี 2544 ก่อนกลับสู่การเป็นสมาชิกอีกครั้ง เมื่อปี 2552 ในสมัยของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา
การประกาศถอนตัวมีขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ใน UNHRC วิจารณ์รัฐบาลวอชิงตันกรณีแยกลูกผู้ลักลอบเข้าเมืองจากพ่อแม่หลังข้ามแดนจากเม็กซิโก แต่ฮาลีย์และปอมเปโอ ยืนยันว่าการตัดสินใจเรื่องนี้มีมานานแล้ว หลังจากความพยายามผลักดันให้องค์กรแห่งนี้ปฏิรูปเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง ไม่เป็นผล กลับเป็นผู้ปกป้องประเทศละเมิดสิทธิ และเป็นแหล่งเสื่อมโทรมของอคติทางการเมือง
( ที่มา Nation TV )



